thansettakij
thansettakij
“ฟิวร์เจอร์ สกาย”ลุยฟ้องกรมการจัดหางาน ปมค้างจ่าย e-WorkPermit กว่า 700 ล้าน

“ฟิวร์เจอร์ สกาย”ลุยฟ้องกรมการจัดหางาน ปมค้างจ่าย e-WorkPermit กว่า 700 ล้าน

13 ส.ค. 69 | 12:03 น.
อัปเดตล่าสุด :13 ส.ค. 69 | 12:27 น.

กิจการร่วมค้า ฟิวร์เจอร์ สกาย ลุยฟ้องกรมการจัดหางาน ปมค้างจ่าย e-WorkPermit กว่า 700 ล้านบาท อ้างแบกต้นทุน 8 เดือน

KEY

POINTS

  • กิจการร่วมค้า "ฟิวร์เจอร์ สกาย" ยื่นฟ้องกรมการจัดหางานต่อศาลปกครอง กรณีค้างชำระค่าจ้างโครงการ e-WorkPermit
  • เรียกร้องให้ชำระค่าจ้างที่ค้างจ่ายนานกว่า 8 เดือน เป็นมูลค่ากว่า 700 ล้านบาท จากการดำเนินการใบอนุญาตไปแล้วราว 1.4 ล้านใบ
  • ก่อนการฟ้องร้อง บริษัทได้เคยยื่นหนังสือขอความเป็นธรรมต่อกระทรวงแรงงานและเข้าชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการงบประมาณแล้ว
  • บริษัทยืนยันจะยังคงให้บริการระบบ e-WorkPermit ต่อไปตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อไม่ให้กระทบต่อผู้ใช้งาน

กิจการร่วมค้า ฟิวร์เจอร์ สกาย เดินหน้าใช้สิทธิศาลปกครอง หลังอ้างกรมการจัดหางานค้างตรวจรับและเบิกจ่ายค่าจ้างโครงการ e-WorkPermit นานกว่า 8 เดือน มูลค่ากว่า 700 ล้านบาท จากใบอนุญาตที่ดำเนินการแล้วราว 1.4 ล้านใบ ขณะที่มูลค่าสัญญาทั้งโครงการอยู่ที่ 7,800 ล้านบาท 

ก่อนตัดสินใจฟ้องได้ยื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมต่อรัฐมนตรี-ปลัดกระทรวงแรงงาน และเข้าชี้แจงต่อ กมธ.งบประมาณแล้ว ยืนยันยังเดินหน้าระบบ 24 ชั่วโมง หวั่นปัญหาการเบิกจ่ายกระทบความต่อเนื่องและความเชื่อมั่นระบบดิจิทัลบริหารแรงงานต่างด้าว

โครงการ e-WorkPermit ระบบอิเล็กทรอนิกส์สำหรับการบริหารและให้บริการคำขอใบอนุญาตทำงานของแรงงานต่างด้าว กำลังเผชิญข้อพิพาทระหว่างภาครัฐกับเอกชนคู่สัญญา หลัง กิจการร่วมค้า ฟิวร์เจอร์ สกาย ออกมาเรียกร้องให้กรมการจัดหางานเร่งตรวจรับงานและเบิกจ่ายค่าจ้างที่ค้างสะสม โดยระบุว่า มูลค่าค่าบริการที่อยู่ระหว่างการเบิกจ่ายมีจำนวนกว่า 700 ล้านบาท 

ล่าสุด กิจการร่วมค้าฯ ตัดสินใจเดินหน้าตามกระบวนการยุติธรรม ด้วยการใช้สิทธิต่อศาลปกครอง เพื่อขอให้กรมการจัดหางานดำเนินการชำระค่าจ้างตามสัญญา หลังระบุว่าได้พยายามหารือและร้องขอความเป็นธรรมต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาแล้วเป็นระยะเวลาหลายเดือน 
e-WorkPermit เป็นโครงการขนาดใหญ่ของภาครัฐที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการบริหารแรงงานต่างด้าว นายจ้าง และผู้ใช้บริการทั่วประเทศ โดยระบบเปิดให้บริการออนไลน์ตลอด 24 ชั่วโมง ตั้งแต่วันที่ 13 ตุลาคม 2568

สัญญา 7,800 ล้านเอกชนรับงานระบบ e-WorkPermit

โครงการจ้างเหมาเอกชนกำกับดูแลใบอนุญาตทำงานและให้บริการคำขอแรงงานต่างด้าว ผ่านระบบอิเล็กทรอนิกส์ หรือ e-WorkPermit มีมูลค่าสัญญารวม 7,800 ล้านบาท  

กิจการร่วมค้า ฟิวร์เจอร์ สกาย เป็นผู้ชนะการประมูลและเข้ามารับผิดชอบการให้บริการระบบ โดยมีเป้าหมายสำคัญในการปรับกระบวนการบริหารใบอนุญาตทำงานแรงงานต่างด้าวเข้าสู่ระบบดิจิทัล ลดขั้นตอนการดำเนินงาน และเพิ่มความสะดวกให้กับแรงงานต่างด้าว นายจ้าง และผู้ประกอบการ

ระบบดังกล่าวเปิดให้บริการตั้งแต่วันที่ 13 ตุลาคม 2568 และทำหน้าที่รองรับการยื่นคำขอและการออกใบอนุญาตทำงานของแรงงานต่างด้าวเป็นจำนวนมาก   

                   “ฟิวร์เจอร์ สกาย”ลุยฟ้องกรมการจัดหางาน ปมค้างจ่าย e-WorkPermit กว่า 700 ล้าน

อย่างไรก็ตาม ในระหว่างการดำเนินโครงการ กิจการร่วมค้าฯ ระบุว่าเกิดปัญหาในขั้นตอน การตรวจรับงานและการเบิกจ่ายค่าจ้างจากภาครัฐ จนทำให้เกิดยอดค่าจ้างค้างจ่ายสะสม

1.4 ล้านใบคิดค่าบริการ 520 บาทต่อใบ 

ข้อมูลจากกิจการร่วมค้าฯ ระบุว่า ปัจจุบันระบบได้ดำเนินการเกี่ยวกับใบอนุญาตทำงานไปแล้วประมาณ 1.4 ล้านใบ ตามอัตราค่าบริการที่ระบุไว้ประมาณ 520 บาทต่อใบ คิดเป็นมูลค่าค่าบริการกว่า 700 ล้านบาท 

แต่จำนวนเงินดังกล่าวยังอยู่ระหว่างกระบวนการตรวจรับและเบิกจ่ายหลายงวด ทำให้กิจการร่วมค้าฯ ต้องรับภาระต้นทุนในการดำเนินงานไปก่อน ทั้งค่าใช้จ่ายด้านระบบ บุคลากร และการรักษาความต่อเนื่องของการให้บริการ 

ข้อเรียกร้องของเอกชนจึงมุ่งไปที่การเร่งรัดกระบวนการตรวจรับงานและเบิกจ่ายให้เป็นไปตามขั้นตอนและเงื่อนไขของสัญญา

ร้อง“แรงงาน”ก่อนถึงศาล 

ก่อนตัดสินใจใช้กระบวนการทางศาล กิจการร่วมค้าฯ ระบุว่าได้พยายามแก้ไขปัญหาผ่านช่องทางของฝ่ายบริหารมาแล้ว โดยเมื่อวันที่ 12 พฤษภาคม 2569 ตัวแทนกิจการร่วมค้าฯ ได้เข้ายื่นหนังสือร้องขอความเป็นธรรมต่อ นายจุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน และ พล.ต.ท.วรรณพงษ์ คชรักษ์ ปลัดกระทรวงแรงงาน

ข้อเรียกร้องสำคัญคือ ขอให้กระทรวงแรงงานและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตรวจสอบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับกระบวนการตรวจรับงาน รวมถึงการเบิกจ่ายค่าจ้างตามสัญญา และพิจารณาแนวทางแก้ไขปัญหาอย่างเป็นธรรมต่อทุกฝ่าย  

แต่เมื่อปัญหาการเบิกจ่ายยังไม่สามารถหาข้อยุติได้ กิจการร่วมค้าฯ จึงเดินหน้าสู่กระบวนการศาลปกครองในเวลาต่อมา

                         “ฟิวร์เจอร์ สกาย”ลุยฟ้องกรมการจัดหางาน ปมค้างจ่าย e-WorkPermit กว่า 700 ล้าน

แจงกมธ.หวั่นกระทบภาพลักษณ์กรมการจัดหางาน 

นอกจากการยื่นหนังสือต่อฝ่ายบริหารแล้ว กิจการร่วมค้าฯ ยังได้เข้าชี้แจงต่อ คณะกรรมาธิการศึกษา การจัดทำและติดตามการบริหารงบประมาณ เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2569 สาระสำคัญ คือ การขอความเป็นธรรมในฐานะคู่สัญญาของกรมการจัดหางาน และต้องการให้ปัญหาการตรวจรับและการเบิกจ่ายได้รับการแก้ไขโดยเร็ว 

กิจการร่วมค้าฯ ให้เหตุผลว่า หากปัญหายืดเยื้อ อาจส่งผลกระทบไม่เฉพาะต่อคู่สัญญาเอกชน แต่ยังอาจกระทบต่อภาพลักษณ์ของ กรมการจัดหางาน และกระทรวงแรงงาน ในฐานะหน่วยงานที่กำกับดูแลโครงการสำคัญด้านการบริหารแรงงานต่างด้าว โดยเฉพาะในช่วงที่ภาครัฐกำลังผลักดันการเปลี่ยนผ่านบริการแรงงานต่างด้าวเข้าสู่ระบบดิจิทัล

8 เดือนกับภาระต้นทุนที่เอกชนต้องแบก

ประเด็นที่กิจการร่วมค้าฯ ให้น้ำหนักมากที่สุดคือ ระยะเวลาที่เกิดปัญหาการเบิกจ่าย  บริษัทระบุว่า กรมการจัดหางานมีปัญหาการชำระค่าจ้างมาเป็นระยะเวลานานกว่า 8 เดือน 

ในระหว่างนั้น ผู้ให้บริการยังต้องเดินระบบและให้บริการอย่างต่อเนื่อง โดยไม่สามารถหยุดการให้บริการได้ง่าย เนื่องจากระบบ e-WorkPermit เกี่ยวข้องกับการออกใบอนุญาตทำงานของแรงงานต่างด้าว และมีนายจ้างกับผู้ใช้บริการจำนวนมากที่ต้องพึ่งพาระบบ
สถานการณ์ดังกล่าวทำให้เอกชนต้องแบกรับต้นทุนการดำเนินงานไปก่อน ขณะที่ค่าบริการตามจำนวนใบอนุญาตที่ดำเนินการแล้วกว่า 1.4 ล้านใบยังอยู่ในกระบวนการเบิกจ่าย 

                       “ฟิวร์เจอร์ สกาย”ลุยฟ้องกรมการจัดหางาน ปมค้างจ่าย e-WorkPermit กว่า 700 ล้าน

จาก“ร้องขอความเป็นธรรม”สู่ศาลปกครอง 

หลังจากพยายามใช้ช่องทางการบริหารและชี้แจงต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว กิจการร่วมค้าฯ ระบุว่าได้ประเมินผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นทั้งต่อบริษัท ผู้ใช้บริการ และภาพลักษณ์ของหน่วยงานรัฐ

ท้ายที่สุดจึงตัดสินใจ ใช้สิทธิตามกระบวนการยุติธรรมต่อศาลปกครอง เป้าหมายคือ ขอให้ศาลพิจารณาข้อพิพาท และขอให้กรมการจัดหางานดำเนินการชำระค่าจ้างค้างจ่ายตามสิทธิและเงื่อนไขของสัญญา 

เอกชนยืนยัน“ระบบต้องไม่สะดุด” 

แม้จะมีข้อพิพาทเรื่องการเบิกจ่ายค่าจ้าง กิจการร่วมค้าฯ ยืนยันว่า ยังคงเดินหน้าบริหารระบบ e-WorkPermit อย่างต่อเนื่อง บริษัทระบุว่า ระบบยังให้บริการตลอด 24 ชั่วโมง และยังรองรับการดำเนินการเกี่ยวกับใบอนุญาตทำงานของแรงงานต่างด้าวเป็นจำนวนมาก 

จุดยืนของกิจการร่วมค้าฯ คือไม่ต้องการให้ข้อพิพาทด้านการเงินระหว่างคู่สัญญากระทบต่อผู้ใช้บริการ ซึ่งประกอบด้วยแรงงานต่างด้าว นายจ้าง และผู้เกี่ยวข้องกับกระบวนการขอใบอนุญาตทำงาน 

ดังนั้น แม้จะมีข้อจำกัดด้านการเบิกจ่าย บริษัทระบุว่ายังคงพยายามรักษาคุณภาพและความต่อเนื่องของระบบ เพื่อไม่ให้ผู้ใช้บริการได้รับผลกระทบ

ขณะที่ในฝั่งผู้ให้บริการ ยังคงยืนยันว่าต้องการให้ปัญหายุติลงโดยเร็ว เพื่อให้สามารถเดินหน้าบริหารระบบ e-WorkPermit ได้อย่างมีประสิทธิภาพ