
กกร.ชงรัฐบาล 5 ข้อเร่งด่วน แก้วิกฤตแรงงานขาดแคลน ผยุงธุรกิจ
กกร. เสนอรัฐบาล 5 มาตรการเร่งด่วน แก้ปัญหาขาดแคลนแรงงานต่างด้าว พร้อมขอผ่อนผันจับกุมแรงงานผิดกฎหมายช่วงระบบ e-Work Permit มีปัญหา
KEY
POINTS
- เสนอให้ต่ออายุใบอนุญาตทำงานของแรงงานต่างด้าว พร้อมลดขั้นตอนและค่าใช้จ่ายในการขึ้นทะเบียนเพื่อรักษาแรงงานไว้ในระบบ
- เรียกร้องให้เร่งแก้ไขปัญหาระบบ e-Work Permit ให้มีเสถียรภาพ และผ่อนผันการบังคับใช้กฎหมายในช่วงที่ระบบยังไม่สมบูรณ์
- เสนอให้วางแผนนำเข้าแรงงานภายใต้ MOU จากประเทศใหม่ๆ เพิ่มเติม เช่น ศรีลังกา บังคลาเทศ และอินโดนีเซีย เพื่อแก้ปัญหาขาดแคลนในระยะยาว
วันนี้ (22 พฤษภาคม 2569) นายวิบูลย์ สุภัครพงษ์กุล รองประธานกรรมการ หอการค้าไทยและประธานคณะกรรมการแรงงานและพัฒนาฝีมือแรงงาน เปิดเผยว่า ปัจจุบันภาคเอกชนมีความกังวลอย่างมากเกี่ยวกับปัญหาการขาดแคลนแรงงาน ซึ่งกำลังเผชิญปัญหาโครงสร้างกำลังแรงงานที่ส่งผลให้เกิดการขาดแคลนโครงสร้างในทุกภาคธุรกิจอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันอัตราการเกิดของประชากรไทยลดลงอย่างมีนัยสำคัญ ทำให้กำลังแรงงานในประเทศหดตัวลงอย่างชัดเจน
ทั้งนี้ ขอเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งดำเนินการแก้ไขปัญหาในอุตสาหกรรมต่างๆ ทั้งในระยะสั้นและระยะกลาง โดยทาง กกร. จึงขอเสนอ รัฐบาลเพื่อเร่งแก้ไขปัญหาขาดแคลนแรงงานต่างด้าวโดยเฉพาะ ดังนี้
1. พิจารณามาตรการต่ออายุใบอนุญาตทำงานของแรงงานต่างด้าวทุกสัญชาติที่อยู่ในประเทศไทย โดยเฉพาะในจังหวัดภาคตะวันออก อาทิ จันทบุรี, ระยอง, ตราด, ปราจีนบุรี, สระแก้ว
2. แรงงานต่างด้าวทุกสัญชาติที่ได้ออกจากประเทศไทยไปแล้ว หรือลักลอบเข้าประเทศไทย อย่างผิดกฎหมาย ไม่ควรต่อใบอนุญาตทำงานให้คนต่างด้าวทุกกลุ่ม ทุกกรณี
3. ลดขั้นตอนและค่าใช้จ่ายในการนำเข้าและขึ้นทะเบียนแรงงานต่างด้าวทุกสัญชาติที่มีนายจ้าง และอยู่ในประเทศไทย เพื่อเป็นการลดภาระของนายจ้างผู้ประกอบการ และเพื่อรักษาและคงไว้ซึ่งกำลังแรงงานต่างด้าวที่มีอยู่ภายในประเทศให้เพียงพอ
4. เร่งรัดการแก้ไขปัญหาการใช้ e-Work Permit ของกรมการจัดหางาน ให้มีความเสถียรและใช้งานสะดวกและมีประสิทธิภาพ อีกทั้งระบบ e-Work Permit ยังไม่เชื่อมกับฐานข้อมูลของหน่วยงานอื่น และยังอยู่ในระหว่างการแก้ไขก็ขอให้กระทรวงแรงงานอนุโลมใช้ระบบเดิมควบคู่กันไปก่อน และขอให้กระทรวงแรงงานประสานกับ ตม. เพื่อผ่อนผันการจับกุมแรงงานที่ผิดกฎหมายเนื่องจากเหตุดังกล่าวนี้ด้วย
5. กระทรวงแรงงาน ควรวางแผนทดแทนแรงงานต่างด้าวในระยะยาว โดยการเพิ่มช่องทางการนำเข้าแรงงานต่างด้าวภายใต้MOU โดยการเร่งรัดการเจรจากับประเทศต้นทาง เพื่อจัดหาและนำเข้าแรงงาน จากประเทศอื่นๆ เช่น ศรีลังกา บังคลาเทศ และอินโดนีเซีย เป็นต้น เพื่อป้อนภาคอุตสาหกรรมที่ขาดแคลนอย่างเร่งด่วนต่อไป
ทั้งนี้ กกร. ขอเน้นย้ำว่า ภาคเอกชนไทยสนับสนุนการจ้างงานแรงงานต่างด้าวอย่างถูกกฎหมาย และพร้อมให้ความร่วมมือรัฐบาลในทุกด้านเพื่อบรรลุนโยบายนี้อย่างไรก็ตาม หากสถานการณ์ยังไม่ได้รับ การแก้ไขอย่างทันท่วงทีโดยเร็ว จะส่งผลให้ผู้ประกอบการโดยเฉพาะอย่างยิ่ง SME จำนวนมาก ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรง และกระทบต่อเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้





