
นายกฯ เอาด้วยรับข้อเสนอบิ๊กธุรกิจ ตั้งบอร์ดปราบโกง-ต่ออายุแรงงานต่างด้าว
นายกฯ อนุทิน รับฟังข้อเสนอนักธุรกิจจากหอการค้าไทย ตั้ง กรอ. ร่วมรัฐ–เอกชน รายสาขา 8 ด่าน เล็งตั้งคณะกรรมการแก้ไขปัญหาคอร์รัปชันแห่งชาติ ต่ออายุแรงงานต่างด้าวเร่งด่วน พ่วงยกเครื่องกฎหมายที่เป็นอุปสรรค
KEY
POINTS
- นายกรัฐมนตรีรับข้อเสนอจากหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนเศรษฐกิจและการค้าของประเทศ
- หอการค้าฯ เสนอให้จัดตั้ง “คณะกรรมการแก้ไขปัญหาคอร์รัปชันแห่งชาติ” เพื่อแก้ปัญหาการทุจริตอย่างจริงจัง โดยมีตัวแทนจากทุกภาคส่วนเข้าร่วม
- เสนอให้รัฐบาลเร่งต่ออายุใบอนุญาตทำงาน (MOU) ของแรงงานต่างด้าว เพื่อแก้ไขปัญหาการขาดแคลนแรงงานในภาคการผลิตและอุตสาหกรรม
วันที่ 10 มิถุนายน 2569 เวลา 15.00 น. ณ ตึกภักดีบดินทร์ ทำเนียบรัฐบาล นายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย นำคณะกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เข้าเยี่ยมคารวะนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เพื่อแลกเปลี่ยนความคิดเห็นในประเด็นเกี่ยวกับเศรษฐกิจและการค้า และรับข้อเสนอของภาคเอกชนหลายเรื่อง
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ข้อเสนอของภาคเอกชนมีทิศทางสอดคล้องกับนโยบายรัฐบาลในหลายมิติ โดยรัฐบาลได้เดินหน้าขับเคลื่อนนโยบายสำคัญอย่างต่อเนื่อง ทั้งการเร่งเจรจาความตกลงการค้าเสรี (FTA) กับประเทศคู่ค้าและภูมิภาคสำคัญ การดึงดูดการลงทุน การยกระดับผู้ประกอบการ SMEs การพัฒนาและแปรรูปภาคเกษตร การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลและการประยุกต์ใช้ AI
รวมทั้งการส่งเสริมเศรษฐกิจสีเขียว และการปรับปรุงกฎระเบียบภาครัฐให้โปร่งใส สะดวก และเอื้อต่อการดำเนินธุรกิจมากยิ่งขึ้น โดยรัฐบาลพร้อมรับฟังข้อเสนอจากภาคเอกชนอย่างใกล้ชิด และจะเร่งผลักดันความร่วมมือระหว่างภาครัฐและภาคธุรกิจ เพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศและสร้างการเติบโตทางเศรษฐกิจอย่างยั่งยืน
“รัฐบาลเชื่อว่าการทำให้เศรษฐกิจไทยเติบโตอย่างมีศักยภาพ จำเป็นต้องอาศัยความร่วมมือจากทุกภาคส่วน โดยเฉพาะภาคเอกชนซึ่งเป็นกลไกสำคัญของการลงทุนและการจ้างงาน การหารือในวันนี้จึงเป็นโอกาสสำคัญในการแลกเปลี่ยนความคิดเห็น เพื่อร่วมกันสร้างเงื่อนไขที่ดีที่สุดในการขยายการค้า การลงทุน และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ” นายกฯ ระบุ
นายกรัฐมนตรี ยังยืนยันว่า รัฐบาลเดินหน้าปราบปรามผู้มีอิทธิพลและกลุ่มอาชญากรรมทุกรูปแบบอย่างจริงจังและต่อเนื่อง เพื่อสร้างความปลอดภัย สร้างความเชื่อมั่นให้แก่นักท่องเที่ยว นักลงทุน และประชาชนทั่วประเทศ
ด้านนายพจน์ อร่ามวัฒนานนท์ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย กล่าวว่า หอการค้าไทยฯ ได้รวบรวมความคิดเห็นจากสมาชิก เพื่อจัดทำข้อเสนอในการสร้างเศรษฐกิจไทยมีแผนงานหลัก 10 เรื่อง และข้อเสนอเร่งด่วนที่ชัดเจนเน้นการทำงานร่วมกับภาครัฐ โดยไม่ใช่เพียงแผนระยะสั้น 1-2 ปี แต่เป็นการวางรากฐานในระยะยาว
ประเด็นสำคัญที่ต้องเร่งดำเนินการ เช่น ภาคการเกษตร เนื่องจากมีประชากรที่อยู่ในครอบครัวเกษตรกรสูงถึง 30 ล้านคน หอการค้าไทยมองว่าหากไม่รีบปรับปรุงโครงสร้างภาคการเกษตรจะเกิดอันตรายต่อระบบเศรษฐกิจ และนำไปสู่ปัญหาการขาดแคลนผลผลิต ซึ่งจะส่งผลกระทบโดยตรงต่อ ความมั่นคงทางอาหารของประเทศ โดยเสนอให้มีการบริหารจัดการต้นทุนการผลิตให้ต่ำลง และร่วมกันวางแผนการตลาดใหม่ทั้งในระยะ 1 ปี และ 10 ปี
นายพจน์ กล่าวว่า เรื่องสำคัญอีกเรื่องคือ การต่ออายุ MOU แรงงานต่างด้าว 4 สัญชาติ เพื่อปัญหาการขาดแคลนแรงงาน ที่กำลังจะหมดอายุลงภายในเดือนมิถุนายนนี้ โดยหอการค้าไทยขอห้รัฐบาลเร่งต่ออายุ MOU เพื่อประคองภาคการผลิตที่กำลังเผชิญภาวะขาดแคลนอย่างหนัก รวมทั้งให้ความสำคัญกับเรื่อง AI และเทคโนโลยี ที่ต้องทำงานร่วมกับภาครัฐ เพื่อยกระดับขีดความสามารถทางการแข่งขันของประเทศในอนาคต
สำหรับข้อเสนอภาคเอกชนเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจแต่ละมิติ ที่เสนอให้กับนายกฯ พิจารณาครั้งนี้ ประกอบด้วย
1.ข้อเสนอเพื่อยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันทางเศรษฐกิจของประเทศ ประกอบด้วย
การแก้ไขปัญหาคอร์รัปชันแห่งชาติ (Zero Corruption) โดยสนับสนุนการแต่งตั้ง “คณะกรรมการแก้ไขปัญหาคอร์รัปชันแห่งชาติ” โดยมีตัวแทนจากทุกภาคส่วนเข้าร่วม ตลอดจน เตรียมนำเสนอ ดำเนินการรวบรวมข้อเสนอเร่งด่วนในการทบทวนกฎกระทรวง ระเบียบ ประกาศ และกฎหมายลำดับรองที่เป็นอุปสรรคต่อการดำเนินธุรกิจ ภายใต้โครงการReinvent Thailand โดยเตรียมเสนอต่อคุณปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ฝ่ายกฎหมาย
การปฏิรูปภาคการเกษตรทั้งระบบ เร่งรัดการปฏิรูปภาคการเกษตรทั้งระบบ เพื่อเพิ่มผลผลิตเพิ่มรายได้โดยทันที เพื่อช่วยลดต้นทุนและสร้างเสถียรภาพด้านราคาให้แก่เกษตรกรและครอบครัวกว่า 30 ล้านคน พร้อมผลักดันการใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม รวมถึง ยกระดับภาคเกษตรทั้งห่วงโซ่ ตั้งแต่การผลิต การบริหารจัดการน้ำ การใช้เทคโนโลยี การตลาด และการสร้างมูลค่าเพิ่ม เพื่อให้เกษตรกรไทยมีรายได้ที่มั่นคงและแข่งขันได้ในระยะยาว
ผลักดันการเจรจาการค้าระหว่างประเทศและการลงทุนของประเทศไทย โดยมีนายกเป็นประธานคณะทำงานเพื่อบูรณาการทุกภาคส่วน ตลอดจน ขอให้สนับสนุนธุรกิจไทยโดยเฉพาะสินค้า Made in Thailand ในการจัดซื้อจัดจ้างภาครัฐ โดยเฉพาะผู้ประกอบการไทย ที่เคยได้รับการส่งเสริมจาก BOI ซึ่งเป็นกลุ่มที่มีศักยภาพและช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศมาอย่างต่อเนื่อง ผ่านการพิจารณาสิทธิประโยชน์หรือมาตรการใหม่
พร้อมนี้ ยังได้เสนอให้มีการตั้งคณะกรรมการร่วมภาครัฐและเอกชนเพื่อแก้ไขปัญหาทางเศรษฐกิจ (กรอ.) แต่ละด้านรวม 8 ด้าน เพื่อให้ครอบคลุม ประกอบด้วย กรอ.พาณิชย์ กรอ.เกษตร กรอ.ด้านท่องเที่ยว กรอ.การศึกษา กรอ.AI & Technology กรอ.พลังงาน กรอ.โลจิสติกส์ และกรอ. SMEs
2.ข้อเสนอเร่งด่วนเพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจไทย ประกอบด้วย
1)การกระตุ้นกำลังซื้อและการบริโภค อาทิ “คนละครึ่งพลัส / ไทยช่วยไทยพลัส”เพื่อกระจายการบริโภคไปสู่เมืองรอง
2)การลดต้นทุนพลังงานและค่าครองชีพ เร่งรัดการลดค่าพลังงานทั้งน้ำมัน ค่าไฟฟ้าและก๊าซหุงต้ม
3)การเสริมสภาพคล่องของ SMEs ผ่านมาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (Soft Loan) และขอให้มีการจัดตั้งโครงการค้ำประกันสินเชื่อของธนาคารของรัฐในลักษณะเดียวกับโครงการ SMEs Credit Boost ของธนาคารแห่งประเทศไทย เพื่อช่วยแก้ไขปัญหาผู้ประกอบการ SMEs ที่ไม่สามารถขอสินเชื่อกับธนาคารพาณิชย์ได้
นอกจากนี้ ขอให้มีการจัดระเบียบและเชื่อมโยงฐานข้อมูลผู้ประกอบการ SMEs (Cleansing Data) เพื่อทราบถึงข้อมูลผู้ประกอบการ SMEs ที่มีอยู่ในปัจจุบัน ในการใช้เป็นข้อมูลประกอบการกำหนดแนวทางแก้ไขปัญหาและส่งเสริม SMEs แบบมุ่งเป้าได้อย่างตรงจุด
4) การแก้ไขปัญหาหนี้ครัวเรือนและภาระหนี้สินของประชาชน ทั้งการปรับโครงสร้างหนี้ และการพักชำระหนี้
5) การปกป้องตลาดภายในประเทศและเสริมความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทย ป้องกันการทุ่มตลาดหรือการแข่งขันที่ไม่เป็นธรรม
6)ส่งเสริมการส่งออกและการค้าระหว่างประเทศ มุ่งหน้าตลาดใหม่ ปรับปรุงมาตรการภาษีนำเข้าวัตถุดิบเพื่อลดต้นทุนการผลิต
7)ฟื้นฟูภาคการเกษตรและยกระดับรายได้เกษตรกร เน้นการวางแผนการผลิตตรงความต้องการของตลาด
8)การส่งเสริมการท่องเที่ยวและภาคบริการ ยกระดับอุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานคมนาคมให้สะดวก
9)การปฏิรูประบบราชการและเสริมสร้างระบบธรรมาภิบาล โดยเน้นความโปรงใสและนำระบบดิจิทัลมาใช้เพื่อลดต้นและความโปร่งใสในการให้บริการ
10)การพัฒนาเศรษฐกิจพื้นที่ชายแดน โดยเยียวยาฟื้นฟูจังหวัดชายแดนที่ได้รับผลกระทบเช่นชายแดนไทย -กัมพูชา เป็นต้น
นอกจากนี้ ยังมีประเด็นเกี่ยวเนื่องสำคัญที่ผลักดันต่อรัฐบาล ประกอบด้วย แนวทางการตรวจสอบย้อนหลังกรณีจัดจ้างบริษัทที่ปรึกษาของภาครัฐ (Post Audit) โดยกำหนดเงื่อนไขไว้ใน TOR เพื่อให้การลงทุนเกิดประโยชน์สูงสุด, มาตรการแก้ไขปัญหาการขาดแคลนแรงงานในอุตสาหกรรมเข้มข้น (เร่งด่วน) อาทิ การต่ออายุใบอนุญาตทำงานของแรงงานต่างด้าว การแก้ไขปัญหา e-Work Permit
รวมไปถึงการยกระดับศิลปะและวัฒนธรรมของชาติ เช่น ปรับปรุงหลักเกณฑ์เขตปลอดอากรหอศิลป์ (Art Free Zone) เพื่อยกระดับและพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทางวัฒนธรรมและการเรียนรู้ของประเทศไทยอย่างเป็นระบบ







