
ฟิวเจอร์ สกาย โวย กรมจัดหางานเมินปัญหา e-WorkPermit ค้างตรวจรับบัตร 7 แสนใบ
กิจการร่วมค้า ฟิวร์เจอร์ สกาย ออกโรงชี้แจงปัญหาการดำเนินโครงการ e-WorkPermit ระบบออกใบอนุญาตทำงานแรงงานต่างด้าวแบบดิจิทัล หลังเปิดให้บริการกว่า 7 เดือน แต่คณะกรรมการตรวจรับงานยังไม่เคยนัดประชุมแม้แต่ครั้งเดียว ขณะที่ยอดออกบัตรพุ่งกว่า 700,000 ใบ คิดเป็นมูลค่ากว่า 364 ล้านบาท
KEY
POINTS
- กิจการร่วมค้า ฟิวเจอร์ สกาย ร้องเรียนว่ากรมการจัดหางานไม่ตรวจรับงานระบบ e-WorkPermit มานาน 7 เดือน ทำให้บริษัทไม่ได้รับค่าจ้าง 364 ล้านบาท แม้จะออกใบอนุญาตทำงานให้แรงงานต่างด้าวไปแล้วกว่า 7 แสนใบ
- ระบบ e-WorkPermit ต้องรองรับคำร้องมากกว่าที่ออกแบบไว้ถึง 15 เท่า และยังเผชิญปัญหาข้อมูลจากกรมฯ ไม่สมบูรณ์และขัดแย้งกับหน่วยงานอื่น ทำให้การทำงานล่าช้า
- บริษัทฯ อ้างว่ากรมการจัดหางานไม่ให้ความร่วมมือ ปฏิเสธข้อเสนอช่วยแก้ปัญหา และพยายามกลับไปใช้ระบบลงทะเบียนแบบ Manual โดยอ้างว่าระบบดิจิทัลมีปัญหา
นายชัยรัตน์ แสงจันทร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) กิจการร่วมค้า ฟิวร์เจอร์ สกาย ผู้รับจ้างดำเนินโครงการ Outsourcing Service ของกรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า การให้บริการขึ้นทะเบียนและต่ออายุใบอนุญาตทำงานแรงงานต่างด้าว ผ่านระบบดิจิทัล e-WorkPermit นับตั้งแต่เปิดให้บริการอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม 2568 แต่ยังมีปัญหาสำคัญในหลายประเด็น
ระบบแบกรับคำร้องเกิน 15 เท่า ของที่ออกแบบไว้
หนึ่งในปัญหาสำคัญที่กิจการร่วมค้าฯ ระบุ คือ ปริมาณงานจริงที่เกินกว่าประมาณการเดิมอย่างมีนัยสำคัญ โดยแผนงานเดิมออกแบบให้รองรับคำร้องประมาณ 6,000 รายการต่อวัน ด้วยเจ้าหน้าที่ตรวจคำร้อง 72 คน และกำหนดเวลาตรวจสอบเฉลี่ยรายการละ 5 นาที แต่ในความเป็นจริง บางช่วงเวลามีคำร้องเข้าสู่ระบบมากกว่า 90,000 รายการต่อวัน หรือสูงกว่าที่ประเมินไว้ถึง 15 เท่า
13 ปัญหาฉุดระบบ กิจการร่วมค้าฯ สู้คนเดียว
กิจการร่วมค้าฯ ระบุปัญหาที่สะสมตลอดระยะเวลาการดำเนินโครงการ ประกอบด้วย
- ข้อมูลแรงงานไม่ครบถ้วน กรมการจัดหางานส่งข้อมูลพื้นฐานแรงงานต่างด้าวมาไม่สมบูรณ์ ทำให้ไม่สามารถดำเนินการในระบบได้อย่างเต็มที่
- ข้อมูลที่รับรองแล้วยังผิดพลาด แม้กรมฯ จะรับรองข้อมูลอย่างเป็นทางการแล้ว แต่ยังคงพบข้อผิดพลาดจำนวนมาก โดยไม่ได้รับคำแนะนำหรือแนวทางแก้ไขใดๆ
- มาตรฐานต่างหน่วยงานขัดแย้งกัน ข้อกำหนดของกรมการจัดหางาน สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง และกระทรวงการต่างประเทศ มีความแตกต่างกัน เช่น รูปแบบการเขียนชื่อแรงงาน ทำให้ปัญหาเล็กน้อยกลายเป็นภาระขนาดใหญ่ที่ฝ่ายเอกชนต้องแก้เองทั้งหมด
- การสื่อสารไม่เป็นลายลักษณ์อักษร กรมฯ ใช้วิธีสั่งการผ่านบุคคลเป็นหลัก ทำให้เมื่อเปลี่ยนผู้ประสานงาน ข้อกำหนดก็เปลี่ยนตาม แต่กำหนดเวลายังคงเดิม
- ถูกปฏิเสธการขยายศูนย์บริการ แม้กิจการร่วมค้าฯ จะเสนอขอเปิดศูนย์บริการพิเศษชั่วคราวด้วยงบของตัวเอง แต่ข้อเสนอดังกล่าวไม่ได้รับการพิจารณา โดยไม่มีคำชี้แจงที่ชัดเจน
- กรมฯ หันไปใช้ระบบ Manual กรมการจัดหางานพยายามเปิดให้บริการลงทะเบียนแรงงานโดยไม่ผ่านระบบ e-WorkPermit โดยอ้างว่าระบบมีปัญหาและเอกชนทำงานไม่ทัน
7 เดือน ไม่มีตรวจรับงานแม้แต่ครั้งเดียว
ประเด็นที่กิจการร่วมค้าฯ ให้น้ำหนักมากที่สุด คือ นับตั้งแต่เปิดให้บริการในวันที่ 13 ตุลาคม 2568 จนถึงวันที่ 1 พฤษภาคม 2569 คณะกรรมการตรวจรับงานของกรมการจัดหางานยังไม่เคยจัดประชุมเพื่อตรวจรับงาน หรือให้คำแนะนำอย่างเป็นทางการแม้แต่ครั้งเดียว ทั้งที่ในช่วงเวลาดังกล่าว ระบบ e-WorkPermit ได้ออกบัตรประจำตัวให้กับแรงงานต่างด้าวไปแล้วกว่า 700,000 ใบ คิดเป็นค่าจ้างตามสัญญา (TOR) ประมาณ 364 ล้านบาท ซึ่งกิจการร่วมค้าฯ ยังไม่ได้รับชำระ เนื่องจากยังไม่มีการตรวจรับงาน
นอกจากนี้ ในการประชุมร่วมเมื่อวันที่ 1 เมษายน 2569 ผู้สังเกตการณ์อิสระจากองค์กรต่อต้านคอร์รัปชัน (ACT) ยังได้แนะนำให้มีการปรับปรุงข้อตกลงให้สอดคล้องกับสภาพความเป็นจริงด้วย
ยันพร้อมเดินหน้าต่อ ขอแค่กรมฯ ร่วมมือ
แม้จะเผชิญอุปสรรคมากมาย กิจการร่วมค้าฯ ยืนยันว่าได้เพิ่มบุคลากรและอุปกรณ์เกินกว่าที่กำหนดไว้ในสัญญา รวมถึงขยายช่องทางบริการเป็น ศูนย์บริการ 40 แห่งทั่วประเทศ ศูนย์แรกรับเข้าทำงาน 5 แห่ง และหน่วยบริการเคลื่อนที่ 8 หน่วย พร้อมยืนยันว่าจะยังคงพัฒนาระบบ e-WorkPermit ให้ใช้งานง่ายขึ้น ลดขั้นตอนที่ซับซ้อน และพร้อมทำงานร่วมกับกรมการจัดหางานอย่างเต็มที่ โดยขอเพียงให้มีการกำหนดแนวทางร่วมกันอย่างชัดเจน เพื่อให้โครงการเดินหน้าได้อย่างมีประสิทธิภาพและโปร่งใส
แหล่งข่าวจากกระทรวงแรงงานตั้งข้อสังเกตว่า อุปสรรคที่เกิดขึ้นอาจสะท้อนความพยายามรักษาระบบการทำงานแบบแมนนวลไว้ เพื่อเปิดช่องให้เกิดประโยชน์แก่บุคคลบางกลุ่ม เนื่องจากระบบดิจิทัลของฟิวเจอร์ สกาย มีการจัดเก็บข้อมูลชีวมิติ ทั้งม่านตาและลายนิ้วมือ ซึ่งสามารถตรวจสอบย้อนหลังได้อย่างละเอียด ช่วยลดปัญหาการเรียกรับผลประโยชน์หรือค่าใช้จ่ายแอบแฝงในกระบวนการดำเนินงาน
แหล่งข่าวระบุว่า ปัจจุบันเอกชนต้องเผชิญความล่าช้าในการอนุมัติใบอนุญาตในระดับจังหวัดนานถึง 4-5 เดือน ทั้งที่ขั้นตอนตรวจสอบเอกสารสามารถดำเนินการแล้วเสร็จภายใน 24 ชั่วโมง โดยมองว่าการยืดระยะเวลาดังกล่าวส่งผลกระทบโดยตรงต่อแรงงานจำนวนมาก
“หากต้องการให้กระบวนการเดินหน้าอย่างมีประสิทธิภาพ การผลักดันระบบ e-WorkPermit จะเป็นทางออกสำคัญ เพราะช่วยลดปัญหาความล่าช้า เพิ่มความโปร่งใส และปิดช่องโหว่ในทุกขั้นตอน” แหล่งข่าวกล่าว.





