thansettakij
thansettakij
เปิดเบื้องหลัง "ระเบียบวาทะศิลป์" สู้หนี้นอกระบบพลิกชีวิตด้วยกองทุนหมู่บ้าน

เปิดเบื้องหลัง 'ระเบียบวาทะศิลป์' สู้หนี้นอกระบบ พลิกชีวิตด้วยกองทุนหมู่บ้าน

13 ส.ค. 69 | 08:16 น.
อัปเดตล่าสุด :13 ส.ค. 69 | 08:32 น.

จากหนี้นอกระบบสู่วงหมอลำระดับประเทศ! "พ่อเอ๊ะ" ภักดี พลล้ำ หัวหน้าวงระเบียบวาทะศิลป์ เปิดใจกองทุนหมู่บ้านคือจุดเปลี่ยน ก่อนรัฐบาลชู "ระเบียบวาทะศิลป์" ต้นแบบวินัยการเงิน

KEY

POINTS

  • วงหมอลำ "ระเบียบวาทะศิลป์" เริ่มต้นธุรกิจจากการกู้เงินกองทุนหมู่บ้านเป็นทุนตั้งต้น เพื่อหลีกหนีปัญหาหนี้นอกระบบ
  • "พ่อเอ๊ะ" หัวหน้าวง เผยว่าครอบครัวได้กู้เงินจากกองทุนหมู่บ้านรวมประมาณ 60,000 บาท เพื่อนำมาพัฒนาวงจนมีชื่อเสียง
  • จากความสำเร็จดังกล่าว รัฐบาลได้ยกย่องให้วงระเบียบวาทะศิลป์เป็นต้นแบบของสมาชิกกองทุนหมู่บ้านที่มีวินัยทางการเงิน

"พ่อเอ๊ะ" นายภักดี พลล้ำ หัวหน้าวงหมอลำระเบียบวาทะศิลป์ เผยจุดเริ่มต้นวงมาจากเงินกู้กองทุนหมู่บ้านของครอบครัว 4-5 คน คนละ 20,000 บาท รวมราว 60,000 บาท ใช้ตั้งต้นวงหมอลำ หนีจากปัญหาหนี้นอกระบบ จนทำให้รัฐบาลยกให้วงนี้เป็นต้นแบบสมาชิกกองทุนหมู่บ้านที่มีวินัยทางการเงิน 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในพิธีเปิดโครงการ “ไทยช่วยไทย เพิ่มทุน ดอกเบี้ยคนละครึ่ง” ของกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมือง ที่มี นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานเมื่อวันที่ 10 สิงหาคม 2569  โดยมีการแสดงโชว์โดยหมอลำชื่อดัง "วงระเบียบวาทะศิลป์" สร้างสีสันให้กับงานดังกล่าว

"พ่อเอ๊ะ" นายภักดี พลล้ำ หัวหน้าวงหมอลำระเบียบวาทะศิลป์

ภายหลังพิธีเปิด "พ่อเอ๊ะ" หรือ ภักดี พลล้ำ ผู้บริหารและหัวหน้าวงระเบียบวาทะศิลป์ เปิดเผยเบื้องหลังถึงที่มาของการร่วมโชว์ในครั้งนี้ซึ่งเป็นความสำเร็จของวงว่า จุดเริ่มต้นไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบ เพราะในช่วงก่อร่างสร้างวง ครอบครัวของตนไม่มีหลักทรัพย์ค้ำประกันสำหรับขอกู้เงินจากธนาคาร และต้องเผชิญปัญหาหนี้นอกระบบที่ดอกเบี้ยสูงลิบ

ทางออกในตอนนั้นคือกองทุนหมู่บ้าน ซึ่งครอบครัวของตนเป็นสมาชิกอยู่ 4-5 คน จึงตัดสินใจใช้สิทธิกู้เงินคนละ 20,000 บาท รวมเป็นเงินทุนตั้งต้นประมาณ 60,000 บาท และนำเงินก้อนนี้ไปพัฒนาวงหมอลำจนเติบโตมีชื่อเสียงอย่างในปัจจุบัน

"การมีกองทุนหมู่บ้านช่วยให้เราไม่ต้องไปพึ่งพิงเงินกู้นอกระบบที่อันตรายและมีดอกเบี้ยสูงมหาโหด นอกจากนี้ยังเป็นช่องทางสำคัญในการสนับสนุนงานศิลปะพื้นบ้าน เปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่ได้พัฒนาและต่อยอดอาชีพของตนเองอย่างยั่งยืน" หัวหน้าวงระเบียบวาทะศิลป์ กล่าว

เปิดเบื้องหลัง 'ระเบียบวาทะศิลป์' สู้หนี้นอกระบบ พลิกชีวิตด้วยกองทุนหมู่บ้าน

รัฐบาลชูเป็นต้นแบบ ในพิธีเปิดโครงการลดภาระดอกเบี้ย

นางสุขสมรวย วันทนียกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (สทบ.) นำเรื่องราวความสำเร็จของวงระเบียบวาทะศิลป์มาเสนอต่อนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี ในพิธีเปิดตัวโครงการ "ไทยช่วยไทย เพิ่มทุน ดอกเบี้ยคนละครึ่ง" เมื่อวันที่ 10 สิงหาคมที่ผ่านมา ณ ทำเนียบรัฐบาล โดยระบุว่าวงนี้เป็นประจักษ์พยานตัวจริงและต้นแบบของสมาชิกกองทุนหมู่บ้านที่มีวินัยทางการเงิน

โครงการดังกล่าวมุ่งช่วยรับภาระจ่ายดอกเบี้ยให้ร้อยละ 50 เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายและแก้ปัญหาหนี้สินของประชาชนฐานราก

นางสุขสมรวย วันทนียกุล รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะประธานกรรมการกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (สทบ.)

เงินทุนหมุนเวียนโต 5 เท่า สะท้อนความสำเร็จกองทุนหมู่บ้าน

นางสุขสมรวย กล่าวเสริมว่า การลงพื้นที่พบเห็นกองทุนหมู่บ้านที่มีสถานะการเงินดีเป็นเรื่องที่น่าภาคภูมิใจ เพราะเงินอัดฉีดเพิ่มทุนจากรัฐบาลเพียง 2 ล้านบาท ปัจจุบันสมาชิกสามารถบริหารจนเติบโตเป็นเงินหมุนเวียนถึง 10 ล้านบาท สะท้อนให้เห็นว่าเงินกู้ดอกเบี้ยต่ำระดับชุมชนเพียงไม่กี่หมื่นบาท สามารถต่อยอดสู่อาชีพที่มั่นคงและสร้างเงินหมุนเวียนในเศรษฐกิจฐานรากได้จริง

ขณะที่นายอนุทิน กล่าวว่า รัฐบาลให้ความสำคัญกับการแก้ปัญหาปากท้องและสร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจฐานราก เพราะสำหรับประชาชนจำนวนมาก ปัญหาไม่ได้อยู่ที่ไม่มีความสามารถหรือไม่มีอาชีพ แต่อยู่ที่ “ขาดทุนตั้งต้น” หรือเข้าไม่ถึงสินเชื่อในระบบ จนต้องหันไปพึ่งเงินกู้นอกระบบที่มีดอกเบี้ยสูง

เปิดเบื้องหลัง 'ระเบียบวาทะศิลป์' สู้หนี้นอกระบบ พลิกชีวิตด้วยกองทุนหมู่บ้าน

โครงการ “ไทยช่วยไทย เพิ่มทุน ดอกเบี้ยคนละครึ่ง” จึงนำเงินทุนเข้าไปใกล้ประชาชน ผ่านกองทุนหมู่บ้าน กองทุนชุมชนเมือง และกองทุนชุมชนทหาร รวม 79,610 กองทุนทั่วประเทศ เพื่อเพิ่มสภาพคล่องและเงินทุนหมุนเวียน ให้สมาชิกสามารถนำไปต่อยอดอาชีพ ลงทุนค้าขาย หรือสร้างรายได้ให้ครอบครัว โดยมีภาระดอกเบี้ยลดลงตามแนวทางของโครงการ

“เป้าหมายของรัฐบาลคือทำให้คนที่อยากทำมาหากินมีโอกาสเข้าถึงทุนในระบบ ไม่ต้องเริ่มต้นด้วยหนี้นอกระบบ เงินกว่า 4.4 พันล้านบาทที่ลงไปในกองทุนทั่วประเทศจึงไม่ใช่เพียงการเติมเงินให้กองทุน แต่ต้องเปลี่ยนเป็นทุนประกอบอาชีพ รายได้ของครอบครัว และเงินหมุนเวียนในชุมชน เมื่อคนตัวเล็กเข้าถึงทุนได้ เศรษฐกิจฐานรากก็มีโอกาสเติบโตไปพร้อมกัน” นายกรัฐมนตรีกล่าว

นายกรัฐมนตรีย้ำว่า รัฐบาลต้องการให้กองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองเป็นกลไกทางการเงินที่ประชาชนเข้าถึงได้จริง ช่วยลดช่องว่างในการเข้าถึงแหล่งทุน และสร้างทางเลือกให้ผู้ที่อาจต้องพึ่งพาหนี้นอกระบบ สามารถกลับเข้าสู่ระบบการเงินที่เป็นธรรมมากขึ้น พร้อมกำชับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ผลักดันโครงการให้เข้าถึงประชาชนอย่างทั่วถึงและเกิดผลเป็นรูปธรรม