thansettakij
thansettakij
‘อนุทิน’ ปลุกคนไทยออกกำลัง ชู 74 วัน 74 ล้านแคลอรี ดันห่างไกล NCDs

‘อนุทิน’ ปลุกคนไทยออกกำลัง ชู 74 วัน 74 ล้านแคลอรี ดันห่างไกล NCDs

10 ส.ค. 69 | 04:07 น.
อัปเดตล่าสุด :10 ส.ค. 69 | 04:07 น.

นายกฯอนุทินเดินหน้าปลุกสุขภาพคนไทย ชู 74 วัน 74 ล้านแคลอรี เกินเป้ากว่าเท่าตัว ดันคนไทยห่างไกล NCDs ผนึก สธ.เร่งแก้คนไทยอ้วน 45% หนุนแอโรบิกเปลี่ยนสุขภาพทั้งประเทศ

KEY

POINTS

  • โครงการ "74 วัน 74 ล้านแคลอรี" จัดขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และรณรงค์ให้คนไทยหันมาออกกำลังกาย
  • เชิญชวนประชาชนสะสมการเผาผลาญแคลอรีผ่านแพลตฟอร์ม "ก้าวท้าใจ" ซึ่งประสบความสำเร็จเกินเป้าหมาย โดยมียอดสะสมรวมกว่า 153 ล้านแคลอรี
  • มีเป้าหมายเพื่อกระตุ้นให้ประชาชนปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ และปลูกฝังการออกกำลังกายให้เป็นวิถีชีวิต เพื่อลดความเสี่ยงจากโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs)

นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เป็นประธานเปิดพิธีประกาศความสำเร็จโครงการออกกำลังกาย 74 วัน 74 ล้านแคลอรี ภายใต้โครงการส่งเสริมการกีฬาเพื่อพัฒนาชาติไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 74 พรรษา 28 กรกฎาคม 2569 

โดยมี นายพัฒนา พร้อมพัฒน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข นพ.สมฤกษ์ จึงสมาน ปลัดกระทรวงสาธารณสุข พญ.อัมพร เบญจพลพิทักษ์ อธิบดีกรมอนามัย ผู้บริหาร บุคลากรกระทรวงสาธารณสุข และประชาชนจำนวนมาก ร่วมกิจกรรม

‘อนุทิน’ ปลุกคนไทยออกกำลัง ชู 74 วัน 74 ล้านแคลอรี ดันห่างไกล NCDs

 

นายพัฒนา กล่าวว่า กระทรวงสาธารณสุขได้จัดโครงการออกกำลังกาย 74 วัน 74 ล้านแคลอรี ตามโครงการส่งเสริมการกีฬาเพื่อพัฒนาชาติไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 74 พรรษา 28 กรกฎาคม 2569 ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีพระเมตตาต่อพสกนิกรชาวไทยทุกหมู่เหล่า โดยร่วมมือกับกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา หน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน สถานศึกษา และภาคีเครือข่ายทั่วประเทศ เชิญชวนประชาชนทุกกลุ่มวัย สะสมการเผาผลาญพลังงานจากการออกกำลังกายและกิจกรรมทางกาย ผ่านแพลตฟอร์ม “ก้าวท้าใจ” ระหว่างวันที่ 15 พฤษภาคม - 28 กรกฎาคม 2569 โดยมียอดสะสมการเผาผลาญพลังงานรวมกว่า 153 ล้านแคลอรี สูงกว่าเป้าหมายที่กำหนดไว้

ซึ่งความสำเร็จดังกล่าวมีส่วนช่วยกระตุ้นให้ประชาชนตระหนักถึงความสำคัญของการมีกิจกรรมทางกาย ส่งเสริมการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมสุขภาพ และปลูกฝังให้การออกกำลังกายเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตประจำวันที่จะนำไปสู่การมีสุขภาพที่ดี ช่วยลดความเสี่ยงจากโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง หรือโรค NCDs ตามนโยบายของรัฐบาลและกระทรวงสาธารณสุข

สุขภาพดีเพิ่มศักยภาพการทำงาน

นพ.สมฤกษ์ กล่าวว่า ประเทศไทยมีประชากรวัยทำงานอายุ 15-59 ปี กว่า 43.26 ล้านคน การส่งเสริมให้คนกลุ่มนี้มีสุขภาพดีจะช่วยเพิ่มศักยภาพในการทำงานและการพัฒนาประเทศ ซึ่งผลสำรวจสุขภาพประชาชนไทย ครั้งที่ 7 (พ.ศ. 2567-2568) พบว่า ประชาชนกินอาหารครบ 3 มื้อ 71.9% แต่การบริโภคผักและผลไม้อย่างเพียงพอ ลดลงจาก 21.2% ในปี 2563 เหลือ 16.6%

‘อนุทิน’ ปลุกคนไทยออกกำลัง ชู 74 วัน 74 ล้านแคลอรี ดันห่างไกล NCDs

 

ส่วนผู้ที่มีกิจกรรมทางกายเพียงพออยู่ที่ 57.4% ขณะที่ความชุกของภาวะอ้วนในประชาชนอายุ 15 ปีขึ้นไป เพิ่มขึ้นจาก 42% ในปี 2563 เป็น 45% ในปี 2567 

สอดคล้องกับข้อมูลจากระบบคลังข้อมูลสุขภาพ (HDC) ที่พบว่า ในปี 2566 ประชากรวัยทำงานอายุ 25-59 ปี มีดัชนีมวลกาย (BMI) อยู่ในเกณฑ์ปกติเพียง 46.51% และความชุกของภาวะอ้วนเพิ่มขึ้นจาก 34.66% ในปี 2564 เป็น 35.64% ในปี 2566 กระทรวงสาธารณสุขจึงส่งเสริมให้ประชาชนเพิ่มกิจกรรมทางกายในชีวิตประจำวัน โดยยกกิจกรรม "แอโรบิก" เป็นต้นแบบของการออกกำลังกายที่เข้าถึงได้ง่าย สามารถต่อยอดสู่การมีกิจกรรมทางกายในรูปแบบอื่นต่อไป

พญ.อัมพร กล่าวว่า การเต้นแอโรบิกเป็นกิจกรรมทางกายระดับปานกลางถึงหนัก ช่วยเสริมสร้างสมรรถภาพหัวใจและหลอดเลือด ลดความเสี่ยงโรคหัวใจ เบาหวาน ความดันโลหิตสูง และโรคหลอดเลือดสมอง 

เดินหน้าแนวคิด Active Living

กรมอนามัยได้เดินหน้าขับเคลื่อนแนวคิด Active Living เพื่อผลักดันให้การเคลื่อนไหวร่างกายเป็นส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตผ่านกิจกรรม เช่น การเต้นแอโรบิกในสวนสาธารณะ ควบคู่กับการลดพฤติกรรมเนือยนิ่ง เพื่อสร้างสังคมไทยที่กระฉับกระเฉงและมีสุขภาพดีอย่างยั่งยืน 

สำหรับผู้ที่ออกกำลังกายในช่วงเย็น แนะนำดื่มน้ำให้เพียงพอ ปรับระดับความหนักของกิจกรรมให้เหมาะสมกับสภาพร่างกาย และสังเกตอาการผิดปกติ เช่น อ่อนเพลีย เวียนศีรษะ หน้ามืด คลื่นไส้ ใจสั่น หรือเป็นตะคริว เพื่อให้สามารถออกกำลังกายได้อย่างปลอดภัยและต่อเนื่อง