
ไฟเขียวข้าราชการพร้อมครอบครัวเบิกค่ายา ‘รักษากระดูกพรุน’ กรณีเสี่ยงสูงได้
กรมบัญชีกลาง ออกหลักเกณฑ์ใหม่ เพิ่มสิทธิข้าราชการพร้อมบุคคลในครอบครัวเบิกค่ายา ‘รักษากระดูกพรุน’ ในกรณีที่มีความเสี่ยงสูง
KEY
POINTS
- กรมบัญชีกลางอนุมัติให้ข้าราชการและครอบครัวสามารถเบิกค่ายารักษาโรคกระดูกพรุนที่มีความเสี่ยงสูงมากได้
- ยาที่สามารถเบิกได้คือ Teriparatide และ Romosozumab โดยมีผลบังคับใช้สำหรับค่ารักษาตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2569 เป็นต้นไป
- กำหนดอัตราเบิกจ่ายค่ายา Teriparatide ไม่เกิน 7,710 บาทต่อกล่อง และ Romosozumab ไม่เกิน 16,670 บาทต่อกล่อง
- การเบิกจ่ายต้องทำผ่านระบบเบิกจ่ายตรงของสถานพยาบาลเท่านั้น ผู้มีสิทธิไม่สามารถนำใบเสร็จรับเงินไปเบิกกับต้นสังกัดได้
นางสาวพลอยทะเล ลักษมีแสงจันทร์ รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า กรมบัญชีกลาง ออกหลักเกณ์ใหม่ให้ สิทธิข้าราชการสามารถเบิกค่ายา “Teriparatide - Romosozumab” สำหรับรักษา “โรคกระดูกพรุนที่มีความเสี่ยงสูงมากต่อการเกิดกระดูก” โดยให้มีผลใช้บังคับสำหรับค่ารักษาที่เกิดขึ้นตั้งแต่ 1 ส.ค. 69 เป็นต้นไป
ตามที่กรมบัญชีกลางได้มีการกำหนดให้รายการยารักษาโรคมะเร็ง และโลหิตวิทยาและยาประเภทอื่นๆ ที่มีค่าใช้จ่ายสูง ซึ่งเป็นทะเบียนยาใหม่ทุกประเภทที่ขึ้นทะเบียนกับสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. 2561 เป็นต้นไป จะไม่สามารถเบิกจากทางราชการได้ จนกว่าจะมีการพิจารณาปรับเข้าระบบ Pior Authorization (PA) หรือกรอบรายการยาแล้วแต่กรณีนั้น
ปัจจุบันยา Teriparatide ที่ใช้สำหรับรักษาผู้ป่วยโรคกระดูกพรุนที่มีความเสี่ยงสูงมากต่อการเกิดกระดูกหัก ซึ่งเป็นยานอกบัญชียาหลักแห่งชาติ และยา Romosozumab ขึ้นทะเบียนกับ อย. เมื่อวันที่ 20 ต.ค. 2563
ดังนั้น เพื่อให้ผู้มีสิทธิและบุคคลในครอบครัวสามารถเข้าถึงยาที่จำเป็น และมีประสิทธิภาพสอดคล้องกับแนวเวชปฏิบัติ ภายใต้การเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาลที่เป็นไปอย่างเหมาะสมและสอดคล้องกับภาระงบประมาณ จึงเห็นสมควรให้ดำเนินการใน 2 ส่วน ประกอบด้วย
1. กำหนดหลักเกณฑ์การเบิกจ่ายค่ารักษาพยาบาลสำหรับผู้ป่วยโรคกระดูกพรุนที่มีความเสี่ยงสูงมากต่อการเกิดกระดูกหัก และกำหนดอัตราการเบิกจ่ายค่ายา ดังนี้
ยา Teriparatide ในอัตราไม่เกิน 7,710 บาทต่อ 1 ด้ามต่อกล่อง
ยา Romosozumab ในอัตราไม่เกิน 16,670 บาทต่อ 2 ด้ามต่อกล่อง
ทั้งนี้ การใช้ยา Teriparatide และ Romosozumab ต้องเป็นไปตามแนวทางกำกับการเบิกจ่ายค่ายาที่กรมบัญชีกลางกำหนด จึงจะสามารถเบิกจ่ายจากทางราชการได้
2. กำหนดให้สถานพยาบาลเป็นผู้เบิกจ่ายค่ายา Teriparatide และ Romosozumab ในระบบเบิกจ่ายตรงสวัสดิการรักษาพยาบาลข้าราชการเท่านั้น หากสถานพยาบาลมีการออกใบเสร็จรับเงินค่ายา ให้ระบุเป็น “ค่ายาที่เบิกไม่ได้” และไม่ให้ออกใบรับรองในการสั่งใช้ยานอกบัญชียาหลักแห่งชาติ โดยผู้มีสิทธิจะไม่สามารถนำใบเสร็จรับเงินค่ายาดังกล่าวมายื่นเบิกเงินกับส่วนราชการต้นสังกัดได้
“รัฐบาลภายใต้การนำของนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ให้ความสำคัญกับสุขภาพของประชาชน มุ่งให้ประชาชนทุกกลุ่มได้รับการรักษาพยาบาลอย่างทั่วถึง เข้าถึงการรักษาด้วยยาที่มีความจำเป็น ยกระดับคุณภาพระบบสาธารณสุขให้ตอบโจทย์วิถีชีวิตที่เปลี่ยนไป”







