thansettakij
thansettakij
Early Retire ข้าราชการทหาร

มติครม. เปิด Early Retire ข้าราชการทหาร เว้นภาษีเกษียณอายุราชการก่อนกำหนด

27 ก.ค. 69 | 06:46 น.
อัปเดตล่าสุด :27 ก.ค. 69 | 07:01 น.

มติครม. เห็นชอบยกเว้นภาษีเงินได้ให้ข้าราชการทหารที่เข้าร่วมโครงการ Early Retire เกษียณอายุราชการก่อนกำหนด ลดภาระภาษี–สนับสนุนการปรับกำลังพลอย่างเหมาะสม

KEY

POINTS

  • คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาให้แก่ข้าราชการทหารที่เข้าร่วมโครงการเกษียณอายุก่อนกำหนด (Early Retire)
  • การยกเว้นภาษีครอบคลุมทั้งเงินช่วยเหลือที่ได้รับตามโครงการ และเงินหรือผลประโยชน์ที่ได้รับจากกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.)
  • โครงการดังกล่าวมีเป้าหมายเพื่อปรับโครงสร้างกำลังพลของกระทรวงกลาโหม โดยมีระยะเวลาดำเนินการในช่วงปีงบประมาณ 2568-2570

วันที่ 27 กรกฎาคม 2569 ที่ทำเนียบรัฐบาล นางสาวลลิดา เพริศวิวัฒนา รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติอนุมัติหลักการร่างกฎกระทรวงออกตามความในประมวลรัษฎากร ว่าด้วยการยกเว้นรัษฎากร ตามที่กระทรวงการคลังเสนอ เพื่อยกเว้นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาสำหรับข้าราชการทหารที่เข้าร่วม โครงการเกษียณอายุราชการก่อนกำหนด หรือ Early Retire ของกระทรวงกลาโหม ปีงบประมาณ พ.ศ. 2568–2570 

ครอบคลุมทั้งเงินช่วยเหลือที่ได้รับตามโครงการ และเงินหรือผลประโยชน์ที่ได้รับจากกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) เพื่อบรรเทาภาระภาษีของผู้เข้าร่วมโครงการ และสนับสนุนการปรับโครงสร้างกำลังพลของภาครัฐให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น

มาตรการดังกล่าวสอดคล้องกับมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม 2567 ที่เห็นชอบโครงการเกษียณอายุราชการก่อนกำหนดของกระทรวงกลาโหม ซึ่งมีเป้าหมายปรับขนาดอัตรากำลังพลให้เหมาะสม ลดความคับคั่งของกำลังพลระดับสูง เพิ่มความคล่องตัวในการบริหารกำลังพล และช่วยประหยัดงบประมาณด้านบุคลากรของรัฐในระยะยาว

นางสาวลลิดา กล่าวว่า สิทธิประโยชน์ทางภาษีในครั้งนี้กำหนดให้ เงินช่วยเหลือ (เงินก้อน) ที่ผู้เข้าร่วมโครงการได้รับจากกระทรวงกลาโหม และ เงินหรือผลประโยชน์ที่ได้รับจากกองทุนบำเหน็จบำนาญข้าราชการ (กบข.) เมื่อออกจากราชการตามโครงการ ได้รับการยกเว้นไม่ต้องนำมารวมคำนวณเพื่อเสียภาษีเงินได้บุคคลธรรมดา สำหรับเงินได้พึงประเมินตั้งแต่ปีภาษี 2568 เป็นต้นไป ซึ่งเป็นหลักเกณฑ์เดียวกับมาตรการที่เคยใช้กับโครงการเกษียณอายุราชการก่อนกำหนดของกระทรวงกลาโหมในช่วงปีงบประมาณ 2557–2561

สำหรับโครงการดังกล่าวครอบคลุมข้าราชการทหารชั้นยศพันเอก นาวาเอก และนาวาอากาศเอกขึ้นไป ที่มีอายุ 50 ปีขึ้นไป มีเวลาราชการไม่น้อยกว่า 25 ปี และมีเวลาราชการเหลืออย่างน้อย 2 ปี โดยผู้เข้าร่วมโครงการจะได้รับเงินช่วยเหลือเป็นเงินก้อนประมาณ 7–10 เท่าของเงินเดือนเดือนสุดท้ายรวมเงินประจำตำแหน่ง ตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด พร้อมได้รับสิทธิประโยชน์อื่นตามโครงการ

“การยกเว้นภาษีครั้งนี้จะช่วยให้ผู้เข้าร่วมโครงการได้รับเงินช่วยเหลือเต็มจำนวน ลดภาระภาษีในช่วงเปลี่ยนผ่านหลังออกจากราชการ และเป็นแรงจูงใจให้การดำเนินโครงการบรรลุเป้าหมายในการปรับโครงสร้างกำลังพลของกระทรวงกลาโหม พร้อมช่วยให้รัฐสามารถบริหารงบประมาณด้านบุคลากรได้อย่างมีประสิทธิภาพในระยะยาว” นางสาวลลิดา กล่าว

อย่างไรก็ตามกระทรวงการคลังประเมินว่า หากไม่มีมาตรการยกเว้นภาษีดังกล่าว รัฐจะสามารถจัดเก็บภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาจากเงินช่วยเหลือตามโครงการได้ประมาณ 40 ล้านบาทต่อปี หรือรวมประมาณ 120 ล้านบาท ตลอดระยะเวลา 3 ปีของโครงการ อย่างไรก็ตาม การยกเว้นภาษีจะช่วยบรรเทาภาระของผู้เข้าร่วมโครงการ และสนับสนุนการดำเนินนโยบายปรับกำลังพลของภาครัฐให้บรรลุผลตามเป้าหมาย