
ผ่าตัดราชการ 3 ล้านคน แช่แข็งรับใหม่-ยุบตำแหน่ง ฝ่าวิกฤตงบประมาณ
ผ่าตัดราชการ 3 ล้านคน แช่แข็งรับใหม่-ยุบตำแหน่ง ฝ่าวิกฤตงบประมาณ : คอลัมน์ฐานโซไซตี โดย...กาแฟขม หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับ 4,222
KEY
POINTS
- รัฐบาลเตรียมแก้ปัญหาวิกฤตงบประมาณ ด้วยการสั่งแช่แข็งการรับข้าราชการใหม่และยุบเลิกตำแหน่งของผู้ที่เกษียณอายุ
- ตั้งเป้าหมายลดจำนวนข้าราชการเกือบ 3 ล้านคนลงอย่างค่อยเป็นค่อยไป พร้อมนำเทคโนโลยี และ AI เข้ามาช่วยทำงานทดแทน
- มีแผนดำเนินโครงการเกษียณอายุก่อนกำหนด (Early Retire) เพื่อเป็นแรงจูงใจ และอาจนำงบที่ประหยัดได้ไปเพิ่มสวัสดิการให้บุคลากรที่ยังอยู่ในระบบ
*** รัฐบาลอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี นายกฯ หนูเริ่มต้นด้วยแนวคิด แนวทางต่ออายุให้ช้าราชการที่ครบกำหนดเกษียณ 60 ปีออกไปในเบื้องต้น ด้วยคงจะเห็นว่า ประเทศเข้าสู่สังคมผู้สูงวัย และความแข็งแรง แจ่มใส ของคนวัยเกษียณมีจำนวนมากขึ้น ว่าง่ายๆ สูงวัยอย่างมีคุณภาพ ทำงานต่อได้อย่างกระฉับกระเฉง 60 แล้วกระดูกยังดี ใช้งานได้ ยังไม่ถึงกับต้องไปอยู่บ้านเลี้ยงหลานให้คลายเหงาไปเสียทั้งหมด นั่นเป็นเบื้องต้นแห่งแนวคิด ไปๆ มาๆ คงจะเป็นด้วยเหตุว่าภาระงบประมาณข้าราชการบานปลายเต็มถัง ปริ่มถังแล้ว เอาไม่อยู่ นำไปสู่แนวคิดใหม่ ปฏิรูประบบราชการรอบใหม่จึงเกิดขึ้น
*** ว่าแล้ว รองนายกฯ ปกรณ์ นิลประพันธ์ เข้ามารับผ่าตัด ลงมีด ตรวจพบข้าราชการพลเรือน ทหาร พนักงานราชการ หรือ เรียกกันว่า อัตรากำลังคนภาครัฐร่วมๆ 3 ล้านคน จำต้องสั่งการด่วนจี๋ ฟรีซหรือแช่แข็งการรับข้าราชการใหม่เอาไว้ก่อน ยุบเลิกตำแหน่งข้าราชการที่เกษียณอายุราชการ หวังลดจำนวนคนในระบบอย่างค่อยเป็นค่อยไป และนำเทคโนโลยีมาใช้ทดแทน เป้าเพื่อลดภาระงบประมาณ ที่อาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางการคลังของประเทศในระยะยาว เน้นจัดสรรทรัพยากรบุคคลให้มีประสิทธิภาพสูงสุด
*** รองฯ ปกรณ์ เสนอให้มีการคงตัวเลขข้าราชการทั้งหมด ไม่ให้เพิ่มไปกว่านี้ ห้วงนี้ถือเป็นจำนวนที่มากที่สุดเท่าที่ประเทศจะรับได้แล้ว หากปล่อยให้สูงไปกว่านี้ อาจจะทำให้ระบบล่มสลายได้ เฉพาะข้าราชการพลเรือนให้ยุบเลิกตำแหน่งของคนที่เกษียณอายุหรือตำแหน่งที่มีการออก เพื่อให้จำนวนอัตรากำลังลดลงอย่างเป็นระบบและนำเทคโนโลยีเข้ามาทำงานทดแทนในส่วนที่ทำได้ เป้าหมายลดลจาก 3 ล้านคน เหลือ 2 ล้านคนให้ได้ภายใต้งบประมาณเท่าเดิม เท่ากับลดคนลง รายได้ สวัสดิการของคนที่ยังอยู่ในระบบก็จะสูงขึ้น หวังจูงใจให้คนยังอยู่เพิ่มประสิทธิภาพการทำงานเพิ่มขึ้น ดีดลูกคิดโป๊ะ เหมือนกับองค์กรภาคเอกชน ลดขนาดองค์กร ลดคน เพิ่มค่าจ้าง เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน
*** เท่านั้นไม่พอ ยังมีโครงการเกษียณก่อนหนด Early Retire ที่เปิดรับฟังความเห็นไปบ้างแล้ว เปิดปุ๊บคนสนใจเพียบ แค่ 3 วันแสดงความเห็นมากันร่วม 8 พัน สำนักงาน ก.พ.ต้องไปทำการบ้านต่อ วิเคราะห์ให้ชัด ช่วงอายุและรูปแบบการจ่ายเงินก้อนที่เหมาะสมกับงบประมาณ พร้อมนำข้อมูลมาปรับปรุงโครงการ ให้มีแรงจูงใจที่เหมาะสมและสามารถดำเนินการได้จริงโดยไม่กระทบต่อวินัยการเงินการคลังของภาครัฐ ที่ค่อนข้างตึงตัว
*** ระบบราชการ สังคมสูงวัย ภาระงบประมาณ เป็นโจทย์ท้าทายรัฐบาล ให้ต้องบาร์ลานซ์และวางทางเลือกที่สมดุลย์ บางภารกิจที่รัฐ ระบบราชการไม่จำเป็นต้องทำ ต้องถ่ายโอนออกไปให้เอกชนทำ ไม่ให้ราชการกอดเอาไว้เพื่อให้ตนเองมีงานทำ มีอำนาจ เพียงเพื่อให้ประชาชนต้องเดินเข้าไปหา บางภารกิจซํ้าซ้อนต้องยุบเลิก บางภารกิจใช้เทคโนโลยี ใช้ AI เข้ามาทำงานแทน นอกจากลดภาระงบประมาณได้แล้ว ยังลดภาระประชาชนได้อักโข จากการไม่ต้องจ่ายเบี้ยบ้ายรายทาง หรือค่าอำนวยความสะดวกให้ราชการ ลดต้นทุนได้มากแน่นอนและค่าจ่ายส่วนนี้สามารถไปลงทุนเพิ่มประสิทธิภาพให้กับระบบเศรษฐกิจได้มากมายอย่างแท้จริง
*** ปิดท้ายกันที่... ธนาคารกรุงไทย เตรียมจัดงาน “Krungthai 60th Anniversary Gala Dinner” เพื่อขอบคุณลูกค้าคนสำคัญ และพันธมิตรทุกภาคส่วนที่ไว้วางใจ เคียงข้างกรุงไทยมาตลอด 60 ปี โดยได้รับเกียรติจาก ดร.เอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานในพิธี และชมนิทรรศการที่บอกเล่าเรื่องราวความเป็นมาของธนาคารตลอด 6 ทศวรรษ พร้อมการแสดงพิเศษจาก วงบีไฟว์ ณ ห้องแกรนด์ บอลลูมโรงแรมโฟร์ซีซั่นส์ กรุงเทพฯ ในวันที่ 3 สิงหาคม 2569
คอลัมน์ฐานโซไซตี หน้า 4 หนังสือพิมพ์ฐานเศรษฐกิจ ฉบับที่ 4,222 วันที่ 30 กรกฎาคม - 1 สิงหาคม พ.ศ. 2569







