
ประชุมบอร์ด กสทช.วันจันทร์ที่ 27 ก.ค.69 “ล่ม-ไม่ล่ม” ปมวินิจฉัยคุณสมบัติ “นพ.สรณ”
ลุ้นประชุมบอร์ด กสทช.วันจันทร์ที่ 27 ก.ค.69 ปมคณะกรรมการสรรหา กสทช.ชี้ "นพ.สรณ" ขาดคุณสมบัติ พร้อมเปิดแชทไลน์ให้กำลังใจ ด้านสมาคมโทรทัศน์ระบบดิจิทัล คัดค้านปฏิบัติหน้าที่ประธาน กสทช.
KEY
POINTS
- การประชุมบอร์ด กสทช. วันที่ 27 ก.ค. 69 มีความสำคัญอย่างยิ่ง เนื่องจากเป็นวาระพิจารณาคุณสมบัติของประธาน กสทช. ศ.คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์
- คณะกรรมการสรรหามีมติเอกฉันท์ว่าคุณสมบัติของ นพ.สรณ มีลักษณะต้องห้ามตามกฎหมาย ซึ่งอาจทำให้ต้องพ้นจากตำแหน่ง
- มีความไม่แน่นอนว่าการประชุมจะสามารถดำเนินต่อไปได้หรือไม่ (ล่ม-ไม่ล่ม) หาก นพ.สรณ ยังคงทำหน้าที่ประธาน เนื่องจากกรรมการบางส่วนอาจไม่เข้าร่วมประชุม
- มีการเคลื่อนไหวภายในสำนักงาน กสทช. โดยมีแชทไลน์เชิญชวนพนักงานไปให้กำลังใจประธาน กสทช. ซึ่งก่อให้เกิดคำถามถึงความเหมาะสม
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในวันจันทร์ที่ 27 กรกฎาคม 2569 คณะกรรมการกิจการกระจายเสียงกิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ หรือ กสทช. มีระเบียบวาระการประชุมจำนวน 6 วาระ เริ่มประชุมตั้งแต่เวลา 09.30 น. – 16.30 น. ณ ห้องประชุมสายลม
แต่การประชุมบอร์ด กสทช.ครั้งนี้แตกต่างกว่าทุกครั้ง เนื่องจากมติคณะกรรมการสรรหากรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ มีมติเอกฉันท์ 4 ต่อ 0 เกี่ยวกับคุณสมบัติของ ศ.คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช. มีลักษณะต้องห้ามตามมาตรา 8 (2) แห่งพระราชบัญญัติองค์กรจัดสรรคลื่นความถี่ฯ พ.ศ. 2553 จึงถือได้ว่าสละสิทธิ์เข้ารับตำแหน่งกรรมการ กสทช. ตามมาตรา 18 ซึ่งแก้ไขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติฯ ฉบับที่ 4 พ.ศ. 2564
ที่สำคัญไปกว่านั้นมีแชทไลน์ภายในสำนักงาน กสทช. หลุดออกสู่สาธารณะ ซึ่งมีเนื้อหาเชิญชวนพนักงานและลูกจ้างไปร่วมให้กำลังใจ ศ.คลินิกนพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธาน กสทช. ก่อนการประชุม มีข้อความระบุว่า
“ท่านผู้ช่วย…ให้แจ้งว่าวันจันทร์ที่ 27 ก.ค. 69 เวลา 09.00 น. พนักงาน/ลูกจ้างที่มาปฏิบัติงานในวันดังกล่าว ขอให้ไปร่วมให้กำลังใจส่งท่านประธาน กสทช. เข้าห้องประชุม”
ก่อนหน้านี้ หลัง ศ.คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ ประธานกสทช.ได้เผยแพร่คลิปTimeline ลำดับสถานะการปฏิบัติหน้าที่และสถานะทางกฎหมาย เพื่ออธิบายข้อเท็จจริงเกี่ยวกับการเปลี่ยนผ่านจากการปฏิบัติหน้าที่ในโรงพยาบาลรามาธิบดีสู่การดำรงตำแหน่งประธาน กสทช. โดยยืนยันว่าข้อเท็จจริงในแต่ละช่วงเวลาสามารถตรวจสอบได้จากเอกสารราชการ และสะท้อนลำดับการเปลี่ยนแปลงของสถานะการปฏิบัติหน้าที่อย่างชัดเจน
หลังคลิปเผยแพร่ออกไปบรรดาฝ่ายบริหารระดับสูงของ กสทช.ได้ส่งข้อความในไลน์กลุ่มสำนักงานให้กำลังใจ ประธาน กสทช.
อ่านข่าว : เปิดแชทไลน์ผู้บริหาร กสทช. ระดมพนักงานให้กำลังใจ “นพ.สรณ” วันจันทร์ 27 ก.ค.นี้
แม้สำนักงาน กสทช. ยังไม่มีคำชี้แจงต่อข้อความดังกล่าว แต่การเผยแพร่ในช่วงที่ประธาน กสทช. กำลังเผชิญปัญหาคุณสมบัติ ทำให้เกิดคำถามถึงความเหมาะสมของการใช้กลไกภายในองค์กรในช่วงเวลาที่สถานะของประธานยังเป็นประเด็นถกเถียง
ขณะเดียวกัน สมาคมโทรทัศน์ระบบดิจิทัล เตรียมเข้ายื่นหนังสือต่อบอร์ด กสทช. เพื่อคัดค้านการปฏิบัติหน้าที่ของประธาน กสทช. โดยเห็นว่าควรรอให้สถานะทางกฎหมายมีความชัดเจนก่อนดำเนินการพิจารณาวาระสำคัญขององค์กร
อย่างไรก็ตาม "ฐานเศรษฐกิจ" ได้สอบถามคนใกล้ชิด ศ.คลินิก นพ.สรณ บุญใบชัยพฤกษ์ วันจันทร์ที่ 27 ก.ค.จะเข้าประชุมบอร์ด ขณะที่ พล.อ.ท.ดร.ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ และ ศ.ดร.พิรงรอง รามสูต เข้าประชุมบอร์ด เช่นเดียวกัน
ขณะที่แหล่งข่าวจากวงการโทรคมนาคม เปิดเผยว่า หาก ศ.คลินิก นพ.สรณ ยังคงทำหน้าที่เป็นประธานการประชุม กรรมการบางส่วนอาจไม่ร่วมประชุมหรือไม่ร่วมพิจารณาวาระ เนื่องจากกังวลว่ามติที่เกิดขึ้นอาจถูกโต้แย้งภายหลัง ส่งผลให้การประชุมอาจไม่สามารถดำเนินไปได้อย่างราบรื่น
อย่างไรก็ตาม หาก ศ.นพ.สรณ ไม่เข้าร่วมประชุม หรือประกาศหยุดปฏิบัติหน้าที่ชั่วคราว บอร์ด กสทช. มีแนวโน้มจะดำเนินการ เลือกกรรมการคนหนึ่งขึ้นทำหน้าที่ประธานการประชุมชั่วคราว เพื่อไม่ให้การพิจารณาวาระสำคัญขององค์กรต้องหยุดชะงัก
แหล่งข่าวระบุว่า บุคคลที่ถูกจับตาว่าอาจได้รับการเสนอชื่อ ได้แก่ พล.อ.ท.ดร.ธนพันธุ์ หร่ายเจริญ และ พล.ต.อ.ณัฐธร เพราะสุนทร ซึ่งกรรมการจะต้องพิจารณาและลงมติเลือกผู้ทำหน้าที่ประธานในการประชุมครั้งนี้ หากไม่มีประธานตัวจริงปฏิบัติหน้าที่
สำหรับวาระการประชุมครั้งนี้ถือว่าอัดแน่นด้วยเรื่องสำคัญ ทั้งการกำหนด Roadmap โทรทัศน์ดิจิทัลหลังสิ้นสุดใบอนุญาต การกำกับดูแลบริการ OTT และโครงการ National Streaming Platform (NSP) รวมถึงวาระด้านโทรคมนาคม เช่น การบริหารจัดการวงโคจรดาวเทียม Mobile Satellite การจัดสรรเลขหมายโทรคมนาคม กองทุน USO กองทุน กทปส. และการบริหารจัดการคลื่นความถี่
ด้วยเหตุนี้ การประชุมวันที่ 27 กรกฎาคม จึงเป็นมากกว่าการประชุมตามวาระปกติ แต่เป็นบททดสอบสำคัญต่อความน่าเชื่อถือของบอร์ด กสทช. ว่าจะสามารถเดินหน้าการกำกับดูแลองค์กรได้อย่างต่อเนื่องหรือไม่ ท่ามกลางข้อพิพาทเรื่องสถานะของประธาน และแรงกดดันจากทั้งภาคอุตสาหกรรมและสังคมที่กำลังจับตาทุกความเคลื่อนไหวอย่างใกล้ชิด.







