
ไทยยังไม่พร้อมรองรับสังคมผู้สูงวัย เสนอจ่ายเงินคนชรา ให้เหมาะกับช่วงอายุ
สวนดุสิตโพล เปิดความเห็นประชาชน มองไทยยังไม่พร้อมในการรองรับสังคมผู้สูงวัย พร้อมเสนอให้เงินสนับสนุนที่เหมาะสมกับช่วงอายุให้มากขึ้น
KEY
POINTS
- ผลสำรวจสวนดุสิตโพลชี้ว่าผู้สูงอายุส่วนใหญ่ (67.28%) มองว่าไทยยังไม่พร้อมรองรับสังคมผู้สูงวัย และเห็นว่าระบบสวัสดิการรัฐในปัจจุบันไม่เพียงพอต่อความต้องการ
- ข้อเสนอแนะสำคัญในการพัฒนาระบบสวัสดิการสำหรับผู้สูงอายุ คือ การให้เงินสนับสนุนที่เหมาะสมกับช่วงอายุให้มากขึ้น (66.13%)
- ผู้สูงอายุต้องการให้ปรับปรุงการเข้าถึงสวัสดิการให้สะดวกขึ้น โดยเสนอให้มีเจ้าหน้าที่คอยช่วยเหลือในพื้นที่และมีบริการถึงบ้านสำหรับผู้สูงอายุหรือผู้พิการ
วันนี้(วันที่ 26 กรกฏาคม 2569) สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยสวนดุสิต สำรวจความคิดเห็นเฉพาะผู้ที่มีอายุ 60 ปีขึ้นไป ที่พักอาศัยอยู่ในกรุงเทพฯ และภูมิภาคต่าง ๆ เรื่อง “ผู้สูงอายุกับระบบสวัสดิการรัฐ” กลุ่มตัวอย่างจำนวน 434 คน (สำรวจทางออนไลน์และภาคสนาม) ระหว่างวันที่ 21-24 กรกฎาคม 2569
สรุปผลสำรวจสวนดุสิตโพล เรื่อง “ผู้สูงอายุกับระบบสวัสดิการรัฐ”
- 67.28% มองว่า ไทยไม่พร้อมสำหรับการรองรับสังคมผู้สูงอายุ
- ทำให้ 74.65% มองว่า ระบบสวัสดิการรัฐในปัจจุบันไม่เพียงพอต่อความต้องการ
- ไม่เชื่อมั่นต่อระบบสวัสดิการรัฐว่าจะสามารถรองรับสังคมผู้สูงอายุของประเทศไทยในอนาคตได้ (62.90%)
นอกจากนี้ สิ่งที่ควรปรับปรุงมากที่สุด เพื่อให้เข้าถึงสวัสดิการได้สะดวกขึ้น คือส่วนใหญ่ (65.90%) อยากให้มีเจ้าหน้าที่ช่วยเหลือในพื้นที่
62.21% เปิดบริการถึงบ้านสำหรับผู้สูงอายุ หรือผู้พิการ
รวมถึงอยากให้มีการประชาสัมพันธ์ให้ทั่วถึง เข้าถึงกลุ่มผู้สูงอายุโดยตรง เพิ่มช่องทางให้ญาติดำเนินการแทนได้ ลดขั้นตอนการยื่นเอกสาร ที่สำคัญ คือ เรื่องที่ควรให้ความสำคัญในการพัฒนาระบบสวัสดิการสำหรับผู้สูงอายุ คือ ให้เงินสนับสนุนที่เหมาะสมกับช่วงอายุให้มากขึ้น 66.13%
ดร.พรพรรณ บัวทอง ประธานสวนดุสิตโพล มหาวิทยาลัยสวนดุสิต “สวนดุสิตโพล” มหาวิทยาลัยสวนดุสิต ระบุว่า โดยภาพรวมค่อนข้างไม่เชื่อมั่นว่าระบบสวัสดิการรัฐจะสามารถรองรับสังคมผู้สูงอายุของประเทศไทยในอนาคตได้ 62.90%
อย่างไรก็ตาม จากผลสำรวจผู้สูงอายุส่วนใหญ่มองว่าสวัสดิการที่ดีควรครอบคลุมทั้งรายได้ สุขภาพ ที่อยู่อาศัย และการมีงานทำ ดังนั้นในการเตรียมพร้อมสู่สังคมสูงวัยนั้นจึงต้องออกแบบระบบสวัสดิการที่ตอบโจทย์ความแตกต่างของผู้สูงอายุแต่ละกลุ่ม และช่วยให้ทุกคนเข้าถึงสิทธิได้อย่างเท่าเทียมและมีศักดิ์ศรีในชีวิต ไม่ใช่เป็นเพียงการหาเสียงชั่วครั้งชั่วคราว สร้างภาระให้กับประชาชนมากกว่าช่วยเหลืออย่างจริงใจ
ผู้ช่วยศาสตราจารย์ศิริมา บุญมาเลิศ อาจารย์ประจำโรงเรียนกฎหมายและการเมือง มหาวิทยาลัยสวนดุสิต กล่าวว่า ผลสำรวจสะท้อนให้เห็นว่า ผู้สูงอายุไทยส่วนใหญ่ยังไม่เชื่อมั่นในระบบสวัสดิการของรัฐ มองว่าสวัสดิการที่มีอยู่ในปัจจุบันยังไม่เพียงพอต่อความต้องการ
อันเนื่องมาจากการเข้าถึงการบริการของรัฐยังไม่ได้รับการอำนวยความสะดวกเท่าที่ควร ที่น่าสนใจคือ ผู้สูงอายุไม่ได้ต้องการเงินช่วยเหลือเป็นประเด็นหลัก แต่เป็นเรื่องของการเข้าถึงการบริการของรัฐที่ต้องสะดวกรวดเร็วมากขึ้น
เห็นได้จากความต้องการที่ให้มีเจ้าหน้าที่ช่วยเหลือในพื้นที่ การบริการถึงบ้าน และการประชาสัมพันธ์ให้ทั่วถึงกลุ่มเป้าหมาย ซึ่งสอดคล้องกับข้อจำกัดด้านการเดินทางของผู้สูงอายุ
นอกจากนี้ ผู้สูงอายุยังคงให้ความสำคัญกับหลักประกันพื้นฐาน ทั้งเงินสนับสนุนตามช่วงวัย การรักษาพยาบาลที่ดี และการดูแลระยะยาวอย่างเป็นระบบ มากกว่าการส่งเสริมอาชีพหรือการช่วยเหลือค่าครองชีพ
เมื่อรวมกับความเชื่อมั่นต่ออนาคตของระบบที่อยู่ในระดับต่ำ จึงชี้ให้เห็นว่า ประเทศไทยควรต้องเร่งปฏิรูประบบสวัสดิการผู้สูงอายุอย่างจริงจัง เพื่อรองรับสังคมสูงวัยที่กำลังขยายตัวอย่างรวดเร็วในอนาคตอันใกล้







