
เปิดโมเดลรัฐบาล เร่งจ้างงานคนพิการ-ผู้สูงอายุ ฝ่าวิกฤตสูงวัย-ขาดแรงงาน
เปิดยุทธศาสตร์รัฐบาล พม. กางโรดแมปปี 70 ดึงคนพิการเข้าภาครัฐพุ่ง 50% พร้อมผนึกซีพี แอ็กซ์ตร้า ปั้นโมเดล "60 ยังแจ๋ว" ขนทัพแรงงานสูงวัยคืนสนาม สร้างรายได้ยั่งยืน สู้ศึกสังคมสูงวัยสมบูรณ์
KEY
POINTS
- รัฐบาลผลักดันนโยบายจ้างงานเชิงรุกสำหรับคนพิการและผู้สูงอายุ เพื่อแก้ปัญหาขาดแคลนแรงงานและรับมือสังคมสูงวัย
- ตั้งเป้าให้หน่วยงานภาครัฐจ้างงานคนพิการให้ได้ 50% ภายในปี 2570 เพื่อเป็นต้นแบบให้ภาคเอกชน
- เปิดโครงการ "60 ยังแจ๋ว" ร่วมมือกับภาคเอกชน (Makro, Lotus) เพื่อสร้างอาชีพและรายได้ให้ผู้สูงอายุวัย 60-70 ปี
ท่ามกลางการก้าวเข้าสู่สังคมสูงวัยอย่างสมบูรณ์และปัญหาขาดแคลนแรงงานในประเทศ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ได้ประกาศเดินหน้ายุทธศาสตร์เชิงรุกเพื่อดึงศักยภาพของ "คนพิการ" และ "ผู้สูงอายุ" กลับเข้าสู่ระบบแรงงานอย่างเป็นรูปธรรม
โดยมุ่งเน้นการปรับเปลี่ยนจากสวัสดิสงเคราะห์สู่การสร้างคุณค่าทางเศรษฐกิจ ตั้งเป้าหมายยกระดับสัดส่วนการจ้างงานในหน่วยงานรัฐให้เป็นตัวอย่างแก่ภาคเอกชน พร้อมจับมือยักษ์ใหญ่ค้าปลีกเปิดพื้นที่อาชีพใหม่ให้วัยเกษียณ
กางโรดแมปปี 70 หน่วยงานรัฐต้องเป็นต้นแบบจ้างงานคนพิการ 50%
นายนิกร โสมกลาง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (รมว.พม.) เปิดเผยถึงความท้าทายสำคัญในการขับเคลื่อนการจ้างงานคนพิการในหน่วยงานภาครัฐ ซึ่งจากสถิติช่วงปี 2565 – 2569 พบว่าอัตราการจ้างงานในส่วนนี้แม้จะเพิ่มขึ้นแต่ยังถือว่าน้อยกว่าภาคเอกชน โดยข้อมูล ณ วันที่ 3 กรกฎาคม 2569 อัตราจ้างงานภาครัฐอยู่ที่ร้อยละ 23.92 เท่านั้น
อย่างไรก็ตาม จากการเร่งรัดติดตามอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ข้อมูลล่าสุดในเดือนกรกฎาคม 2569 ตัวเลขขยับสูงขึ้นเป็นร้อยละ 40.50 ซึ่งก้าวกระโดดจากปี 2568 ที่มีเพียงร้อยละ 30
โดย พม. ได้กำหนดเป้าหมายเชิงยุทธศาสตร์ว่า ภายในปีงบประมาณ 2570 หน่วยงานภาครัฐจะต้องมีการจ้างงานคนพิการเพิ่มขึ้นเป็นอย่างน้อยร้อยละ 50 ของอัตราทั้งหมด เพื่อแสดงถึงความจริงจังในการปฏิบัติตามกฎหมาย
ปัจจุบันมี 4 กระทรวงหลักที่ดำเนินการจ้างงานคนพิการเกินกว่าที่กฎหมายกำหนดและเป็นต้นแบบสำคัญ ได้แก่ กระทรวงแรงงาน, กระทรวงคมนาคม, กระทรวงการคลัง และกระทรวง พม.
ภาคเอกชนผลงานเด่น จ้างงานทะลุ 95% ชูมาตรา 33 นำโด่ง
ในมิติของภาคธุรกิจ สถิติผลการจ้างงานคนพิการถือว่าประสบความสำเร็จอย่างสูง โดยในปี 2569 มีอัตราการจ้างงานสูงถึงร้อยละ 95.33 ซึ่งสถานประกอบการส่วนใหญ่เลือกปฏิบัติตามกฎหมายด้วยการจ้างงานตามมาตรา 33 (จ้างงานโดยตรง) เป็นอันดับแรก
รองลงมาคือการส่งเสริมสิทธิตามมาตรา 35 (เช่น ให้สัมปทานพื้นที่ขายของ) และสุดท้ายคือการส่งเงินเข้ากองทุนฯ ตามมาตรา 34
พม. ยังเน้นย้ำเรื่องการเพิ่มโอกาสผ่านการ Upskill และ Re-skill เพื่อพัฒนาสมรรถนะคนพิการให้ตรงตามความต้องการของตลาดงานยุคใหม่ ควบคู่ไปกับการออกแบบสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการทำงาน (Universal Design) เพื่อให้คนพิการสามารถ "มีที่อยู่ ที่ยืน" ในสังคมได้อย่างมีศักดิ์ศรี
เปิดโปรเจกต์ "60 ยังแจ๋ว" ดึงพลังผู้สูงวัยร่วมขับเคลื่อน GDP
ด้านการรับมือสังคมสูงวัย รัฐบาลส่งสัญญาณชัดเจนในการเปิดรับแรงงานวัยเก๋าผ่าน "โครงการ 60 ยังแจ๋ว” ซึ่งเป็นการบูรณาการร่วมกันระหว่างกรมกิจการผู้สูงอายุ และบริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารห้าง Makro และ Lotus เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้สูงอายุในช่วงอายุ 60-70 ปี ได้นำความรู้และประสบการณ์กลับมาใช้สร้างรายได้
ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ระบุว่าโครงการนี้มีระยะเวลาดำเนินการ 2 ปี ครอบคลุม 4 ด้านหลัก
1. การส่งเสริมการจ้างงานผู้สูงอายุ ในตำแหน่งที่เหมาะสมกับวัย
2. การพัฒนาทักษะอาชีพ เพื่อต่อยอดความสามารถเดิม
3. การจัดกิจกรรมส่งเสริมสุขภาพ เพื่อความพร้อมในการทำงาน
4. การเปิดพื้นที่จำหน่ายสินค้า สำหรับผู้สูงอายุที่เป็นผู้ประกอบการใน Makro และ Lotus
“โครงการ ‘60 ยังแจ๋ว’ ไม่ได้เปิดโอกาสเพียงให้ผู้สูงอายุมีงานทำ แต่ยังช่วยต่อยอดทักษะ เปิดช่องทางสร้างรายได้ และสร้างพื้นที่ให้ผู้สูงวัยได้แสดงศักยภาพอย่างเต็มที่ ทั้งในฐานะแรงงานที่มีคุณค่าและผู้ประกอบการที่มีฝีมือ รัฐบาลเชื่อว่าการสร้างโอกาสเช่นนี้จะช่วยให้ผู้สูงอายุมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น พร้อมเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและสังคมไทย” ร้อยเอกหญิง ภัทร์ดารัสมิ์ กล่าว







