thansettakij
thansettakij
เปิดโมเดล ตลท. เปลี่ยน "คอมพ์เก่า" เป็นโอกาสลดเหลื่อมล้ำการศึกษา

เปิดโมเดล ตลท. เปลี่ยน "คอมพ์เก่า" สู่โอกาสลดเหลื่อมล้ำการศึกษา

06 ก.ค. 69 | 08:21 น.
อัปเดตล่าสุด :06 ก.ค. 69 | 08:23 น.

ต.ล.ท. เปลี่ยน "คอมพิวเตอร์เก่า" ที่ถึงวงรอบโละทิ้ง ส่งต่อพร้อมหลักสูตรการเงิน 30 ปีสู่โรงเรียนห่างไกล รับมือสังคมสูงวัย และ ยุค AI

KEY

POINTS

  • ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ริเริ่มโครงการเปลี่ยนคอมพิวเตอร์เก่าที่ครบวงรอบการใช้งานขององค์กรให้เป็นเครื่องมือทางการศึกษา เพื่อลดความเหลื่อมล้ำให้กับโรงเรียนในถิ่นทุรกันดาร
  • โครงการไม่ได้บริจาคแค่เครื่องคอมพิวเตอร์เปล่า แต่ได้บรรจุหลักสูตร e-learning และความรู้ด้านการเงินที่ ตลท. พัฒนาขึ้น เพื่อให้นักเรียนและครูสามารถใช้ประโยชน์ได้อย่างเต็มที่
  • ผู้จัดการ ตลท. ชี้ว่าการลงทุนใน "ทุนมนุษย์" คือหัวใจสำคัญของความยั่งยืน (ESG) เพื่อเตรียมความพร้อมให้เยาวชนรับมือกับสังคมสูงวัยและเทคโนโลยี AI
  • โครงการตั้งเป้าบริจาค 5,000 เครื่องใน 5 ปี ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีจากบริษัทจดทะเบียนจนสามารถบริจาคได้เกินครึ่งของเป้าหมายแล้วในปีแรก

ในวันที่ประเทศไทยก้าวเข้าสู่ภาวะสังคมสูงวัยอย่างเต็มตัว พร้อมกับความท้าทายจากเทคโนโลยี AI ที่กำลังดิสรัปต์ทุกวงการ โจทย์ใหญ่ของประเทศไม่ใช่เพียงแค่การหาเม็ดเงินลงทุนใหม่ ๆ แต่คือการรักษา "ทุนมนุษย์" ไม่ให้หลุดหายไปจากระบบการศึกษา

ในโลกของตลาดทุนที่ขับเคลื่อนด้วยตัวเลขและผลกำไร “ความยั่งยืน” มักถูกตีกรอบอยู่เพียงไม่กี่มิติ อาทิ เรื่องของพลังงานสะอาดหรือโลกร้อน แต่บนเวที Equity Forum 2026 ซึ่งจัดโดย กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.)

นายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ได้ขึ้นเวทีเสวนานำเสนอมุมมองใหม่ที่ว่า หัวใจที่แท้จริงของความยั่งยืน หรือ ESG คือ คน โดยเฉพาะการเปลี่ยนสิ่งของที่ดูหมดมูลค่าอย่างคอมพิวเตอร์ใช้แล้ว ให้กลายเป็นจุดเริ่มต้นของการทำลายกำแพงความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาของเด็กไทย

นายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.)

จาก "ขยะอิเล็กทรอนิกส์" สู่ "อาวุธทางปัญญา"

นายอัสสเดช เล่าตอนหนึ่งบนเวที ถึงจุดเริ่มต้นของโครงการนี้ว่า จากวงรอบปกติขององค์กรที่ "ต้องเปลี่ยนคอมพิวเตอร์ใหม่" ให้พนักงานทุกไม่กี่ปี แทนที่จะนำเครื่องเก่าไปขายต่อในราคาถูกแสนถูก แต่ตลาดหลักทรัพย์ฯ เลือกที่จะส่งต่อคอมพิวเตอร์เหล่านี้ไปยังโรงเรียนในถิ่นทุรกันดารที่ขาดแคลนงบประมาณ

“ผมไม่อยากให้แค่ส่งเครื่องไปอย่างเดียว เพราะเราก็เห็นกันมาเยอะแล้วว่า เครื่องที่ไม่ได้ใช้แล้วก็นั่งจับฝุ่นอยู่ ไม่ได้มีประโยชน์อะไร"

 

ผู้จัดการ ตลท. บอกถึงความแตกต่างของโปรเจกต์นี้จึงอยู่ที่การ “ใส่หัวใจให้เทคโนโลยี” ด้วยการบรรจุหลักสูตร e-learning และความรู้ด้านการเงินที่ ตลท. พัฒนามานานกว่า 30 ปี ลงไปในเครื่องเพื่อให้ครูและนักเรียนเข้าถึงแหล่งความรู้อย่างเป็นระบบ

ความเสมอภาคที่ไม่ใช่แค่การกุศล แต่คือ "วาระแห่งชาติ"

นายอัสสเดช ระบุว่า ปัจจุบันประเทศไทยกำลังเผชิญกับโจทย์หินอย่าง "สังคมสูงวัย" ที่จำนวนคนวัยทำงานลดลงอย่างต่อเนื่อง พร้อมกับชี้ให้เห็นว่า หากระบบการศึกษาไม่สามารถโอบอุ้มเด็กให้คงอยู่ในระบบได้ หรือไม่สามารถเสริมทักษะด้าน AI และการคิดวิเคราะห์ให้เยาวชนได้ ประเทศไทยจะสูญเสียโอกาสในการแข่งขันมหาศาล 

นายอัสสเดช คงสิริ กรรมการและผู้จัดการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.)

"สำหรับหลายครอบครัว รายได้ต่อวันแทบไม่เพียงพอต่อการดำรงชีวิต การต้องซื้ออุปกรณ์การเรียนราคาแพงจึงเป็นอุปสรรคชิ้นใหญ่ของเขา โครงการบริจาคคอมพิวเตอร์นี้จึงตั้งเป้าหมายไว้ที่ 5,000 เครื่องภายใน 5 ปี ซึ่งเพียงปีแรกก็ทำได้เกินครึ่งทางแล้ว เนื่องจากได้รับความสนใจอย่างท่วมท้นจากบริษัทจดทะเบียนที่มองเห็นคุณค่าของการลงทุนในทุนมนุษย์"

ส่วนตัวมองว่า “Sustainability" หรือ ความยั่งยืน ไม่ได้มีแค่เรื่องโลกร้อนหรือพลังงาน แต่คือเรื่องทรัพยากรมนุษย์ด้วย ถ้าเราไม่ลงทุนในวันนี้เพื่อสร้างทรัพยากรที่ Future Ready ได้เราจะสร้างทรัพยากรเหล่านั้นสำหรับประเทศชาติในอนาคตได้อย่างไร

เปลี่ยนวิธีคิด CSR เป็น ESG สู่มูลค่าทางธุรกิจที่จับต้องได้

ผจก. ตลาดหลักทรัพย์ กล่าวด้วยว่า ในสายตานักลงทุนปัจจุบัน การทำ CSR บางครั้งตัวเลขกำไรไม่ใช่ตัวชี้วัดเดียวอีกต่อไป ความสามารถของบริษัทในการบริหารจัดการ ESG โดยเฉพาะตัว “S” หรือ Social กลายเป็นดัชนีสำคัญที่บ่งบอกว่าบริษัทนั้นจะเติบโตอย่างมั่นคงหรือไม่

เปิดโมเดล ตลท. เปลี่ยน "คอมพ์เก่า" สู่โอกาสลดเหลื่อมล้ำการศึกษา

"ผมอยากฝากข้อคิดถึงบริษัทจดทะเบียนกว่า 800 แห่งในตลาดหลักทรัพย์ว่า การพัฒนาคนคือการสร้าง Win-Win Situation เมื่อธุรกิจช่วยสร้างคนเก่ง ประเทศก็ได้พัฒนาทรัพยากร และธุรกิจเองก็ได้บุคลากรคุณภาพมาขับเคลื่อนองค์กร แทนที่จะใช้เงิน CSR ไปกับการซื้อโฆษณาเพื่อสร้างภาพลักษณ์เพียงอย่างเดียว การหมุนเงินเหล่านั้นมาสร้างประโยชน์ให้สังคมจะเกิดเป็นพลังสโนว์บอล ที่ส่งต่อความดีงามในวงกว้าง" นายอัสสเดช กล่าวทิ้งท้าย