
รฟท.ปูพรมตรวจพนักงานรถไฟ 298 ราย เจอสารเสพติด สั่งหยุดงานทันที
รฟท. ลุยตรวจปัสสาวะพนักงานรถไฟก่อนปฏิบัติหน้าที่ หลังเกิดเหตุรถไฟชนที่แยกอโศก–ดินแดง พบพนักงานมีสารเสพติด 2 ราย จากทั้งหมด 298 ราย สั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่ทันที เร่งตั้งกรรมการสอบวินัย-ส่งบำบัด
KEY
POINTS
- รฟท. ตรวจพบพนักงาน 2 รายมีผลตรวจสารเสพติดเป็นบวก จากมาตรการตรวจเชิงรุกในพนักงานที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยในการเดินรถ
- สั่งให้พนักงานทั้ง 2 รายหยุดปฏิบัติหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยทันที และส่งเข้าสู่กระบวนการสอบสวนทางวินัย
- รฟท. ยืนยันจะเดินหน้ามาตรการตรวจเชิงรุกอย่างต่อเนื่องทั่วประเทศ เพื่อยกระดับความปลอดภัยและสร้างองค์กรปลอดยาเสพติด
นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง รองผู้ว่าการฯ รักษาการผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า รฟท.เดินหน้าดำเนินมาตรการตรวจหาสารเสพติดเชิงรุกในพนักงานที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยในการเดินรถก่อนเข้าปฏิบัติหน้าที่ ภายหลังการยกระดับมาตรการด้านความปลอดภัยจากเหตุอุบัติเหตุบริเวณทางผ่านเสมอระดับแยกอโศก – ดินแดง
ขณะเดียวกันจากผลการตรวจเมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2569 ได้ตรวจพนักงานจำนวน 157 ราย ไม่พบผู้มีผลตรวจสารเสพติด ขณะที่วันที่ 20 พฤษภาคม 2569 ตรวจจำนวน 141 ราย พบผู้มีผลตรวจสารเสพติดจำนวน 2 ราย
ทั้งนี้ภายหลังทราบผลตรวจ รฟท. ได้สั่งให้บุคคลดังกล่าวหยุดปฏิบัติหน้าที่ที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยทันที พร้อมส่งเข้าสู่กระบวนการตรวจยืนยันโดยแพทย์ และดำเนินการตามขั้นตอนขององค์กร ทั้งการสอบข้อเท็จจริง การสอบสวนทางวินัย และการเข้าสู่ระบบคัดกรองและบำบัดรักษาตามแนวทางของหน่วยงานสาธารณสุข
นายอนันต์ กล่าวต่อว่า รฟท. จะดำเนินมาตรการตรวจเชิงรุกอย่างต่อเนื่องในพนักงานที่เกี่ยวข้องกับการเดินรถทั่วประเทศ และจะไม่มีการละเว้นในกรณีที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยของประชาชน
“เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทำให้การรถไฟฯ ต้องกลับมาทบทวนมาตรการด้านความปลอดภัยในหลายส่วน โดยเฉพาะการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติดในองค์กร ซึ่งจะดำเนินการอย่างจริงจังและต่อเนื่องควบคู่กับการดูแลบุคลากรให้เข้าสู่กระบวนการรักษาและฟื้นฟูตามขั้นตอนที่เหมาะสม” นายอนันต์ กล่าว
อย่างไรก็ตามรฟท.เตรียมยกระดับแนวทางองค์กรปลอดยาเสพติด ในหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับความปลอดภัยในการเดินรถ เพื่อสร้างมาตรฐานการปฏิบัติงานที่เข้มงวดมากยิ่งขึ้น และลดความเสี่ยงที่อาจกระทบต่อความปลอดภัยของประชาชน






