
คมนาคม ตั้งคกก.สอบ 15 วัน เหตุรถไฟชนรถเมล์ ล้อมคอกทำจุดหยุดรถไฟนอกเมือง
คมนาคม สั่งตั้งกรรมการสอบข้อเท็จจริง 15 วัน ด้าน ขีดเส้นตายรถขนส่งสินค้า-น้ำมัน ห้ามเข้ากรุงเทพฯ ชั้นในหลัง 4 ทุ่มถึงตี 4 เล็งศึกษาแผนหยุดรถไฟนอกเมืองภายใน 3 เดือนบัส สั่งจ่ายเงินช่วยเหลือผู้เสียชีวิตรายละ 2.39 ล้านบาท ยกระดับมาตรการเยียวยาเหยื่อรถไฟชนรถเมล์
KEY
POINTS
- กระทรวงคมนาคมตั้งคณะกรรมการสอบสวนเหตุรถไฟชนรถเมล์ โดยให้ได้ข้อสรุปภายใน 15 วัน
- สั่งการให้การรถไฟฯ ศึกษาแผนปรับเวลารถไฟขนส่งสินค้าให้วิ่งผ่านกรุงเทพฯ เฉพาะช่วงกลางคืน (22.00 - 04.00 น.) เพื่อลดความเสี่ยง
- วางแผนระยะยาวในการสร้างจุดหยุดรถไฟ (Check-point) บริเวณรอบนอกกรุงเทพฯ เพื่อไม่ให้รถไฟสินค้าและรถโดยสารบางส่วนเข้าสู่พื้นที่ชั้นใน
- ผลการตรวจสอบเบื้องต้นพบสารเสพติดในร่างกายของพนักงานขับรถไฟ ซึ่งถูกสั่งพักงานและดำเนินคดีแล้ว
นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยในการแถลงข่าวถึงอุบัติเหตุรถไฟชนรถบัสบริเวณจุดตัดทางแยกอโศก-ดินแดง ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 8 ราย และได้รับบาดเจ็บ 32 ราย ขณะนี้ได้ลงนามคำสั่งตั้งคณะกรรมการสอบหาข้อเท็จจริงจำนวน 14 ท่านโดยมีรองปลัดกระทรวงคมนาคมเป็นประธาน เพื่อตรวจสอบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นอย่างละเอียดคาดได้ข้อสรุปภายใน 15 วัน
ขณะเดียวกันได้สั่งการให้การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ศึกษาแผนยกเลิกการเดินรถไฟขบวนขนส่งสินค้าผ่านจุดตัดถนน 27 จุดทั่วกรุงเทพฯในช่วงกลางวัน แบ่งเป็นสายตะวันออกและใต้ 19 จุด และสายเหนือสำหรับรถสินค้า 8 จุด ภายใน 3 เดือน โดยสามารถเดินรถไฟดังกล่าวได้เฉพาะช่วงกลางคืนเท่านั้น หากทำได้จริงจะช่วยลดอุบัติเหตุเป็นศูนย์
ส่วนประเด็นใบขับขี่ ยืนยันว่าพนักงานคนขับรถไฟ (พขร.) มีใบอนุญาตจาก รฟท. ถูกต้องตามระเบียบเดิมที่ต้องเป็นช่างเครื่องไม่น้อยกว่า 7 ปี แต่ยอมรับว่าการออกใบขับขี่โดยกรมการขนส่งทางราง (ขร.) ตามกฎหมายใหม่ยังอยู่ในช่วงรอยต่อของการส่งมอบข้อมูล
ปรับแผนเดินรถสินค้า ดีเดย์วิ่งกลางคืน
นายชยธรรม์ พรหมศร ปลัดกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า ปัญหาจุดตัดรถไฟเป็นเรื่องที่กระทรวงฯ พยายามแก้ไขมาตลอดผ่านการสร้างทางต่างระดับและอุโมงค์ แต่เนื่องจากการก่อสร้างในเส้นทางตะวันออกยังล่าช้า ทำให้ยังมีจุดตัดระดับดินที่เป็นอันตราย
ทั้งนี้ได้กำหนดนโยบายเร่งด่วนห้ามรถไฟขนส่งสินค้า โดยเฉพาะรถไฟขนส่งน้ำมันวิ่งผ่านพื้นที่กรุงเทพฯ ชั้นในในช่วงกลางวัน โดยให้ปรับเวลาไปวิ่งในช่วง 22.00 น. ถึง 04.00 น. เท่านั้น เพื่อลดความเสี่ยงในช่วงที่การจราจรหนาแน่น พร้อมมอบหมายให้รฟท. ศึกษาความเป็นไปได้ในการหยุดรถสินค้าไว้ที่รอบนอกเมืองตลอด 24 ชั่วโมง โดยจะใช้เวลาศึกษาประมาณ 3 เดือน
เปิดจุด Check-point เบรกรถไฟเข้ากรุง
นายจิรโรจน์ ศุกลรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนการขนส่งและจราจร (สนข.) กล่าวว่า สำหรับจุดเชื่อมต่อเพื่อไม่ให้รถสินค้าเข้าสู่เขตเมืองชั้นใน โดยวางจุดเปลี่ยนถ่ายไว้รอบกรุงเทพฯ ได้แก่ ขบวนรถไฟสายเหนือและสายอีสาน มีจุดเชื่อมต่อที่ชุมทางบ้านภาชี ส่วนขบวนรถไฟสายใต้และสายตะวันตก มีจุดเชื่อมต่อที่สถานีนครปฐม และขบวนรถไฟสายตะวันออก มีจุดเชื่อมต่อที่สถานีขนส่งและแยกสินค้ากล่องทางบกขนาดใหญ่ (ICD ลาดกระบัง)
สำหรับรถโดยสารประชาชนผู้ใช้บริการในอนาคตมีแผนให้หยุดแค่สถานีรอบนอก เช่น สายตะวันออกให้หยุดที่สถานีขนส่งและแยกสินค้ากล่องทางบกขนาดใหญ่ (ICD ลาดกระบัง) จากนั้นสามารถนั่งรถไฟฟ้าแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ ส่วนสายใต้ให้หยุดที่สถานีตลิ่งชันเพื่อเชื่อมต่อรถไฟฟ้าสายสีแดง โดยกระทรวงฯ จะพิจารณามาตรการสนับสนุนค่าโดยสารที่เพิ่มขึ้น เช่น การใช้บัตรสวัสดิการ เพื่อไม่ให้เป็นภาระประชาชน
สั่งพักงานพนักงานคนขับ-เจ้าหน้าที่เกี่ยวข้อง
นายอนันต์ โพธิ์นิ่มแดง ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไท (รฟท.) กล่าวว่า จากการตรวจสอบของทางตำรวจพบว่าพนักงานขับรถขบวนดังกล่าวถูกตรวจพบสารแอมเฟตามีนและกัญชาในปัสสาวะ ทำให้ปัสสาวะเป็นสีม่วง ซึ่ง รฟท. ได้มีคำสั่งให้พนักงานคนดังกล่าวออกจากงานไว้ก่อนทันทีเพื่อรอผลการสอบสวน
ทั้งนี้ในปัจจุบันตำรวจได้แจ้งข้อกล่าวหาเจ้าหน้าที่ 2 ราย คือ พนักงานขับรถและพนักงานควบคุมเครื่องกั้น ส่วนช่างเครื่องอีก 1 ราย แม้ยังไม่ถูกตั้งข้อหา แต่ รฟท. ได้สั่งย้ายเจ้าหน้าที่ทั้ง 2 รายที่เหลือไปปฏิบัติหน้าที่อื่นที่ไม่เกี่ยวกับการเดินรถแล้ว พร้อมทั้งส่งเจ้าหน้าที่ไปเสริมความปลอดภัย ณ จุดเกิดเหตุ เพื่อให้การควบคุมไม้กั้นมีความรัดกุมยิ่งขึ้นในช่วงที่การจราจรหนาแน่น
พร้อมเร่งรัดกระบวนการระบุตัวตนและรับรองใบอนุญาตพนักงานขับรถกว่า 951 ราย จากอัตราพนักงานการรถไฟฯที่มี 1,200 ราย ปัจจุบันที่ผ่านการรับรองแล้ว 200 กว่าราย คาดว่าพนักงานขับรถจะได้ใบรับรองครบถ้วนตาม พ.ร.บ. ราง ภายในเดือนกรกฎาคมนี้
นายอนันต์ กล่าวต่อว่า ส่วนประเด็นที่พนักงานคุมเครื่องกั้นรถไฟให้สัญญาณคนขับรถไฟครบถ้วนตามกระบกวนการหรือไม่นั้น เรื่องนี้ เบื้องต้นรฟท.ได้ตั้งคณะกรรมการสอบสวนพนักงานที่เกี่ยวข้องอีก 7 ราย ในวันพรุ่งนี้ ก่อนหาข้อสรุปแล้วเสร็จภายในวันพุธนี้ โดยยืนยันว่าระบบอาณัติสัญญาณมีมาตรฐานยุโรป
อย่างไรก็ดีการติดตั้งเครื่องกั้นรถไฟในปัจจุบันไม่สัมพันธ์กับระบบอาณัติสัญญาณ เบื้องต้นรฟท.มีแผนศึกษานำระบบเทคโนโลยี ATP ให้สัมพันธ์กับเครื่องกั้นรถไฟและไฟจราจรบนถนน โดยคาดว่าจะดำเนินการนำระบบดังกล่าวได้ภายใน 2-3 ปี
เปิดมาตรการเยียยวยา ช่วยผู้บาดเจ็บ-เสียชีวิต
นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม ในฐานะโฆษกกระทรวงคมนาคม กล่าวว่า กระทรวงคมนาคมจะไม่มีการปกป้องผู้กระทำผิด โดยแบ่งการดำเนินการออกเป็น 3 ส่วน คือ 1. ความผิดทางอาญา ตำรวจจะดำเนินคดีตามกฎหมายขั้นเด็ดขาด โดย รฟท. จะเป็นเจ้าทุกข์ฟ้องร้องพนักงานขับรถไฟฐานประมาททำให้ผู้อื่นเสียชีวิต
2.ความผิดทางวินัย โดยรฟท. และ ขสมก. จะตั้งคณะกรรมการสอบสวนทุกระดับชั้น หากพบผู้บังคับบัญชาละเลย จะถูกสั่งพักงานและรับโทษทางวินัยทันที
3. ตามที่นายพิพัฒน์ให้ให้นโยบายไว้กับ กระทรวงคมนาคม เมื่อวันที่ 20 เมษายน 2569 จะยกระดับความปลอดภัย (พ.ร.บ.ราง) บังคับใช้มาตรฐานเทียบเท่าการบิน (Aviation Standard) ยกเลิกการสุ่มตรวจ เปลี่ยนเป็นปูพรมตรวจสารเสพติด 100% พนักงานขับรถสาธารณะทุกคน (รฟท., ขสมก., บขส.) ต้องตรวจวัดแอลกอฮอล์ก่อนปฏิบัติหน้าที่ทุกวัน ไม่มีข้อยกเว้น
นายสิริพงศ์ กล่าวต่อว่า จากกรณีอุบัติเหตุดังกล่าว เบื้องต้นมีมาตรการป้องกันระยะยาวอย่างเร่งด่วน โดยรัฐบาลให้ความสำคัญกับการช่วยเหลืออย่างถึงที่สุด ขณะนี้ได้รวบรวมเงินเยียวยาเบื้องต้นสำหรับผู้เสียชีวิตรวมเป็นเงิน 2,390,000 บาทต่อราย ซึ่งตัวเลขนี้ยังไม่รวมเงินช่วยเหลือจากกองทุนเงินช่วยเหลือกองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบภัย ของสำนักนายกรัฐมนตรีที่จะตามมาภายหลัง
สำหรับมาตรการเยียวยาผู้เสียชีวิตและผู้ได้รับบาดเจ็บ โดยกระทรวงคมนาคมได้บูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อมอบเงินชดเชยและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบอย่างเต็มที่ในกรณีเสียชีวิต ได้รับเงินเยียวยาเบื้องต้นรวม 2,390,000 บาทต่อราย และเงินสมทบเพิ่มเติม
ด้านขสมก.จะจ่ายเยียวยารวม 1,750,000 บาท ประกอบด้วย ประกันภัยและพ.ร.บ. 1.5 ล้านบาท โดยจ่ายภายใน 7 วัน รวมถึงเงินจากภาคีเครือข่าย 50,000 บาท และรับผิดชอบค่าจัดการศพทั้งหมด ส่วนรฟท. จ่ายรวม 340,000 บาท โดยเป็นเงินช่วยเหลือเบื้องต้นและค่าปลงศพ 80,000 บาท และจ่ายเพิ่มอีก 260,000 บาทหลังพิสูจน์ทายาทแล้ว นอกจากนี้ยังเงินสมทบพิเศษรับเพิ่ม 300,000 บาท จากกรมคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพ
อย่างไรก็ดีในกรณีบาดเจ็บ ขสมก.รับผิดชอบค่ารักษาพยาบาลตามจริง 80,000 - 1,000,000 บาท (หากเกินกำหนด ขสมก. จ่ายส่วนต่างให้ทั้งหมด) พร้อมมอบเงินจากภาคีเครือข่าย 30,000 บาท และกองทุนอุบัติเหตุอีก 20,000 บาท ส่วนรฟท. มอบเงินช่วยเหลือเบื้องต้น 5,000 บาท และจ่ายเยียวยาเพิ่มตามระดับอาการสูงสุด 50,000 บาท (กรณีเข้า ICU)
นอกจากนี้การดูแลต่อเนื่องและผู้ได้รับผลกระทบ โดย ขสมก. รับผิดชอบค่าเสียหายต่อทรัพย์สินของบุคคลภายนอกทั้งหมด (เช่น รถยนต์/จักรยานยนต์บริเวณรอบข้าง) และจัดทีมลงพื้นที่ดูแลสภาพจิตใจผู้บาดเจ็บทุกวันจนกว่าจะออกจากโรงพยาบาล และ นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้นำเงินสมทบจาก กรมการขนส่งทางราง และ กองทุนเงินช่วยเหลือผู้ประสบสาธารณภัย สำนักนายกรัฐมนตรี เข้ามาช่วยดูแลเพิ่มเติมเป็นกรณีพิเศษ







