
สปสช. เปิดรายชื่อ รพ. ทดแทน หลัง รพ.บางนา 1 - รพ.มิตรประชา ยกเลิกสิทธิบัตรทอง
สปสช. เร่งโอนย้ายสิทธิผู้ป่วยบัตรทองไปยัง รพ.กล้วยน้ำไท 3 และ รพ.พระมงคลเทพมุนี หลังรพ.บางนา 1 และ รพ.มิตรประชา ประกาศลาออกจากการเป็นหน่วยบริการปฐมภูมิกลางปีงบประมาณ มีผล 1 มิ.ย. 69 นี้
KEY
POINTS
- โรงพยาบาลบางนา 1 และโรงพยาบาลมิตรประชา ประกาศยกเลิกการเป็นหน่วยบริการในระบบบัตรทอง โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2569
- สปสช. ได้จัดหาโรงพยาบาลทดแทน โดยผู้มีสิทธิของ รพ.บางนา 1 จะถูกโอนย้ายไปที่ รพ.กล้วยน้ำไท
- ผู้มีสิทธิที่ขึ้นทะเบียนกับ รพ.มิตรประชา จะได้รับการโอนย้ายสิทธิไปที่ รพ.พระมงคลเทพมุนี
- ประชาชนผู้มีสิทธิไม่ต้องดำเนินการย้ายสิทธิด้วยตนเอง เนื่องจาก สปสช. จะโอนย้ายให้อัตโนมัติและจะมีการแจ้งข้อมูลผ่านทาง SMS
จากกรณีที่ รพ.บางนา 1 ประกาศแจ้งยกเลิกเป็นหน่วยบริการปฐมภูมิ-ประจำในระดับบัตรทองโดยมีผลตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2569 เป็นต้นไป เพื่อเปลี่ยนเป็นโรงพยาบาลรับส่งต่อเท่านั้น ล่าสุด รพ.มิตรประชา ประกาศแจ้งประชาชนเตรียมออกจากระบบบริการบัตรทอง 30 บาทซึ่งจะมีผลในวันที่ 1 มิถุนายน นี้เช่นกันซึ่งการประกาศลาออกดังกล่าวนี้โดยปกติแล้ว รพ.ที่ประสงค์จะออกจากระบบนั้นจะออกได้ช่วงสิ้นปีงบประมาณ ขณะที่ทั้งสองโรงพยาบาลดังกล่าวขอลาออกกลางปีซึ่งจะส่งผลกระทบกับการให้บริการประชาชนในระบบบัตรทองนั้น
ทพ.อรรถพร ลิ้มปัญญาเลิศ รองเลขาธิการ สปสช. กล่าวถึงมาตรการให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบว่า ทาง สปสช.มีโรงพยาบาลเข้ามาดูแลประชาชนในระบบแทนทั้งหมดแล้วโดยในส่วนของ "โรงพยาบาลบางนา 1" มี "โรงพยาบาลกล้วยน้ำไท" ซึ่งอยู่บริเวณใกล้เคียงกันเข้ามาดูแลแทนทั้งหมด ขณะที่ "โรงพยาบาลมิตรประชา" มี "โรงพยาบาลพระมงคลเทพมุนี ของ หลวงพ่อสดวัดปากน้ำ (หลวงพ่อวัดปากน้ำ) ภาษีเจริญ เข้ามารองรับทั้งหมดแล้วเช่นกัน
ด้วยเหตุนี้ ทางสปสช. จึงให้ รพ.เก่ายกเลิกสัญญาได้เลยซึ่งประชาชนที่รับบริการจากโรงพยาบาลทั้งสองแห่งจะไม่ได้รับผลกระทบแม้ว่าจะขอออกก่อนสิ้นปีงบประมาณ พร้อมยืนยันว่า รพ.ที่เข้ามาแทนนั้นมีบริการและคุณภาพบริการที่ดีขึ้นจากเดิม อย่างไรก็ดี ในอนาคตสำหรับโรงพยาบาลเก่าที่ขอออกจากระบบไปมีการปรับปรุงแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นแล้วและประสงค์จะเข้าโครงการฯกับ สปสช. ก็สามารถทำได้
ทพ.อรรถพร รองเลขาธิการ สปสช. ยืนยันว่า การออกจากระบบบัตรทองของโรงพยาบาลทั้งสองแห่งครั้งนี้ ไม่เกี่ยวกับเรื่องของปัญหาตัวระบบการบริการ รวมถึงเรื่องของความมั่นใจต่อความมั่นคงของงบประมาณของสปสช.แต่เป็นเรื่องของหน่วยบริการเอง พร้อมระบุว่า หน่วยบริการมีเข้ามีออกเป็นเรื่องปกติซึ่งถ้าดูจากสถิติปีนี้ในพื้นที่กรุงเทพฯ เมื่อเทียบกับปีก่อนพบว่า มีจำนวน รพ.เข้าร่วมมากกว่าการออก
ด้านนาวาโทหญิงจุไรพร นรินทร์สรศักดิ์ ผู้อำนวยการกลุ่มขับเคลื่อนระบบบริการ สปสช. เขต 13 กรุงเทพมหานคร ได้เรียกประชุมเพื่อเตรียมความพร้อมหน่วยบริการในพื้นที่ เพื่อรองรับการดูแลประชาชนผู้มีสิทธิบัตรทอง ของ รพ.บางนา 1 และ รพ.มิตรประชา กรณีทั้ง 2 โรงพยาบาล ยกเลิกสถานะการเป็นหน่วยบริการประจำ/ปฐมภูมิ ในระบบบัตรทอง
โดยนาวาโทหญิงจุไรพรกล่าวว่า การดำเนินการครั้งนี้ เป็นการเตรียมความพร้อมร่วมกับหน่วยบริการที่เกี่ยวข้องทุกแห่ง เพื่อให้ประชาชนผู้มีสิทธิบัตรทองทุกคน มีหน่วยบริการรองรับการดูแลสุขภาพ และได้รับบริการ โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ป่วยที่อยู่ระหว่างการรักษา ผู้ป่วยที่มีนัดตรวจติดตาม หรือผู้ป่วยโรคเรื้อรัง ที่ต้องได้รับการดูแลต่อเนื่อง จัดให้มีระบบการประสานส่งต่อข้อมูลระหว่างหน่วยบริการ เพิ่มประสิทธิภาพและความสะดวกในการเข้ารับบริการของประชาชน
สำหรับผู้มีสิทธิที่ขึ้นทะเบียนกับโรงพยาบาลมิตรประชา ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่แขวงบางหว้า เขตภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร จำนวน 18,831 คน สปสช. จะดำเนินการโอนย้ายสิทธิไปยังโรงพยาบาลพระมงคลเทพมุนี โดยมีโรงพยาบาลราชพิพัฒน์เป็นหน่วยบริการรับส่งต่อ
ส่วนผู้มีสิทธิที่ขึ้นทะเบียนกับโรงพยาบาลบางนา 1 จำนวน 22,365 คน ซึ่งอยู่ในพื้นที่แขวงบางนาใต้ เขตบางนา กรุงเทพมหานคร สปสช. จะโอนย้ายสิทธิไปยังโรงพยาบาลกล้วยน้ำไท 3 ซึ่งเป็นหน่วยบริการในพื้นที่ใกล้เคียง และมีความพร้อมทั้งในฐานะหน่วยบริการประจำ หน่วยบริการปฐมภูมิ และหน่วยบริการรับส่งต่อ
นาวาโทหญิงจุไรพร กล่าวเพิ่มเติมว่า เพื่อเป็นการลดผลกระทบในช่วงเปลี่ยนผ่าน สปสช. ขอความร่วมมือจาก รพ.มิตรประชา และรพ.บางนา 1 ในการส่งต่อผู้ป่วยที่มีนัดตรวจติดตาม ในช่วงวันที่ 1–15 มิถุนายน 2569 ไปยังโรงพยาบาลตามที่ระบุในใบนัด ทั้งนี้ ขอให้ผู้ป่วยขอประวัติการรักษาจาก รพ.เดิมของท่าน และไปติดต่อที่หน่วยบริการแห่งใหม่ตามสิทธิ เพื่อวางแผนการดูแลรักษาอย่างเหมาะสมต่อไป
ทั้งนี้ ประชาชนยังไม่จำเป็นต้องรีบดำเนินการย้ายสิทธิด้วยตนเอง เนื่องจาก สปสช. จะดำเนินการจัดเครือข่ายหน่วยบริการรองรับ เพื่อให้ประชาชนยังสามารถเข้าถึงบริการสาธารณสุขได้อย่างต่อเนื่อง และจะมีการส่ง sms แจ้งข่าวและช่องทางการติดต่อให้กับประชาชนผู้มีสิทธิ ที่มีข้อมูลเบอร์โทรศัพท์มือถือในระบบของ สปสช.
อย่างไรก็ตาม ประชาชนสามารถติดตามข้อมูลข่าวสารได้จากโรงพยาบาล หรือ สปสช. โดยเฉพาะผู้ป่วยที่มีนัดรักษา หรือ ใช้ยาต่อเนื่อง เพื่อรับคำแนะนำในการเข้ารับบริการในช่วงเปลี่ยนผ่าน ทั้งนี้ โรงพยาบาลทั้ง 2 แห่ง ยังคงให้บริการประชาชนผู้มีสิทธิตามปกติจนถึงวันที่ 31 พฤษภาคม 2569







