thansettakij
thansettakij
เปิดผลสำรวจแรงงานไทย 52% ต้องการรายได้มั่นคง ฝ่าวิกฤตเศรษฐกิจ

เปิดผลสำรวจแรงงานไทย 52% ต้องการรายได้มั่นคง ฝ่าวิกฤตเศรษฐกิจ

02 พ.ค. 69 | 04:25 น.
อัปเดตล่าสุด :02 พ.ค. 69 | 05:34 น.

RealWatch Lab เผยผลสำรวจแรงงานไทยปี 2569 พบ 52% ต้องการรายได้และสวัสดิการมั่นคง ขณะ 35% กังวลค่าครองชีพสูง สวนทางเศรษฐกิจที่ชะลอตัว

ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจไทยที่มีแนวโน้มชะลอตัว ผลสำรวจล่าสุดจาก RealWatch Lab ซึ่งเป็นหน่วยงานด้านวิจัยและวิเคราะห์ข้อมูลของบริษัท เรียล สมาร์ท จำกัด (มหาชน) สะท้อนภาพความเปราะบางของแรงงานไทยอย่างชัดเจน โดยพบว่า “รายได้และความมั่นคง” ยังคงเป็นโจทย์ใหญ่ที่สุดของตลาดแรงงานในปี 2569

รายงานระบุว่า จากการวิเคราะห์ข้อมูลความคิดเห็นแรงงานไทยจำนวน 7,014 ความเห็นบนโซเชียลมีเดีย ระหว่างวันที่ 1 มกราคม - 30 เมษายน 2569 พบว่า 52% ของแรงงานไทย ทั้งกลุ่มพนักงานบริษัท (White Collar) และแรงงานภาคอุตสาหกรรม ต้องการ “ค่าตอบแทนที่เป็นธรรม” และ “สวัสดิการที่มั่นคง” เป็นอันดับแรก โดยสะท้อนผ่านข้อความเกี่ยวกับรายได้ไม่เพียงพอ และความต้องการให้มีสวัสดิการที่ดีขึ้นในที่ทำงาน

ความต้องการอันดับรองลงมา 30% คือ การพัฒนาทักษะด้านเทคโนโลยี โดยเฉพาะ Artificial Intelligence เพื่อเพิ่มความมั่นคงในอาชีพและรองรับการเปลี่ยนแปลงของตลาดแรงงาน ขณะที่ 7% ต้องการโอกาสเติบโตในสายงานและความเท่าเทียมในองค์กร ตามด้วย 6% ที่ต้องการความยืดหยุ่นในการทำงาน และ 5% ที่ให้ความสำคัญกับสุขภาวะทางจิตใจและวัฒนธรรมองค์กร

เปิดผลสำรวจแรงงานไทย 52% ต้องการรายได้มั่นคง ฝ่าวิกฤตเศรษฐกิจ

ในอีกด้านหนึ่ง “ความกังวล” ของแรงงานไทยยังคงสูง โดย 35% กังวลเรื่องค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้นสวนทางรายได้ สะท้อนแรงกดดันด้านปากท้องที่รุนแรงขึ้น ขณะที่ 25% กังวลเรื่องความมั่นคงในการจ้างงาน โดยเฉพาะความเสี่ยงจากการเลิกจ้างและการถูกแทนที่ด้วยเทคโนโลยี

ข้อมูลดังกล่าวสอดคล้องกับตัวเลขจาก สำนักงานสถิติแห่งชาติ ที่ระบุว่า ผู้ประกันตนตามมาตรา 33 ถูกเลิกจ้างในปี 2568 สูงถึง 531,779 คน เพิ่มขึ้น 20% จากปีก่อนหน้า หรือเฉลี่ยกว่า 40,000 คนต่อเดือน และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 7% ต่อปีในช่วงปี 2565-2568 จากจำนวนผู้ประกันตนทั้งหมด 12.18 ล้านคน

ขณะที่ 22% ของแรงงานยังแสดงความกังวลต่อข้อจำกัดของกฎหมายแรงงานในการคุ้มครองสิทธิ และอีก 9% เท่ากัน กังวลเรื่องคุณภาพชีวิตในการทำงานและภาวะหมดไฟ รวมถึงช่องว่างด้านทักษะที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี

ในอีกด้านหนึ่ง “ความกังวล” ของแรงงานไทยยังคงสูง โดย 35% กังวลเรื่องค่าครองชีพที่เพิ่มขึ้นสวนทางรายได้ สะท้อนแรงกดดันด้านปากท้องที่รุนแรงขึ้น ขณะที่ 25% กังวลเรื่องความมั่นคงในการจ้างงาน โดยเฉพาะความเสี่ยงจากการเลิกจ้างและการถูกแทนที่ด้วยเทคโนโลยี

ข้อมูลดังกล่าวสอดคล้องกับตัวเลขจาก สำนักงานสถิติแห่งชาติ ที่ระบุว่า ผู้ประกันตนตามมาตรา 33 ถูกเลิกจ้างในปี 2568 สูงถึง 531,779 คน เพิ่มขึ้น 20% จากปีก่อนหน้า หรือเฉลี่ยกว่า 40,000 คนต่อเดือน และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 7% ต่อปีในช่วงปี 2565-2568 จากจำนวนผู้ประกันตนทั้งหมด 12.18 ล้านคน

เปิดผลสำรวจแรงงานไทย 52% ต้องการรายได้มั่นคง ฝ่าวิกฤตเศรษฐกิจ

ขณะที่ 22% ของแรงงานยังแสดงความกังวลต่อข้อจำกัดของกฎหมายแรงงานในการคุ้มครองสิทธิ และอีก 9% เท่ากัน กังวลเรื่องคุณภาพชีวิตในการทำงานและภาวะหมดไฟ รวมถึงช่องว่างด้านทักษะที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี

ทั้งนี้ ผลการศึกษาแสดงให้เห็นว่า “ความมั่นคง” และ “การปรับตัว” จะเป็นสองปัจจัยหลักที่กำหนดทิศทางตลาดแรงงานไทยในระยะต่อไป ท่ามกลางความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกและการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัล