thansettakij
thansettakij
อสส.ชี้ขาดไม่ฟ้อง 'แทนไท'กับพวก คดีฟอกเงิน 4.5 พันล้าน แจ้ง DSI ถอนหมายจับ

อสส.ชี้ขาดไม่ฟ้อง 'แทนไท' คดีฟอกเงิน แจ้ง DSI ถอนหมายจับ

13 ส.ค. 69 | 05:44 น.
อัปเดตล่าสุด :13 ส.ค. 69 | 05:55 น.

อสส.ชี้ขาดไม่ฟ้อง “แทนไท ณรงค์กูล” กับพวก คดีสมคบฟอกเงิน 4.5 พันล้านบาท แจ้ง DSI เพิกถอนหมายจับผู้ต้องหาทั้ง 6 ราย

KEY

POINTS

  • อัยการสูงสุด (อสส.) มีคำสั่งชี้ขาดไม่ฟ้องนายแทนไท ณรงค์กูล กับพวกรวม 6 คน ในคดีสมคบฟอกเงินมูลค่ากว่า 4,500 ล้านบาท
  • คดีดังกล่าวมีความเชื่อมโยงกับการละเมิดลิขสิทธิ์ภาพยนตร์ เว็บหนังเถื่อน และเว็บพนันออนไลน์
  • สำนักงานอัยการสูงสุดได้แจ้งให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ดำเนินการยื่นคำร้องเพื่อเพิกถอนหมายจับผู้ต้องหาทั้งหมดแล้ว

เนชั่นทีวี รายงานความคืบหน้าคดีว่า นายแทนไท ณรงค์กูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไททัน แคปปิตอล กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด กับพวกรวม 6 ราย ในคดีความผิดฐานสมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน และได้มีการกระทำความผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบและร่วมกันฟอกเงิน ซึ่งเกี่ยวข้องกับคดีละเมิดลิขสิทธิ์ เว็บหนังเถื่อน ฟอกเงิน และพัวพันเว็บพนันออนไลน์ มูลค่าความเสียหายกว่า 4,500 ล้านบาท

โดยเมื่อวันที่ 6 สิงหาคม 2569 สำนักงานอัยการคดีพิเศษมีหนังสือแจ้งคำสั่งชี้ขาดอัยการสูงสุด สั่งไม่ฟ้อง นายแทนไท ณรงค์กูล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไททัน แคปปิตอล กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ กับพวกรวม 6 ราย ไปยังกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) เพื่อให้ดำเนินการยื่นคำร้องขอเพิกถอนหมายจับ นายแทนไทกับพวกที่อัยการสูงสุดมีคำสั่งชี้ขาดไม่ฟ้องตามขั้นตอน

สำหรับคดีนี้มีผู้ต้องหาทั้งหมด 11 ราย ประกอบด้วย นายนุวัฒน์, นางสาวสารินี, นายแทนไท, นายพีรเดช, นายพิสิษฐ์ธัช หรือนายพรชัย, นายศรัญญู, นายสายชล, นายเหมรัศมิ์ หรือเขมณัฐสวัสดิ์, นายพิชัย, นางสาวกุลภัสสร์ และนายไชยยุทธ์

รายงานระบุว่า อัยการสูงสุดมีคำสั่งชี้ขาดไม่ฟ้อง นายแทนไท ณรงค์กูล ผู้ต้องหาที่ 3, นายพิสิษฐ์ธัช หรือนายพรชัย ผู้ต้องหาที่ 5, นายเหมรัศมิ์ หรือโอ๊ต หรือเขมณัฐสวัสดิ์ ผู้ต้องหาที่ 8, นายพิชัย ผู้ต้องหาที่ 9, นางสาวกุลภัสสร์ ผู้ต้องหาที่ 10 และนายไชยยุทธ์ ผู้ต้องหาที่ 11

ทั้ง 6 รายถูกกล่าวหาในฐานสมคบโดยตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงิน และได้มีการกระทำความผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกันและร่วมกันฟอกเงิน ตามพระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ. 2542 มาตรา 3, 5, 9, 60, พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2556 มาตรา 3, พระราชบัญญัติป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ฉบับที่ 5) พ.ศ. 2558 มาตรา 2, 10, ประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 83, 41 และพระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญา (ฉบับที่ 6) พ.ศ. 2526 มาตรา 4