
พาณิชย์ขายสินค้าเฮ้าส์แบรนด์ที่ว่าการอำเภอทั่วประเทศ เริ่ม 1 พ.ค. ลดสูงสุด–58%
โครงการขายสินค้าเฮ้าส์แบรนด์ที่ว่าการอำเภอทั่วประเทศ เริ่ม 1 พฤษภาคม 2569 กระจาย 878 แห่ง ลดเพิ่ม 25–58% จากราคาที่ถูกกว่าปกติอยู่แล้ว ต่อเนื่องโครงการไทยช่วยไทยกว่า 3,000 รายการ ทั้งออฟไลน์และออนไลน์
KEY
POINTS
- กระทรวงพาณิชย์จัดโครงการขายสินค้าเฮ้าส์แบรนด์ราคาประหยัด ณ ที่ว่าการอำเภอทั่วประเทศ เพื่อช่วยลดค่าครองชีพให้ประชาชน
- เริ่มโครงการตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2569 โดยนำสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นมาลดราคาสูงสุด 25-58%
- ในระยะแรกจะจัดจำหน่ายทุกวันศุกร์ของเดือนพฤษภาคม 2569 และมีแผนขยายโครงการให้ครอบคลุมทุกอำเภอในอนาคต
วันที่ 25 เมษยน 2569 กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กระทรวงพาณิชย์ เดินหน้ามาตรการลดค่าครองชีพผ่านโครงการขายสินค้าเฮ้าส์แบรนด์ที่ว่าการอำเภอทั่วประเทศ เริ่ม 1 พฤษภาคม 2569 โดยได้ร่วมกับกรมการปกครองและห้างค้าส่งค้าปลีกสมัยใหม่ เพื่อการกระจายสินค้าอุปโภคบริโภคราคาประหยัดสู่ประชาชนในพื้นที่ทั่วประเทศ รวม 878 แห่ง ลดราคาซ้ำซ้อนสูงสุด 25–58% เพื่อให้ประชาชนเข้าถึงสินค้าจำเป็นได้ในราคาต่ำกว่าท้องตลาด
โดย นายพูนพงษ์ นัยนาภากรณ์ อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า เปิดเผยว่า มาตรการ “กระจายสินค้าเฮ้าส์แบรนด์ราคาประหยัดถึงอำเภอทั่วประเทศ” เป็นไปตามข้อสั่งการของนางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ให้บูรณาการความร่วมมือกับกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย
ทั้งนี้เพื่อนำสินค้าเฮ้าส์แบรนด์และสินค้าแบรนด์ทางเลือกจากห้างค้าส่งค้าปลีกสมัยใหม่ ไปจำหน่าย ณ ที่ว่าการอำเภอทุกจังหวัด เพื่อขยายโอกาสการเข้าถึงสินค้าราคาประหยัดอย่างทั่วถึง
การดำเนินโครงการดังกล่าว ได้มีการหารือร่วมกับกรมการปกครองและผู้ประกอบการค้าส่งค้าปลีกเรียบร้อยแล้ว และมีความพร้อมเริ่มดำเนินการตั้งแต่วันที่ 1 พฤษภาคม 2569 เป็นต้นไป โดยกำหนดวันจำหน่ายสินค้าในเดือนพฤษภาคม 2569 ทุกวันศุกร์ ได้แก่ วันที่ 1, 8, 15, 22 และ 29 รวมทั้งสิ้น 5 ครั้ง
ทั้งนี้ ในระยะแรก การเปิดจำหน่ายสินค้า ณ ที่ว่าการอำเภอ อาจยังไม่ครอบคลุมครบทุกอำเภอในทันที แต่จะดำเนินการเปิดให้ได้มากที่สุด และมีแผนขยายให้ครบทุกอำเภอทั่วประเทศในระยะต่อไป
สินค้าที่นำมาจำหน่าย แบ่งออกเป็น 2 กลุ่มหลัก ได้แก่ สินค้าอุปโภค เช่น สบู่ แชมพู ผงซักฟอก และสินค้าบริโภค เช่น ข้าวสาร น้ำตาล น้ำมันพืช และซอสปรุงรส โดยสินค้าทั้งหมดเป็นสินค้าเฮ้าส์แบรนด์และสินค้าแบรนด์ทางเลือก ซึ่งโดยปกติมีราคาถูกกว่าสินค้าแบรนด์ทั่วไปเฉลี่ยประมาณ 20% และเมื่อเข้าร่วมโครงการนี้ จะมีการปรับลดราคาเพิ่มเติมอยู่ในช่วง 25–58% เท่ากับเป็นการลดราคาซ้ำซ้อนจากราคาปกติ
มาตรการดังกล่าวต่อยอดจากโครงการ “ไทยช่วยไทย” ที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้าได้ดำเนินการร่วมกับห้างค้าส่งค้าปลีก ผู้ผลิต และผู้จัดจำหน่าย เพื่อลดราคาสินค้าที่จำเป็นต่อการครองชีพของประชาชน โดยมีการนำสินค้าเฮ้าส์แบรนด์และสินค้าแบรนด์ทางเลือกมาลดราคามากกว่า 3,000 รายการ ผ่านห้างค้าส่งค้าปลีกสมัยใหม่ ได้แก่ ซีพี แอ็กซ์ตร้า (Makro, Lotus’s), บิ๊กซี (Big C), เซ็นทรัล ฟู้ด รีเทล (Tops) และ เซ็นทรัล ฟู้ด โฮลเซลล์ (GO Wholesale)
นอกจากนี้ ยังมีการขยายช่องทางจำหน่ายผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ เพื่อเพิ่มทางเลือกให้ผู้บริโภคสามารถเข้าถึงสินค้าราคาประหยัดได้สะดวกมากยิ่งขึ้น โดยร่วมมือกับแพลตฟอร์ม ได้แก่ Shopee, Lazada, LINE MAN, TikTok และ Grab โดยจำหน่ายสินค้าในราคาเดียวกับห้างค้าส่งค้าปลีก พร้อมจัดโปรโมชันส่งฟรีในระยะไม่เกิน 5 กิโลเมตร
การดำเนินงานดังกล่าวช่วยให้ผู้บริโภคสามารถเลือกซื้อสินค้าราคาประหยัดได้หลากหลายช่องทาง ทั้งในรูปแบบออฟไลน์ผ่านที่ว่าการอำเภอ และออนไลน์ผ่านแพลตฟอร์มดิจิทัล ซึ่งมีบทบาทสำคัญในการช่วยลดภาระค่าครองชีพของประชาชนในช่วงภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน
ล่าสุด กรมพัฒนาธุรกิจการค้าเตรียมขยายการจำหน่ายสินค้าโครงการ “ไทยช่วยไทย” สู่ที่ว่าการอำเภอทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง เพื่อเพิ่มความครอบคลุมในการเข้าถึงสินค้า และสนับสนุนให้ประชาชนสามารถซื้อสินค้าจำเป็นได้ในราคาที่เหมาะสมมากยิ่งขึ้น






