thansettakij
thansettakij
ไทยเร่งเครื่องดีลการค้าสหรัฐฯ ดัน ART เสนอยกเว้นภาษี สางคดี 301

ไทยเร่งเครื่องดีลการค้าสหรัฐฯ ดัน ART เสนอยกเว้นภาษี สางคดี 301

25 เม.ย. 69 | 03:12 น.
อัปเดตล่าสุด :25 เม.ย. 69 | 03:18 น.

'ศุภจี สุธรรมพันธุ์' เผยผลหารือทูตสหรัฐฯ ย้ำไทยพร้อมเดินหน้าเจรจาความตกลงการค้าต่างตอบแทน (ART) เร่งสร้างความเชื่อมั่นภาคธุรกิจ ควบคู่ชี้แจงประเด็นมาตรา 301

KEY

POINTS

  • ไทยเร่งผลักดันการเจรจาความตกลงการค้าต่างตอบแทน (ART) กับสหรัฐฯ และชี้แจงข้อมูลเพื่อคลี่คลายประเด็นการไต่สวนตามมาตรา 301
  • เสนอให้สหรัฐฯ พิจารณายกเว้นภาษีสำหรับสินค้าที่สหรัฐฯ ไม่สามารถผลิตได้เอง โดยเฉพาะสินค้าเกษตร เพื่อลดผลกระทบต่อผู้บริโภคในสหรัฐฯ
  • รองนายกรัฐมนตรีมีแผนเดินทางเยือนสหรัฐฯ เพื่อส่งเสริมการลงทุนและกระชับความร่วมมือทางเศรษฐกิจ ตอกย้ำความเป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์

วันที่ 25 เมษายน 2569 นางศุภจี สุธรรมพันธุ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยหลังหารือกับนาย ฌอน โอนีลล์ เอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำ ประเทศไทย เมื่อวันที่ 24 เมษายน 2569 ว่า การหารือเป็นไปอย่างสร้างสรรค์ โดยได้แจ้งว่า รัฐบาลไทยให้ความสำคัญต่อการเจรจาความตกลงการค้าต่างตอบแทนระหว่างไทย–สหรัฐฯ (Agreement on Reciprocal Trade: ART) และพร้อมทำงานร่วมกับสหรัฐฯ และไทยมีความมุ่งมั่นที่จะผลักดันการเจรจาให้มีความคืบหน้าและสามารถมีข้อสรุปได้โดยเร็ว เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ภาคธุรกิจและตลาดของทั้งสองประเทศ

ประเด็นการไต่สวนของสหรัฐฯ ตามมาตรา 301 รองนายกรัฐมนตรีฯ ย้ำว่า ไทยชี้แจงข้อมูลอย่างรอบด้าน ในประเด็นกำลังการผลิตส่วนเกิน การห้ามนำเข้าสินค้าที่ผลิตโดยแรงงานบังคับ ซึ่งสินค้าส่งออกของไทยจำนวนมากเป็นสินค้าในห่วงโซ่อุปทานที่สนับสนุนภาคการผลิตของสหรัฐฯ อีกทั้งไทยยังมีมาตรการด้านแรงงานที่สอดคล้องกับมาตรฐานสากล และพร้อมที่จะทำงานร่วมกับสหรัฐฯ เพื่อให้ได้ผลสรุปที่เป็นประโยชน์ร่วมกันทั้งสองฝ่าย

ไทยได้เสนอให้สหรัฐฯ พิจารณายกเว้นภาษีสำหรับสินค้าที่สหรัฐฯ ไม่สามารถผลิตได้เอง โดยเฉพาะในสินค้าเกษตรส่งออกสำคัญ เพื่อหลีกเลี่ยงผลกระทบต่อผู้บริโภคในสหรัฐฯ และส่งเสริมการค้าระหว่างกันในลักษณะที่เกื้อกูลกันมากขึ้น

รองนายกรัฐมนตรีฯ ยังเปิดเผยถึงแผนการเดินทางเยือนสหรัฐฯ เพื่อเข้าร่วมงาน SelectUSA Investment Summit 2026 ในต้นเดือนพฤษภาคม ซึ่งจะมีคณะนักธุรกิจไทยชั้นนำร่วมเดินทางด้วย โดยจะมุ่งเน้นการขยายการลงทุนในสหรัฐฯ ในสาขาสำคัญ

นอกจากนี้ยังมีการหารือกับ USABC USCC ที่เป็นผู้ลงทุนหลักในไทย เพื่อส่งเสริมและอำนวยการลงทุนระหว่างกัน รวมถึงเป็นสักขีพยานในการลงนามความร่วมมือทางธุรกิจ (MOU) กับพันธมิตรในสหรัฐฯ สะท้อนถึงความเชื่อมั่นของภาคเอกชนไทยต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ และความเป็นหุ้นส่วนเชิงยุทธศาสตร์ของทั้งสองประเทศ

นอกจากนี้ ไทยยังมีแผนสร้างสมดุลทางการค้าผ่านการนำเข้าสินค้าและวัตถุดิบสำคัญที่ไทยมีความจำเป็นต้องใช้จากสหรัฐฯ เช่น สินค้าเกษตร และสินค้าพลังงาน ซึ่งจะช่วยสะท้อนถึงความตั้งใจของไทยในการเป็นหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจที่มีความรับผิดชอบและเชื่อถือได้

ไทยมองว่าสหรัฐฯ เป็นหุ้นส่วนทางการค้าเชิงยุทธศาสตร์ที่สำคัญ และการหารือครั้งนี้สะท้อนถึงเจตนารมณ์ร่วมกันในการขับเคลื่อนความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจให้ก้าวสู่ระดับที่สูงขึ้น โดยไทยพร้อมทำงานร่วมกับสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิด เพื่อบรรลุผลลัพธ์ที่เป็นประโยชน์ต่อทั้งสองประเทศในระยะยาวอย่างยั่งยืน

ปี 2568 สหรัฐฯ เป็นคู่ค้าอันดับ 2 ของไทย ด้วยมูลค่าการค้ารวมกว่า 93,651.36 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยมีมูลค่าการส่งออกจากไทยไปยังสหรัฐฯ สูงถึง 72,506.39 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งครอบคลุมสินค้าสำคัญอย่างคอมพิวเตอร์ ผลิตภัณฑ์ยาง อัญมณี รถยนต์ และเครื่องปรับอากาศ

ขณะที่ไทยนำเข้าสินค้าจากสหรัฐฯ มูลค่า 21,144.98 ล้านดอลลาร์สหรัฐ เช่น น้ำมันดิบ เครื่องจักรกล เครื่องบินและส่วนประกอบ เคมีภัณฑ์ และเครื่องจักรไฟฟ้า โดยไทยได้ดุลการค้าสหรัฐฯ มูลค่า 51,361.41 ล้านดอลลาร์สหรัฐ