thansettakij
thansettakij
ประกันสังคม ปรับเกณฑ์บำบัดทดแทนไต 2569 ฟอกไต-ล้างไต-ปลูกถ่ายไตเร็วขึ้น

ประกันสังคม ปรับเกณฑ์บำบัดทดแทนไต 2569 ฟอกไต-ล้างไต-ปลูกถ่ายไตเร็วขึ้น

25 เม.ย. 69 | 07:20 น.
อัปเดตล่าสุด :25 เม.ย. 69 | 07:21 น.

ประกันสังคมปรับเกณฑ์บำบัดทดแทนไต 2569 เปิดให้ผู้ประกันตนลงทะเบียนฟอกเลือด ล้างไต และปลูกถ่ายไตได้ง่ายขึ้น ตามค่า eGFR ที่กำหนด อนุมัติเร็ว ไม่ต้องสำรองจ่าย

KEY

POINTS

  • ปรับเกณฑ์การอนุมัติสิทธิบำบัดทดแทนไตโดยใช้ค่าการทำงานของไต (eGFR) เป็นหลัก ทำให้ผู้ประกันตนสามารถลงทะเบียนฟอกเลือดหรือล้างไตทางช่องท้องได้รวดเร็วยิ่งขึ้น
  • ผู้ประกันตนสามารถเข้ารับการผ่าตัดเตรียมเส้นเลือดเพื่อฟอกไต หรือวางท่อเพื่อล้างไตทางช่องท้องได้ล่วงหน้า เพื่อลดขั้นตอนและระยะเวลารอคอยการรักษา
  • ผู้ป่วยที่ฟอกไตหรือล้างไตอยู่แล้ว สามารถใช้สิทธิปลูกถ่ายไตได้โดยไม่ต้องขออนุมัติใหม่ เพื่อให้เข้าถึงการรักษาที่ต่อเนื่องและรวดเร็ว

คณะกรรมการการแพทย์และคณะกรรมการประกันสังคม เห็นชอบ “ปรับเกณฑ์บำบัดทดแทนไต ประกันสังคม 2569 สำหรับผู้ประกันตนฟอกไต ล้างไต และปลูกถ่ายไต” เพื่อให้เข้าถึงบริการได้รวดเร็วมากขึ้น ลดขั้นตอน และไม่ต้องสำรองจ่าย โดยกำหนดเงื่อนไขใหม่ตามค่าการทำงานของไต (eGFR) เพื่อให้การรักษาเหมาะสมกับอาการของผู้ป่วยแต่ละราย

นางสาวกาญจนา พูลแก้ว เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม เปิดเผยว่า การปรับเกณฑ์ครั้งนี้เป็นการเพิ่มความยืดหยุ่นในการรักษา โดย “ผู้ประกันตนลงทะเบียนฟอกเลือดหรือล้างไตทางช่องท้องได้ง่ายขึ้นตามค่า eGFR” และสามารถได้รับการอนุมัติสิทธิจากสำนักงานประกันสังคมในพื้นที่ได้ทันที หากมีคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์ที่กำหนด

รายละเอียดสำคัญของเกณฑ์ใหม่ ระบุว่า ผู้ประกันตนสามารถยื่นขออนุมัติสิทธิการฟอกเลือดหรือการล้างไตทางช่องท้องได้ เมื่อค่าการทำงานของไต (eGFR) ลดลงไม่เกิน 15 โดยต้องมีคุณสมบัติ ได้แก่ มีประวัติโรคไตเรื้อรัง มีผลเลือดถึงเกณฑ์ และมีขนาดไตลดลงตามที่กำหนด ซึ่งจะช่วยให้เข้าสู่กระบวนการรักษาได้โดยไม่ล่าช้า

ในกรณีที่ยังไม่เข้าเกณฑ์ดังกล่าว จะมีการเร่งรัดเสนอคณะกรรมการการแพทย์พิจารณาเป็นรายกรณี ขณะเดียวกัน ผู้ประกันตนยังสามารถผ่าตัดเตรียมเส้นเลือดสำหรับการฟอกเลือดได้ โดยไม่ต้องลงทะเบียนฟอกเลือดล่วงหน้า

สำหรับการล้างไตทางช่องท้อง ผู้ประกันตนสามารถเข้ารับการวางท่อได้ตั้งแต่ค่า eGFR ไม่เกิน 10 เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนเริ่มการรักษา ขณะที่สิทธิการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม ผู้ที่ได้รับอนุมัติจะต้องเข้ารับบริการในสถานพยาบาลที่กำหนด ไม่น้อยกว่าสัปดาห์ละ 2 ครั้ง ครั้งละไม่น้อยกว่า 4 ชั่วโมง

อย่างไรก็ตาม มีข้อยกเว้นในบางกรณี เช่น ปัญหาเส้นเลือด ความดันโลหิตต่ำ อาการเจ็บป่วยเฉียบพลัน การผ่าตัด หรือการเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล รวมถึงเหตุสุดวิสัย เช่น ภัยพิบัติ ซึ่งอาจทำให้ไม่สามารถเข้ารับบริการตามเกณฑ์ได้

ในส่วนของการปลูกถ่ายไต ผู้ประกันตนที่เป็นโรคไตวายเรื้อรังระยะสุดท้าย และอยู่ระหว่างการฟอกเลือดหรือการล้างไตอยู่แล้ว สามารถใช้สิทธิปลูกถ่ายไตได้โดยไม่ต้องขออนุมัติใหม่ ส่วนผู้ที่ยังไม่เคยได้รับสิทธิ สามารถยื่นขอรับสิทธิได้ โดยต้องมีข้อบ่งชี้ตามหลักเกณฑ์ เช่น ค่า eGFR ไม่เกิน 20 และมีผู้บริจาคไต พร้อมทั้งสามารถเข้ารับการปลูกถ่ายได้เมื่อค่า eGFR ไม่เกิน 10

เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม กล่าวเพิ่มเติมว่า การปรับปรุงหลักเกณฑ์ครั้งนี้ จะช่วยเพิ่มโอกาสให้ผู้ประกันตนเข้าถึงการรักษาได้รวดเร็ว ลดขั้นตอนที่ไม่จำเป็น และทำให้ได้รับการดูแลที่เหมาะสมกับสภาวะของโรคมากยิ่งขึ้น

ทั้งนี้ สำนักงานประกันสังคมจะเดินหน้าพัฒนาสิทธิประโยชน์ด้านการรักษาพยาบาลอย่างต่อเนื่อง เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้ประกันตนให้ได้รับบริการที่มีมาตรฐานและทั่วถึง โดยจะมีการออกประกาศคณะกรรมการการแพทย์ เพื่อให้หลักเกณฑ์ดังกล่าวมีผลบังคับใช้ต่อไป