thansettakij
thansettakij
รสนากดดันรัฐลดราคาน้ำมัน ชี้สิงคโปร์ลง 3 บาทแต่คนไทยยังไม่เห็นผล

รสนากดดันรัฐลดราคาน้ำมัน ชี้สิงคโปร์ลง 3 บาทแต่คนไทยยังไม่เห็นผล

16 เม.ย. 69 | 06:20 น.
อัปเดตล่าสุด :16 เม.ย. 69 | 06:21 น.

รสนา โตสิตระกูลกดดันรัฐบาลลดราคาน้ำมันหน้าปั๊ม ชี้สิงคโปร์ลง 3 บาทแต่คนไทยยังไม่เห็นผล แต่มีการเก็บเงินเข้ากองทุนน้ำมันเพิ่ม

KEY

POINTS

  • รสนา โตสิตระกูล ในฐานะตัวแทนสภาผู้บริโภค เรียกร้องให้รัฐบาลลดราคาน้ำมันหน้าปั๊ม
  • ชี้ว่าราคาน้ำมันที่สิงคโปร์ปรับตัวลดลงแล้ว 3 บาท แต่ราคาน้ำมันในไทยยังไม่ลดลงตาม
  • ระบุว่ามีการนำเงินเข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเพิ่ม แทนที่จะปรับลดราคาขายปลีกให้ประชาชน

นางรสนา โตสิตระกูล ประธานอนุกรรมการด้านบริการสาธารณะ พลังงาน และสิ่งแวดล้อม สภาผู้บริโภค ระบุว่า ต้องการให้ลดราคาน้ำมันหน้าปั๊ม เพราะว่าราคาของสิงคโปร์ล่าสุดลดลงมา 3 บาท แต่ว่ามีการเก็บเงินเข้ากองทุนเพิ่มและไม่ลดให้ประชาชน จึงต้องการให้ รมว. พลังงานนำประเด็นดังกล่าวนี้ไปพิจารณา

“ต้องการเรียนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงานว่าประชาชนที่มาในวันนี้ มาทั้งจากอุดรธานี มาจากเพชรบุรี สมุทรสาคร ชลบุรี ลำปาง ตาก แต่ละคนลำบากมากในการที่จะต้องจ่ายค่าเดินทางเพื่อจะมาพบรัฐมนตรีในวันนี้

นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน กล่าวถึงประเด็นเรื่องของมาตรการเปิด-ปิดปั๊มเป็นเวลาในช่วงวันที่ 20 เม.ย. 69 ว่า เป็นมาตรการเตรียมความพร้อมช่วงก่อนหน้านี้ เนื่องจากต้องยอมรับว่าสถานการณ์ความตึงเครียดจากตะวันออกกลางไม่มีความแน่นอน

โดยมีทั้งการออกมาระบุว่าจะมีการหยุดยิง แต่ก็ยังมีเหตุการณ์ยิงกันเกิดขึ้น รวมถึงการปิดกั้นเรือไม่ให้ออกจากช่องแคบฮอร์มุซ แต่อีกกระแสระบุว่าเรือสามารถผ่านได้ ซึ่งกระทรวงฯได้มีการติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด

“หากสถานการณ์ตะวันออกกลางคลี่คลายลง ประเด็นเรื่องอุปสงค์ของน้ำมันก็คงไม่ใช่ปัญหา”

ทั้งนี้ ปัจจุบันเท่าที่ทราบข้อมูลปริมาณการนำเข้าน้ำมันมากลั่น เทียบกับประมาณน้ำมันที่สามรรถกลั่นได้กับสต็อกที่มีอยู่นั้น ถือว่าเพียงพอต่อการใช้งาน ก็อาจจะไม่มีความจำเป็นต้องจำกัดเวลาเติมน้ำมัน เพราะฉะนั้นหากไม่มีความจำเป็นก็ไม่ต้องใช้มาตรการดังกล่าว

“ในฐานะที่เป็นรัฐบาลก็ต้องสื่ออย่างตรงไปตรงมา ความเสี่ยงยังมีอยู่ ความไม่แน่นอนยังมีอยู่ ต้องเตรียมความพร้อมไว้ก่อนล่วงหน้า จึงมีการประกาศไว้ล่วงหน้า แต่ถ้าไม่จำเป็นต้องบังคับใช้ก็อาจจะยังไม่ต้องใช้ก็ได้ เรียกว่าดูสถานการณ์ว่าเป็นยังไง ตอนนี้ถือว่ายังไม่มีปัญหา"