thansettakij
thansettakij
‘เอกนัฏ’ ลั่นผ่าตัดกองทุนน้ำมัน ชี้อำนาจล้นเกิน ยันไม่ปล่อยนายทุนกำไรช่วงวิกฤต

‘เอกนัฏ’ ลั่นผ่าตัดกองทุนน้ำมัน ชี้อำนาจล้นเกิน ยันไม่ปล่อยนายทุนกำไรช่วงวิกฤต

16 เม.ย. 69 | 03:50 น.
อัปเดตล่าสุด :16 เม.ย. 69 | 04:03 น.

รมว.พลังงานจ่อปฏิรูปพลังงานครั้งใหญ่ ลั่นผ่าตัดกองทุนน้ำมัน ชี้อำนาจล้นเกิน ยันไม่ปล่อยนายทุนกำไรช่วงวิกฤต

KEY

POINTS

  • นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รมว.พลังงาน ประกาศจะปฏิรูปกลไกการทำงานของกองทุนน้ำมันครั้งใหญ่ โดยชี้ว่ามีอำนาจมากเกินไป
  • ยืนยันว่าจะปรับโครงสร้างราคาพลังงานให้เป็นธรรมกับประชาชน และจะไม่ปล่อยให้กลุ่มนายทุนฉวยโอกาสทำกำไรในช่วงวิกฤต
  • รับข้อเสนอ 8 ข้อจากเครือข่ายภาคประชาชนเพื่อแก้วิกฤตพลังงาน และพร้อมเชิญตัวแทนมาร่วมทำงานเพื่อติดตามการแก้ไขปัญหา

ที่กระทรวงพลังงาน เครือข่ายภาคประชาชน นำโดยกลุ่มเครือข่ายประชาชนปฏิรูปพลังงานไทย (คปพ.) ได้ยื่นข้อเสนอแก้วิกฤตแก้ปัญหาวิกฤตพลังงาน โดยมีข้อเสนอเรียกร้องให้ปรับโครงสร้างราคาพลังงานและลดราคาน้ำมันที่เป็นธรรม โดยมีข้อเสนอ 8 ข้อ 

นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน ได้รับข้อเสนอแนะไว้ โดยระบุว่า หลายเรื่องที่เสนอมานั้นอยู่ในใจอยู่แล้ว และหวังว่าทุกเรื่องจะไม่จบที่วันนี้ 

แต่ขอเชิญตัวแทนที่เป็นแกนนำทุกท่านมาทำงานร่วมกัน เพื่อติดตามว่าในที่สุดข้อเสนอที่ทุกท่านเสนอมาเราได้นำไปปรับปรุงแก้ไขหรือไม่ 

ทั้งนี้ ยืนยันชัดเจนว่าเรื่องกลไกการทำงานของกองทุนน้ำมันต้องมีการผ่าตัด ไม่เห็นด้วยเลยที่จะมีองค์กรไหนที่มีอำนาจมากมายขนาดนี้ 

‘เอกนัฏ’ ลั่นผ่าตัดกองทุนน้ำมัน ชี้อำนาจล้นเกิน ยันไม่ปล่อยนายทุนกำไรช่วงวิกฤต

 

โดยทำได้ในฐานะประธานกองทุนฯ จะเห็นได้ว่าขณะนี้สถานะได้กลับเข้ามาสู่เริ่มจะปกติ จากเดิมที่ติดลบวันละกว่า 2,000 ล้านบาท ตอนนี้กลับมาเกือบจะศูนย์แล้ว 

ส่วนเรื่องของกลไลการทำงานนั้น มองว่าต้องพลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส และต้องปรับกลไก ต่อไปจะทำให้ราคาที่ประชาชนต้องรับไปเป็นธรรมมากที่สุด ไม่มีการไปให้กำไรกับกลุ่มผู้ประกอบการหรือนายทุนไหน โดยเฉพาะช่วงวิกฤตแบบนี้ 

“ยืนยันว่าเลือกที่จะยืนข้างประชาชนแน่นอน 100% และไม่กลัว ไม่เกรงใจด้วยถ้าจะต้องสู้กับใคร ต้องชนกับใคร กระทรวงพลังงานเป็นของประชาชน“

สำหรับข้อเสนอจากกลุ่ม คปพ. เน้นไปที่ความเป็นธรรมในโครงสร้างราคาโดยข้อ 1-3 คือเรื่องก๊าซ LPG เสนอให้ครัวเรือนได้ใช้ก๊าซปิโตรเลียมเหลว LPG ที่ผลิตได้จากโรงแยกก๊าซในประเทศก่อน ด้วยราคาที่เหมาะสมและเป็นธรรม ซึ่งปัจจุบันโรงแยกก๊าซซึ่งใช้ก๊าซธรรมชาติจากอ่าวไทย ผลิตก๊าซปิโตรเลียมเหลว LPG ได้ปีละ 3.7 ล้านตัน ครัวเรือนใช้อยู่ 2.1 ล้านตัน จึงควรให้ประชาชนได้ใช้ทรัพยากรในประเทศในราคาที่เหมาะสมและเป็นธรรม

นอกจากนี้ต้องกำหนดให้ใช้ก๊าซหุงต้มสำหรับครัวเรือนเป็นสินค้าควบคุมราคา ตามบทบัญญัติสินค้าควบคุมของกระทรวงพาณิชย์ ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542 ส่วนก๊าซปิโตรเลียมเหลวที่เหลือใช้จากภาคครัวเรือน ให้นำไปคำนวณค่าเฉลี่ยแบบถ่วงน้ำหนักจากโรงกลั่นน้ำมัน และส่วนที่นำเข้าขายให้แก่ภาคขนส่ง ภาคอุตสาหกรรม และภาคปิโตรเคมี โดยตัดขาดจากกองทุนน้ำมัน ซึ่งจะทำให้กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงไม่ต้องนำเงินที่จัดเก็บจากผู้ใช้น้ำมันเบนซินและดีเซลมาชดเชยให้กับผู้ใช้ก๊าซปิโตรเลียมเหลวอีกต่อไป

‘เอกนัฏ’ ลั่นผ่าตัดกองทุนน้ำมัน ชี้อำนาจล้นเกิน ยันไม่ปล่อยนายทุนกำไรช่วงวิกฤต

 

ข้อ 4 ราคาค่าการกลั่น อ้างอิงราคาสิงคโปร์ที่ปัจจุบันสูงมากผิดปกติ เดือนมีนาคมเฉลี่ย 7.23 บาทต่อลิตร และระหว่างวันที่ 1-10 เมษายน มีค่าการกลั่นเฉลี่ยสูงถึง 16.40 บาทต่อลิตร ก่อให้เกิดผลประโยชน์เป็นลาภลอยแก่โรงกลั่น จึงควรนำค่าการกลั่นที่เป็นจริงและเป็นธรรมแก่ประชาชน ไม่เกิน 2.50 บาทต่อลิตร ส่วนเกินจากนั้นควรนำมาลดราคาเนื้อน้ำมันหน้าโรงกลั่น และให้เรียกคืนชดเชยที่กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงได้ชดเชยส่วนที่เป็นลาภลอยที่เกินจาก 2.50 บาทต่อลิตร คืนกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง โดยอาศัยกฎหมายกลางเกี่ยวกับการออกคำสั่งทางปกครอง หรือค่าใช้จ่ายค่าชดเชยจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงเป็นคำสั่งทางปกครองนั้น คือพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 มาตรา 3 ประกอบหมวด 2 คำสั่งทางปกครอง ส่วนที่ 6 การเพิกถอนคำสั่งทางปกครอง มาตรา 49 ถึงมาตรา 53

5. ตรวจสอบเอกสารของผู้ค้าน้ำมันเชื้อเพลิงตามพระราชบัญญัติการค้าน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2543 มาตรา 7 มาตรา 10 มาตรา 11 โดยตรวจสอบย้อนหลัง เพราะไม่ได้ดำเนินการตรวจสอบเช็กสต็อกเก่าก่อนมีการขึ้นราคาน้ำมันเชื้อเพลิง ก่อให้เกิดส่วนต่างที่เป็นลาภลอยจากการกักตุนน้ำมันเชื้อเพลิงเก่าที่ผู้ค้าน้ำมันเชื้อเพลิงมาตรา 7 มาตรา 10 มาตรา 11 ได้กักตุนน้ำมันสต็อกเก่าที่ได้รับการชดเชยจากกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงไปแล้ว ก่อนนำมาขายในราคาใหม่ จึงขอให้รัฐมนตรีเรียกคืนส่วนเกินนั้นกลับคืนกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง

ข้อ 6 ออกพระราชกำหนดแก้ไขเพิ่มเติมพระราชบัญญัติกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง พ.ศ. 2562 เพื่อให้คณะกรรมการกองทุนน้ำมันมีอำนาจที่ชัดเจนในการเรียกคืนเงินชดเชยที่จ่ายให้เนื้อน้ำมันหน้าโรงกลั่นที่มีลาภลอยจากค่าการกลั่นสูงเกิน 2.50 บาทต่อลิตร เข้ากองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง โดยไม่ต้องนำพระราชบัญญัติวิธีปฏิบัติราชการทางปกครอง พ.ศ. 2539 มาใช้เสริม เพื่อไม่ให้มีการตีความข้อกฎหมายอีกต่อไป

ข้อ 7 รัฐบาลไม่มีความจำเป็นและต้องหยุดการกู้เงิน 150,000 ล้านบาทให้แก่กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง เพราะหากรัฐบาลได้ใช้อำนาจตามกฎหมายดังกล่าวมาแล้วตามข้อ 1 ถึงข้อ 6 ที่ได้มีข้อเสนอมาแล้ว ก็ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องกู้เงินอีกต่อไป เพราะการกู้เงินของรัฐบาลต้องตกเป็นหนี้ภาระของประชาชนผู้ใช้น้ำมันต้องชำระเงินคืนเงินกู้ในท้ายที่สุดอยู่ดี

ข้อ 8 ส่งเสริมการพึ่งพาตนเองของประชาชน ด้วยการให้ประชาชนสามารถติดตั้งโซลาร์บนหลังคาได้โดยสะดวก โดยให้คณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ หรือ กพช. มีมติให้ใช้ระบบหักลบกลบหน่วย ราคาค่าไฟฟ้า หรือ Net Metering และมีนโยบายให้การไฟฟ้านครหลวงและการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค รับซื้อไฟฟ้าจากหลังคาประชาชนด้วยระบบ Net Billing พร้อมสั่งการให้คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน การไฟฟ้านครหลวง และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ดำเนินการตามมติคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติดังกล่าว