
สรุปเดินทางสงกรานต์ 5 วัน ดับ 128 ราย รถปิกอัพเกิดอุบัติเหตุสูงสุด
กระทรวงคมนาคม สรุปภาพรวมการเดินทางช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569 สะสม 5 วัน มีผู้เสียชีวิตจากอุบัติเหตุบนท้องถนน 128 ราย
KEY
POINTS
- สรุปอุบัติเหตุช่วงสงกรานต์ 5 วัน (10-14 เม.ย.) มีผู้เสียชีวิตแล้ว 128 ราย
- รถปิกอัพเป็นยานพาหนะที่เกิดอุบัติเหตุสูงสุด
- สาเหตุหลักของอุบัติเหตุมาจากการขับรถเร็วเกินกำหนด
วันนี้ (15 เม.ย.) ศูนย์ปฏิบัติการความปลอดภัยคมนาคม (ศปภ.คค.) กระทรวงคมนาคม สรุปข้อมูลการเดินทางบนโครงข่ายคมนาคมในช่วงเทศกาลสงกรานต์ 2569 ระหว่างวันที่ 10 - 14 เมษายน 2569 สะสม 5 วัน (ข้อมูล ณ วันที่ 15 เมษายน 2569 เวลา 08.00 น.) โดยสถิติอุบัติเหตุบนโครงข่ายของกระทรวงคมนาคม สะสม 5 วัน พบว่า โครงข่ายทางบกเกิดอุบัติเหตุรวม 879 ครั้ง มีผู้บาดเจ็บ 890 คน เสียชีวิต 128 คน สาเหตุหลักเกิดจากการขับรถเร็วเกินกำหนด 561 ครั้ง คิดเป็น 64% ยานพาหนะที่เกิดเหตุสูงสุดคือ รถปิกอัพบรรทุก 4 ล้อ 457 คัน
ขณะที่ประชาชนมีการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะรวม 12,640,505 คน เพิ่มขึ้น 2.37% เมื่อเปรียบเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา
ทั้งนี้ ระบบรางมีสัดส่วนการใช้บริการสูงสุด คิดเป็น 46% ขณะที่ผู้ใช้บริการสูงสุดในแต่ละภูมิภาค ได้แก่ ภาคกลาง (ทางอากาศขาออก) 248,159 คน ภาคใต้ (ทางราง) 124,769 คน ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (ทางถนน) 169,296 คน ภาคเหนือ (ทางถนน) 104,036 คน และภาคตะวันออก (ทางถนน) 96,369 คน ส่วนการเดินทางด้วยระบบขนส่งสาธารณะระหว่างประเทศรวม 1,177,027 คน
สำหรับการจราจรเข้า - ออกกรุงเทพฯ บนทางหลวงสายหลัก 12 เส้นทาง มีปริมาณ 4,751,489 คัน ลดลง 3.23% และการเดินทางภายในกรุงเทพฯ บนทางพิเศษของการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (กทพ.) มีปริมาณ 6,240,564 คัน ลดลง 4.66%
ในส่วนกรมทางหลวง (ทล.) บริหารจัดการจราจรบน M6 สายบางปะอิน – นครราชสีมา เพื่อรองรับประชาชนที่เดินทางกลับเข้าสู่กรุงเทพฯ ในช่วงท้ายเทศกาลสงกรานต์ 2569 โดยได้ดำเนินการปรับทิศทางการจราจรในช่วงบางปะอิน – ปากช่อง ในรูปแบบ One way ขาเข้ากรุงเทพฯ ตั้งแต่วันที่ 14 - 19 เมษายน 2569 ขณะที่ช่วงปากช่อง – นครราชสีมา เปิดให้สัญจรได้ตามปกติทั้งสองทิศทางตลอด 24 ชั่วโมง พร้อมกำชับหน่วยงานในพื้นที่ติดตามและประเมินสถานการณ์อย่างใกล้ชิด เพื่ออำนวยความสะดวกและดูแลความปลอดภัยตลอดเส้นทาง
ด้านการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ทำแผนรองรับผู้โดยสารขาเข้า ระหว่างวันที่ 14 – 17 เมษายน 2569 โดยเพิ่มขบวนรถเสริมพิเศษในเส้นทางสายเหนือ สายตะวันออกเฉียงเหนือ และสายใต้ ควบคู่กับการเพิ่มตู้โดยสารในขบวนรถประจำ โดยบริหารจัดการตารางเดินรถให้สอดคล้องกับปริมาณผู้โดยสารรายวัน จัดเจ้าหน้าที่อำนวยความสะดวกและดูแลความปลอดภัยทั้งในสถานีและบนขบวนรถ ตลอดจนการติดตามประเมินสถานการณ์แบบวันต่อวัน เพื่อป้องกันปัญหาผู้โดยสารตกค้างและรองรับการเดินทางกลับได้อย่างเพียงพอ







