
ศาลพิพากษาจำคุก 4 เดือนไม่รอลงอาญา "สนธิ ลิ้มทองกุล" หมิ่น "ธนกร" ชดใช้ 2 ล้าน
ศาลอาญาสั่งจำคุก "สนธิ ลิ้มทองกุล" 4 เดือน ไม่รอลงอาญา พร้อมชดใช้ 2 ล้านบาท คดีหมิ่น "ธนกร นันที" ปมกล่าวหาเอี่ยวทุจริตปาล์มอินโดฯ และหุ้น EARTH ชี้ไม่ใช่การติชมสุจริต ทำเสื่อมเสียชื่อเสียงชัดเจน แต่ศาลให้ประกันตัว ตีราคาประกัน 5 หมื่นบาท เผยเหตุไม่รอลงอาญาเนื่องจากเคยต้องโทษมาก่อน
KEY
POINTS
- ศาลอาญาพิพากษาจำคุกนายสนธิ ลิ้มทองกุล 4 เดือนโดยไม่รอลงอาญา ในคดีหมิ่นประมาทนายธนกร นันที อดีต ส.ส.พรรคไทยรักไทย
- คดีดังกล่าวเกิดจากการที่นายสนธิกล่าวหาผ่านรายการ "สนธิทอล์ค" ว่านายธนกรเกี่ยวข้องกับการทุจริตใน 5 โครงการ
- นอกจากโทษจำคุก ศาลยังสั่งให้นายสนธิชดใช้ค่าเสียหายแก่นายธนกรเป็นเงิน 2 ล้านบาท และลงโฆษณาคำพิพากษาในหนังสือพิมพ์
- ศาลให้ประกันตัวนายสนธิ ตีราคาประกัน 5 หมื่นบาท เผยเหตุ ไม่รอลงอาญาเนื่องจากเคยต้องโทษมาก่อน
วันที่ 7 เม.ย. ที่ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ห้องพิจารณา 714 ศาลนัดฟังคำพิพากษาคดีหมายเลขดำที่ อ.2851/2566 ที่นายธนกร นันที อดีต ส.ส.พรรคไทยรักไทย อดีตรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง เป็นโจทก์ฟ้องนายสนธิ ลิ้มทองกุล ผู้ก่อตั้งสื่อผู้จัดการ และผู้จัดรายการสนธิทอล์ค ในข้อหาหมิ่นประมาทกล่าวหาว่านายธนกรเกี่ยวข้องกับการทุจริตโครงการ 5 โครงการ ที่ดินปลูกปาล์มของปตท.
โดยในวันนี้เป็นการเลื่อนฟังคำพิพากษามาจากวันที่ 24 ก.พ. เนื่องจากในครั้งนั้น นายสนธิประสบอุบัติเหตุ ลื่นล้มหัวแตกทำให้ต้องพักรักษาตัว 2-3 สัปดาห์ ซึ่งการฟังคำพิพากษาในวันนี้นายสนธิได้เดินทางเข้ามาพร้อมกับทนายความส่วนตัว เพื่อฟังคำพิพากษา
ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า เมื่อวันที่ 30 มิ.ย. ,2 ก.ค. ,1 ก.ย. และ 3 ก.ย 2566 จำเลยกล่าวหาผ่านรายการ สนธิทอล์ค และสื่อในเครือผู้จัดการ กล่าวหาว่าโจทก์ทุจริต 5 โครงการ 1. ซื้อที่ดินปลูกปาล์มของปตท.ที่อินโดนีเซีย ,2.ที่กล่าวหาว่าโจทก์เกี่ยวข้องเกี่ยวกับการปล่อยกู้ธนาคารกรุงไทย ให้กับหุ้น EARTH ทำให้ธนาคารกรุงไทยเสียหาย ,3.สต็อคลมที่กล่าวหาว่าโจทก์เกี่ยวข้องกับทุจริตสต็อคน้ำมัน ,4.ฮั้วเรื่องการซื้อขายน้ำมัน และ เกี่ยวข้องกับการเสนอให้ ปตท.เข้าซื้อหุ้นสตาร์ค การกระทำของจำเลยเป็นการยืนยันข้อเท็จจริงว่ามีการทุจริตโครงการต่าง ๆ ข้อความที่กล่าวหาโจทก์เมื่อบุคคลที่ 3 หรือบุคคลอื่นได้ฟังจะเข้าใจตามที่จำเลยใส่ความโจทก์จึงเป็นการหมิ่นประมาทโจทก์
แม้จำเลยนำสืบว่าไม่ได้ยืนยันข้อเท็จจริงแต่เป็นการปะติดปะต่อเรื่องราวให้ประชาชนเข้าใจ ฟังไม่ขึ้น การกระทำของจำเลยเป็นการหมิ่นประมาทโจทก์และหากเป็นตามที่จำเลยอ้างเมื่อรัฐเข้าไปมีหุ้นอยู่ในปตท.และบริษัทในเครือ ย่อมส่งผลเสียต่อประเทศชาติ การกระทำของจำเลยจึงครบองค์ประกอบตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 326 และการเผยแพร่ข้อความผ่านทางสื่อเป็นการหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 328 เป็นการกระทำความผิดกล่าวหาโจทก์ต่อเนื่องกันจึงเป็นความผิดกรรมเดียวเท่านั้น ไม่ใช่การติชมโดยสุจริตจึงไม่ได้รับการยกเว้นตามมาตรา 326
ส่วนที่โจทก์เรียกค่าเสียหาย 50 ล้านบาท จากการไม่ได้รับการกู้เงินจากสถาบันการเงินต่างประเทศ โจทก์ไม่ได้นำสืบให้เห็นว่าผลประกอบการจะได้รับผลอย่างไร แต่การลงทุนอาจจะกำไรหรือขาดทุนก็ได้ ศาลกำหนดให้จำเลยชดใช้ 1 ล้านบาท และส่วนที่จำเลยเรียกร้องค่าเสียหายเสื่อมเสียชื่อเสียง ศาลกำหนดให้ชดใช้ 1 ล้านบาท รวม 2 ล้านบาท
พิพากษาว่าจำเลยมีความผิดตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 328 หมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ลงโทษจำคุก 6 เดือน แต่การให้การของจำเลยเป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาลดโทษให้ 1 ใน 3 คงจำคุก 4 เดือน ไม่รอลงอาญา ให้จำเลยลงคำพิพากษาในหนังสือพิมพ์ 7 ฉบับ โดยจำเลยเป็นผู้ออกค่าใช้จ่าย และให้จำเลยชดใช้ค่าเสียหายแก่โจทก์ 2 ล้านบาท และค่าทนายความโจทก์ 2 หมื่นบาท คำขออื่นนอกจากนี้ขอให้ยก
ภายหลังจากฟังคำพิพากษา ทนายความของ นายสนธิ ได้ยื่นหลักทรัพย์เพื่อขอปล่อยชั่วคราว ขณะนี้อยู่ระหว่างการพิจารณาของศาล
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าภายหลังศาลมีคำพิพากษาจำคุกนายสนธิ 4เดือนไม่รอลงอาญานายสนธิยื่นคำร้องพร้อมหลักทรัพย์ขอปล่อยชั่วคราวระหว่างอุทธรณ์ศาลพิจารณาแล้วอนุญาตให้ปล่อยชั่วคราวระหว่างอุทธรณ์โดยตีราคาประกัน5 หมื่นบาท
รายงานข่าวจากศาลยุติธรรมเเจ้ง ว่าในคดีความผิด หมิ่นประมาท ซึ่งมีอัตราโทษไม่สูงมากกรณี ที่ศาลมีคำพิพากษาลงโทษจำคุกไม่รอลงอาญา เหตุที่ไม่รออาญาเนื่องจากลักษณะคดี ข้อกฎหมายแนวทางการต่อสู้คดีเเล้วที่สำคัญคือจำเลยเคยมีคดีที่ถูกลงโทษจำคุกจริงมาก่อนหน้านี้ไปแล้ว






