
ขึ้นทะเบียนเกษตรกร 2569 ออนไลน์รายเก่า-รายใหม่ ให้เป็นปัจจุบัน รับเงินเยียวยาเกษตรกร
ขึ้นทะเบียนเกษตรกร 2569 ออนไลน์รายเก่า-รายใหม่ ให้เป็นปัจจุบันเพื่อรับเงินช่วยเหลือประสบภัยพิบัติด้านการเกษตร ล่าสุด เพิ่มค่าแรง-วัสดุ ขยายความคุ้มครอง "ไม้ผลชะงักงัน-แมลงเศรษฐกิจ
KEY
POINTS
- การขึ้นทะเบียนเกษตรกรมีความสำคัญเพื่อรับสิทธิประโยชน์และความช่วยเหลือจากภาครัฐ โดยเฉพาะเมื่อเกิดภัยพิบัติ
- เกษตรกรรายใหม่และรายเก่าสามารถขึ้นทะเบียนหรือปรับปรุงข้อมูลได้ โดยต้องเตรียมเอกสารสำคัญ เช่น บัตรประชาชน และโฉนดที่ดิน
- สามารถปรับปรุงทะเบียนเกษตรกรออนไลน์ได้ด้วยตนเองผ่านแอปพลิเคชัน Farmbook เพื่อแจ้งข้อมูลการเพาะปลูกและตรวจสอบสถานะ
- เกษตรกรรายเก่าต้องปรับปรุงข้อมูลให้เป็นปัจจุบัน หากไม่ดำเนินการติดต่อกัน 3 ปี ทะเบียนจะถูกยกเลิกโดยอัตโนมัติ
ขึ้นทะเบียนเกษตรกร 2569 ออนไลน์รายเก่า-รายใหม่ จากกรณีที่ กรมส่งเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้เปิดให้เกษตรกรขึ้นทะเบียนเกษตรกร 2569 ออนไลน์และออฟไลน์
ไขข้อสงสัยทำไม? ต้องขึ้นทะเบียนเกษตรกร
การขึ้นทะเบียนและปรับปรุงทะเบียนเกษตรกรถือว่ามีความสำคัญอย่างยิ่ง มีประโยชน์ทั้งต่อตัวเกษตรกรเอง รวมทั้งหน่วยงานต่างๆ ตลอดจนรัฐบาลซึ่งเป็นผู้กำหนดมาตรการต่างๆ
เกษตรกร : จะได้รับการสนับสนุนในด้านต่างๆ รวมทั้งความช่วยเหลือและสิทธิประโยชน์ตามโครงการและมาตรการต่างๆ ที่หน่วยงานภาครัฐได้จัดทำขึ้น ทั้งนี้ผู้ที่จะได้รับสิทธิประโยชน์ต้องเป็นไปตามเงื่อนไขของโครงการหรือมาตรการนั้นๆ เช่น กรณีการขอรับการช่วยเหลือเมื่อประสบภัยพิบัติต่าง ๆ และโครงการประกันภัยพืชผล เป็นต้น
รัฐบาลและหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง : นำข้อมูลไปใช้ในการวางแผนพัฒนาการเกษตร กำหนดนโยบาย การจัดการด้านการผลิตการตลาด การส่งเสริม สนับสนุน และให้ความช่วยเหลือแก่เกษตรกรได้อย่างมีประสิทธิภาพและตรงเป้าหมาย และเพื่อนำข้อมูลไปใช้ประโยชน์ในการจำแนกเกษตรกรเป็นกลุ่มเป้าหมายในการดำเนินโครงการหรือมาตรการต่าง ๆ ได้อย่างชัดเจน “การขึ้นทะเบียนเกษตรกร เป็นหน้าที่ของเกษตรกร”
ทั้งนี้ การขึ้นทะเบียนเกษตรกร เป็นสิทธิ์ของเกษตรกรไม่ได้เป็นการบังคับ เพียงแต่จะไม่ได้รับสิทธิ์เข้าร่วมโครงการ หรือการช่วยเหลือต่างๆ จากภาครัฐ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติที่ไม่อาจป้องกันได้ เช่น น้ำท่วม ฝนแล้ง โรค-แมลงระบาด ผู้ที่ขึ้นทะเบียนไว้ในพื้นที่ที่มีการประกาศภัย ก็จะมีสิทธิ์ได้รับการช่วยเหลือเยียวยา ช่วยบรรเทาความเดือดร้อนลงได้
ขึ้นทะเบียนเกษตรกร 2569 รายใหม่
1. แบบฟอร์มการขึ้นทะเบียนเกษตรกร (ผู้ใหญ่บ้านเซ็นรับรองการเพาะปลูก)
2.โฉนดที่ดินตัวจริง (หากโฉนดตัวจริงอยู่ธนาคาร ให้คัดลอกโฉนดพร้อมลายเซ็นเจ้าหน้าที่มาด้วย ไม่เกิน 1 ปี)
3. หากเป็นดินไม่มีเอกสารสิทธิ์ เกษตรกรต้องวาดรูปแปลงและจับพิกัด X,Y ทุกมุม และตรงกลางแปลงมาด้วย
4. บัตรประชาชนตัวจริง
ขึ้นทะเบียนเกษตรกรรายเดิม เอกสารที่ต้องนำมา
- สมุดทะเบียนเกษตรกร (เล่มเขียว)
- โฉนดที่ดินตัวจริง (หากโฉนดตัวจริงอยู่ธนาคาร ให้คัดลอกโฉนดพร้อมลายเซ็นเจ้าหน้าที่มาด้วย ไม่เกิน 1 ปี)
- หากเป็นดินไม่มีเอกสารสิทธิ์ เกษตรกรต้องวาดรูปแปลงและจับพิกัด X,Y ทุกมุม และตรงกลางแปลงมาด้วย
หากเกษตรกรไม่มาปรับปรุงข้อมูลติดต่อกันเป็นเวลา 3 ปี สุมดทะเบียนเกษตรกรจะถูกยกเลิกอัตโนมัติ
ขึ้นทะเบียนเกษตรกร 2569 ออนไลน์
- ดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน Farmbook ทั้งระบบ Android (คลิกที่นี่) และ iOS
- กดเลือกเมนูแจ้งปลูก
- เลือกแปลงปลูก ที่ต้องการแจ้งปรับปรุงทะเบียนเกษตรกร
- เลือกพืช ที่ต้องการแจ้งปรับปรุงทะเบียนเกษตรกร
- กรอกข้อมูล ต่าง ๆ ให้ครบถ้วน
- กดบันทึก
ขึ้นทะเบียนเกษตรกร 2569 ออนไลน์ เรียบร้อยแล้ว สามารถตรวจสอบสถานะทะเบียนเกษตรกรได้ด้วยตนเอง ดังนี้
- กดเลือก “ตรวจสอบ” ในแถบตรวจสอบสถานะเกษตรกร
- กรอกเลขบัตรประชาชน 13 หลัก และ รหัสหลังบัตรประชาชน
- จากนั้นกดเลือก “ตรวจสอบ”
กระทรวงเกษตรเห็นชอบเพิ่มอัตราเงินช่วยเหลือ ผู้ปลูกข้าวสูงสุดเพิ่มเป็นไร่ละ 2,240 บาทต่อไร่
นางสาวทัศนีย์ เมืองแก้ว รองปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธานการประชุมคณะทำงานพิจารณาหลักเกณฑ์การช่วยเหลือเกษตรกรผู้ประสบภัยพิบัติด้านการเกษตร ครั้งที่ 1/2569 ที่ประชุมได้เห็นชอบในหลักการ (ร่าง) หลักเกณฑ์วิธีปฏิบัติปลีกย่อยเกี่ยวกับการให้ความช่วยเหลือด้านการเกษตรผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. .... เพื่อให้สอดคล้องกับหลักเกณฑ์ วิธีการ เงื่อนไข การใช้จ่ายเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. 2569 ตามระเบียบกระทรวงการคลัง ว่าด้วยเงินทดรองราชการเพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติกรณีฉุกเฉิน พ.ศ. 2568
โดยมีการปรับเพิ่มอัตราเงินช่วยเหลือให้สะท้อนต้นทุนการผลิตจริงในปัจจุบันที่มีการปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งครอบคลุมในส่วนค่าวัสดุและค่าแรงงาน โดยเฉพาะในกลุ่มพืชหลัก ได้แก่
- ข้าว ที่จะปรับเพิ่มจาก 1,340 บาทต่อไร่ เป็น 2,240 บาทต่อไร่
- พืชไร่และพืชผักจาก 1,980 บาทต่อไร่ เป็น 3,180 บาทต่อไร่
- รวมถึงไม้ผลและไม้ยืนต้น จาก 4,048 บาทต่อไร่ เป็น 6,800 บาทต่อไร่.






