
กรมส่งเสริมการเกษตร เปิดเฟ้นหานวัตกรรมจากเจ้าหน้าที่ในพื้นที่ รับมือโลกผันผวน
กรมส่งเสริมการเกษตร เปิดรับนวัตกรรมจากเจ้าหน้าที่พื้นที่ ดันเทคโนโลยีแก้ปัญหาเกษตรจริง เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต รับมือโลกผันผวน สร้างรายได้ยั่งยืน
กรมส่งเสริมการเกษตร เดินหน้าขับเคลื่อนการพัฒนางานส่งเสริมการเกษตรยุคใหม่ เปิดพื้นที่ให้ “เจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรในพื้นที่” ร่วมสร้างสรรค์และพัฒนานวัตกรรมจากการปฏิบัติงานจริง ผ่าน โครงการเพิ่มประสิทธิภาพงานส่งเสริมการเกษตรด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรม เพื่อค้นหาและต่อยอดแนวทางใหม่ที่สามารถแก้ปัญหาและเพิ่มมูลค่าให้ภาคเกษตรไทยได้อย่างเป็นรูปธรรม
นางอัญชลี สุวจิตตานนท์ อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า ปัจจุบันประเทศไทยกำลังเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม เทคโนโลยี สิ่งแวดล้อม และภูมิรัฐศาสตร์ โดยเฉพาะการเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยีดิจิทัล ซึ่งเป็นทั้งโอกาสและความท้าทายในการพัฒนาประเทศสู่ความยั่งยืน รัฐบาลจึงให้ความสำคัญกับการนำเทคโนโลยีดิจิทัลมาเป็นเครื่องมือสำคัญในการยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชน และเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ สอดคล้องกับนโยบายสำคัญของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่มุ่งปรับเปลี่ยนภาคเกษตรไทยสู่ เกษตรกรรมสมัยใหม่และยั่งยืน โดยเน้นการนำวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมมาเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและการบริหารจัดการภาคเกษตร
อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวเพิ่มเติมว่า กรมส่งเสริมการเกษตร ในฐานะหน่วยงานหลักด้านการพัฒนาเกษตรกร เห็นว่า “นักวิชาการส่งเสริมการเกษตรในพื้นที่” เป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนการเปลี่ยนแปลง เนื่องจากเป็นผู้ที่ใกล้ชิดกับเกษตรกรและเข้าใจบริบทปัญหาในพื้นที่มากที่สุด จึงได้จัดทำโครงการดังกล่าวขึ้น เพื่อเปิดโอกาสให้เจ้าหน้าที่ในพื้นที่ได้ร่วมออกแบบ ทดลอง และพัฒนานวัตกรรมจากประสบการณ์การทำงานจริง
โครงการนี้มุ่งค้นหาและพัฒนานวัตกรรมเชิงกระบวนการที่สามารถนำไปใช้แก้ปัญหาหรือยกระดับการทำงานส่งเสริมการเกษตร อาทิ การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและการจัดการสินค้าเกษตร การจัดการภัยพิบัติด้านพืช การใช้ประโยชน์จากข้อมูลและเทคโนโลยีดิจิทัล การพัฒนากระบวนการทำงาน รวมถึงการพัฒนาศักยภาพบุคลากรและการบริหารจัดการทรัพยากร
ทั้งนี้ จะเริ่มเปิดรับสมัครผลงานนวัตกรรม ภายในมีนาคม 2569 นี้ โดยผลงานที่เสนอจะต้องเกิดจากการริเริ่มของทีมเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรในพื้นที่ มีการนำเทคโนโลยีหรือแนวคิดใหม่มาประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับบริบทพื้นที่ เกิดจากกระบวนการมีส่วนร่วมของเครือข่ายภาคส่วนต่าง ๆ และสามารถดำเนินการให้แล้วเสร็จได้ภายในปีงบประมาณ 2569 และคาดหวังว่าโครงการดังกล่าวจะช่วยสร้าง ระบบการเรียนรู้ร่วมกัน (Learning System) ภายในองค์กร ส่งเสริมให้เจ้าหน้าที่ในพื้นที่พัฒนาแนวคิดใหม่ ๆ จากปัญหาจริง และสามารถต่อยอดเป็นต้นแบบการทำงาน (Best Practice) ที่ขยายผลไปยังพื้นที่อื่นได้ นำไปสู่การยกระดับงานส่งเสริมการเกษตรให้มีประสิทธิภาพ ทันต่อการเปลี่ยนแปลง และสร้างรายได้ที่มั่นคงให้เกษตรกรไทยอย่างยั่งยืน






