
สภาองค์กรของผู้บริโภค เสนอรัฐลดค่าเดินทาง 50% หลังราคาน้ำมันดีเซลปรับขึ้น 6 บาท
สภาองค์กรของผู้บริโภค เสนอรัฐลดค่าเดินทาง 50% หลังราคาน้ำมันดีเซลปรับขึ้น 6 บาท าเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนของประชาชน
KEY
POINTS
- สภาองค์กรของผู้บริโภคเสนอให้รัฐบาลลดค่าเดินทาง 50% เพื่อบรรเทาผลกระทบหลังราคาน้ำมันดีเซลปรับขึ้น 6 บาทต่อลิตร
- เสนอให้อุดหนุนค่าโดยสารขนส่งสาธารณะ เช่น รถไฟฟ้า รถเมล์ และเรือ อย่างน้อย 50% หรือให้ขึ้นฟรีในบางเส้นทาง เพื่อจูงใจให้ประชาชนใช้บริการมากขึ้น
- เรียกร้องให้มีมาตรการตรึงราคาสินค้า โดยเสนอให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นงดเก็บค่าเช่าแผงในตลาดสดเป็นเวลา 3 เดือน และตรวจสอบการขึ้นราคาที่เกินจริง
จากกรณีที่คณะกรรมการบริหารกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง (กบน.) มีมติเห็นชอบในการปรับลดอัตราชดเชยราคาน้ำมันดีเซลและกลุ่มเบนซิน ทำให้ราคาขายปลีกน้ำมันทุกชนิด ในวันนี้ 26 มีนาคม 2569 ปรับขึ้น 6 บาทต่อลิตร
ล่าสุดผู้สื่อข่าวรายงานว่า สภาองค์กรของผู้บริโภค เสนอรัฐบาลลดค่าเดินทาง 50% และออกมาตรการผลกระทบต่อราคาสินค้าเพื่อบรรเทาความเดือดร้อน ที่ผ่านมา สภาผู้บริโภคมีข้อเสนอแนะต่อรัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อบรรเทาผลกระทบจากราคาน้ำมันและค่าครองชีพที่สูงขึ้น ดังนี้
1. มาตรการด้านการเดินทางและขนส่งสาธารณะ เนื่องจากเดือนเมษายนเป็นช่วงที่มีการใช้พลังงานสูงที่สุดในรอบปีจากเทศกาลวันหยุดยาว ดังนั้นภาครัฐควรมีนโยบายอุดหนุนเงินช่วยค่าโดยสารอย่างน้อย 50% หรือให้ขึ้นฟรีในบางเส้นทาง ทั้งรถไฟฟ้า รถเมล์ และเรือ เพื่อจูงใจให้ประชาชนหันมาใช้รถสาธารณะ ทั้งในเส้นทางในเมืองและต่างจังหวัด ทั้งนี้ ช่วงที่ผ่านมา ประเทศไทยต้องเผชิญสถานการณ์วิกฤตฝุ่น PM2.5 ภาครัฐจึงมีมาตรการส่งเสริมการใช้รถสาธารณะไฟฟ้า ด้วยการเปิดให้ประชาชนได้ขึ้นรถไฟฟ้าฟรี
ขณะเดียวกันองค์กรขนาดใหญ่ที่มีงบประมาณควรจัดรถฟีดเดอร์ เพื่อรับส่งพนักงานจากสถานีขนส่งสาธารณะร่วมลดต้นทุนการเดินทางให้กับพนักงาน รวมทั้งเสนอให้รัฐสำรวจข้อมูลการเดินทางของประชาชน เพื่อนำมาวางแผนจัดการการเดินทาง และทรัพยากรในช่วงวิกฤตพลังงานให้มีประสิทธิภาพสูงสุด
2. มาตรการตรึงราคาสินค้า เสนอให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ภายใต้กระทรวงมหาดไทย งดเก็บค่าเช่าแผงตลาดสดทั่วประเทศ ซึ่งมีจำนวน 1,401 แห่ง เป็นเวลา 3 เดือน เพื่อช่วยลดภาระผู้ค้าและขอความร่วมมือตรึงราคาสินค้า ไม่ให้กระทบผู้บริโภค ซึ่งเป็นมาตรการระยะสั้นที่ภาครัฐสามารถดำเนินการได้ทันที ผ่านการสั่งการของกระทรวงมหาดไทยที่ดูแล อปท. ซึ่งแนวทางนี้เคยดำเนินการมาแล้ว ในช่วงโควิด-19 ปี 2564 ผ่านการสั่งการจากกระทรวงมหาดไทย
ทั้งนี้ ต้นทุนขนส่ง โดยเฉลี่ยคิดเป็นประมาณ 10% ของมูลค่าสินค้า หากราคาน้ำมันเพิ่มขึ้น 10% จะมีผลให้ราคาสินค้าเพิ่มราว 1% ดังนั้นภาครัฐควรเข้มงวดตรวจสอบการขึ้นราคาที่เกินต้นทุนจริง พร้อมเฝ้าระวังพฤติกรรมเอาเปรียบผู้บริโภค เช่น ปรับขึ้นราคาโดยไม่เพิ่มปริมาณ ลดปริมาณแต่คงราคาเดิม และกักตุนสินค้าเพื่อเก็งกำไร.






