
ดร.พรายพล แนะแชร์ภาระ 3 ทาง 'กองทุน-ภาษี-ประชาชน' ลดผลกระทบราคาน้ำมันพุ่ง
ดร.พรายพล คุ้มทรัพย์ สับ ขึ้นราคาน้ำมัน 6 บาทรุนแรงเกินคาด จี้รัฐบาลเร่งคลอดมาตรการช่วยเหลือควบคู่ทันที เสนอสูตรหาร 3 แบ่งภาระ 'กองทุน-ภาษี-ประชาชน' เพื่อความสมดุล
KEY
POINTS
- ดร.พรายพล ชี้ว่าการขึ้นราคาน้ำมัน 6 บาทต่อลิตรเป็นการปรับขึ้นที่รุนแรงเกินคาด และส่งผลกระทบโดยตรงต่อค่าครองชีพของประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มขนส่งและเกษตรกร
- เรียกร้องให้รัฐบาลออกมาตรการช่วยเหลืออย่างเร่งด่วนควบคู่ไปกับการขึ้นราคา ไม่ใช่การแก้ปัญหาตามหลัง เพื่อลดแรงกระแทกและสร้างความเชื่อมั่น
- เสนอแนวคิด "แชร์ภาระ 3 ทาง" ให้ทุกฝ่ายร่วมรับภาระ ทั้งกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ภาครัฐ (โดยการลดภาษี) และผู้บริโภค เพื่อให้เกิดความสมดุล
การปรับขึ้นราคาน้ำมันเชื้อเพลิงแบบก้าวกระโดดถึง 6 บาทต่อลิตรในช่วงกลางคืนที่ผ่านมา กำลังสร้างแรงกระเพื่อมต่อภาคเศรษฐกิจและค่าครองชีพของประชาชนในวงกว้าง โดยเฉพาะกลุ่มผู้มีรายได้น้อย ภาคขนส่ง และเกษตรกรที่พึ่งพาการใช้น้ำมันเป็นต้นทุนหลัก
ดร.พรายพล คุ้มทรัพย์ นักวิชาการอิสระด้านพลังงาน และอดีตคณบดีคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ให้สัมภาษณ์กับฐานเศรษฐกิจสะท้อนมุมมองว่า การปรับขึ้นราคาครั้งนี้ถือว่าค่อนข้างมากแม้จะมีเหตุผลจากภาระของกองทุนน้ำมันเชื้อเพลิงที่ต้องแบกรับต้นทุนสูงในช่วงที่ผ่านมา
“ในแง่ของกองทุนน้ำมันฯ ที่ต้องอุดหนุนดีเซลอยู่กว่า 20 บาทต่อลิตร การปรับขึ้น 6 บาทอาจช่วยลดภาระลงได้บ้าง วันหนึ่งอาจลดภาระได้ประมาณ 600 ล้านบาท จากเดิมที่ต้องแบกรับมากกว่า 2,000 ล้านบาท แต่ในมุมของผู้บริโภค ถือว่ายังเป็นตัวเลขที่สูงและกระทบชีวิตความเป็นอยู่โดยตรง” ดร.พรายพลกล่าว
พร้อมระบุว่า ผลกระทบจะตกหนักกับกลุ่มที่จำเป็นต้องใช้น้ำมันในการดำรงชีพ เช่น ผู้ประกอบการขนส่ง ชาวประมง และเกษตรกร ซึ่งจะเผชิญต้นทุนที่เพิ่มขึ้นทันที และอาจส่งต่อไปยังราคาสินค้าและบริการในระยะถัดไป
ชี้รัฐควร “ออกมาตรการพร้อมกัน” ไม่ใช่ตามหลัง
นักวิชาการด้านพลังงานเสนอว่า หากจำเป็นต้องปรับขึ้นราคาน้ำมันในระดับสูง รัฐบาลควรออกมาตรการช่วยเหลือควบคู่กันในเวลาเดียวกัน เพื่อสร้างความเชื่อมั่นและลดแรงกระแทกต่อประชาชน
“ในทางที่ควร อย่างน้อยมาตรการช่วยเหลือควรออกมาพร้อมกัน เพื่อให้ประชาชนรู้สึกว่าทุกฝ่ายกำลังร่วมรับภาระ ทั้งรัฐ กองทุน และประชาชน ไม่ใช่ขึ้นราคาไปก่อนแล้วค่อยตามแก้ทีหลัง” ดร.พรายพล กล่าว
ดร.พรายพล กล่าวย้ำว่าหากมาตรการยังไม่พร้อม ก็ควรเร่งประกาศภายในระยะเวลาอันสั้นที่สุด วันนี้ควรต้องมีความชัดเจเกี่ยวกับมาตรการช่วยเหลือออกมา โดยเฉพาะเมื่อการปรับขึ้นครั้งนี้ถือว่าเหนือความคาดการณ์พอสมควร
เสนอแนวคิด “แชร์ภาระ 3 ทาง”
ดร.พรายพล เห็นว่าทุกฝ่ายควรต้องร่วมกันรับภาระ แม้แต่ภาครัฐเองก็อาจต้องยอมลดรายได้จากภาษีลงบางส่วน ขณะเดียวกันก็ต้องมีมาตรการช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางควบคู่ไปด้วย
พร้อมเสนอแนวทางเชิงนโยบายเกี่ยวกับการบริหารราคาพลังงานควรอาศัยการแบ่งเบาภาระร่วมกันจาก 3 กลไกหลัก ได้แก่ กองทุนน้ำมันเชื้อเพลิง ,ภาษีสรรพสามิตน้ำมัน และภาระที่ผู้บริโภครับผ่านราคาขายปลีก โดยอาจใช้แนวทางเฉลี่ยภาระ เช่น ลดภาระกองทุนลงบางส่วน ปรับลดภาษีบางส่วน และให้ราคาขายปลีกสะท้อนต้นทุนบางส่วน เพื่อให้เกิดความสมดุล





