thansettakij
thansettakij
ตะวันออกกลางเดือดลามพลังงานโลก ไทยเร่งอพยพ 1,283 คน–ลุ้นเปิดช่องแคบฮอร์มุซ

ตะวันออกกลางเดือดลามพลังงานโลก ไทยเร่งอพยพ 1,283 คน–ลุ้นเปิดช่องแคบฮอร์มุซ

21 มี.ค. 69 | 08:26 น.
อัปเดตล่าสุด :21 มี.ค. 69 | 08:26 น.

ศบก.เผยสถานการณ์ตะวันออกกลางยังรุนแรง กระทบโครงสร้างพลังงานโลก–เส้นทางเดินเรือตึงเครียดหนัก ขณะไทยเร่งช่วยเหลือคนไทยต่อเนื่องอพยพแล้วกว่า 1,283 คน เร่งประสานช่วยลูกเรือ–แรงงาน ย้ำความปลอดภัยสูงสุดท่ามกลางความไม่แน่นอนของสงคราม

KEY

POINTS

  • สถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลางทวีความรุนแรงและขยายวงกว้างไปสู่การโจมตีโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงาน ซึ่งส่งผลกระทบต่อความมั่นคงด้านพลังงานของโลก
  • รัฐบาลไทยได้ให้ความช่วยเหลืออพยพคนไทยออกจากพื้นที่ขัดแย้งแล้วจำนวน 1,283 คน และกำลังเร่งช่วยเหลือคนไทยที่ยังได้รับผลกระทบ
  • สถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซยังคงตึงเครียดสูง โดยมีการปฏิบัติการทางทหารเพื่อพยายามเปิดเส้นทางเดินเรืออีกครั้ง ซึ่งเป็นประเด็นที่ไทยให้ความสำคัญ

ศูนย์บริหารและติดตามสถานการณ์การสู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลาง(ศบก.)แถลงสรุปสถานการณ์ ณ วันที่ 21 มีนาคม 2569 มีประเด็นที่สำคัญดังนี้ 

  1. พัฒนาการของสถานการณ์ในตะวันออกกลาง
  • สถานการณ์ในตะวันออกกลางยังคงมีความรุนแรง โดยคู่ขัดแย้งหลัก รวมถึงกลุ่มฮิซบุลลอฮ์ยังคงโจมตีตอบโต้กันอย่างต่อเนื่อง และมีการขยายการโจมตีไปยังโครงสร้างพื้นฐานด้านพลังงานในหลายประเทศของภูมิภาค ซึ่งส่งผลกระทบต่อเสถียรภาพเศรษฐกิจและความมั่นคงด้านพลังงานของโลกมากขึ้น
     
  • ขณะเดียวกัน สถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซยังคงมีความตึงเครียดสูง โดยมีการปฏิบัติการทางทหารใกล้ชายฝั่งอิหร่านเพื่อเปิดเส้นทางเดินเรืออีกครั้งโดยฝ่ายสหรัฐฯ และอิสราเอล และกระทรวงกลาโหมสหรัฐฯ ระบุถึงแผนการส่งกำลังนาวิกโยธินเพิ่มเติมเข้าสู่ภูมิภาคตะวันออกกลาง
     
  • ล่าสุด ทางการอิหร่านยืนยันว่า โฆษกกองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) เสียชีวิตจากการโจมตีทางอากาศโดยอิสราเอล
  • ในส่วนของประเทศไทย กระทรวงการต่างประเทศได้ออกแถลงการณ์เมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2569 กรณีการเสียชีวิตของแรงงานไทยในอิสราเอลจากสถานการณ์ความขัดแย้งในตะวันออกกลาง โดยย้ำการเรียกร้องให้ทุกฝ่ายที่เกี่ยวข้องกลับสู่กระบวนการเจรจาและการทูตโดยเร็วที่สุด เพื่อยุติสถานการณ์ความตึงเครียดตามหลักกฎหมายระหว่างประเทศ และกฎบัตรสหประชาชาติ โดยให้ความสำคัญแก่ความปลอดภัยของพลเรือน และการเดินเรือสินค้าผ่านช่องแคบฮอร์มุซ
     
  1. ความคืบหน้าของการให้ความช่วยเหลือคนไทยในพื้นที่
  • ในส่วนของแรงงานไทยในอิสราเอล 1 คนที่เสียชีวิตจากสะเก็ดระเบิด สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเทลอาวีฟ ยังคงประสานงานกับรัฐบาลอิสราเอลอย่างใกล้ชิด เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนในการส่งร่างผู้เสียชีวิตกลับประเทศไทยโดยเร็ว นอกจากนี้ กระทรวงการต่างประเทศร่วมกับกระทรวงแรงงานอยู่ระหว่างติดตามเรื่องเงินชดเชยและสิทธิประโยชน์ที่เกี่ยวข้องจากทางการอิสราเอล
  • ในส่วนของการให้ความช่วยเหลือลูกเรือไทย 3 คนบนเรือ “มยุรีนารี” ตามที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศได้ระบุในการแถลงข่าวเมื่อวันที่ 20 มีนาคม 2569 ฝ่ายไทยได้ประสานขอความช่วยเหลือไปยังทางการโอมานและอิหร่าน เพื่อพิจารณาแนวทางเข้าช่วยเหลือลูกเรือไทยทั้ง 3 คน ซึ่งทั้งสองฝ่ายได้แสดงความพร้อมที่จะติดตามและพิจารณาให้ความช่วยเหลือ ขณะเดียวกัน หน่วยงานที่เกี่ยวข้องของไทยกำลังร่วมกันประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องของโอมานและอิหร่านอย่างต่อเนื่อง เพื่อหาแนวทางช่วยเหลือที่ปลอดภัยที่สุด แม้การดำเนินการยังมีข้อจำกัดจากสถานการณ์ด้านความมั่นคงในพื้นที่
  • กระทรวงการต่างประเทศขอให้ชาวไทยในภูมิภาคตะวันออกกลางติดตามสถานการณ์จากช่องทางทางการ เพื่อประเมินสถานการณ์ความปลอดภัยอย่างสม่ำเสมอ และปฏิบัติตามคำแนะนำของทางการอย่างเคร่งครัด
  • ตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ มีคนไทยที่ได้รับความช่วยเหลือเพื่อให้ออกจากประเทศในภูมิภาคตะวันออกกลาง มายังประเทศไทยหรือไปประเทศที่สาม รวมทั้งสิ้น 1,283 คน
  • รัฐบาลไทยยึดมั่นในการให้ความช่วยเหลือคนไทยในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ได้รับผลกระทบจากการสู้รบให้ออกจากพื้นที่อันตรายในโอกาสแรกด้วยความปลอดภัย