thansettakij
thansettakij

นักรัฐศาสตร์ เตือนไทยชั่งน้ำหนักเจรจาอิหร่านเปิด 'ฮอร์มุซ' เสียสมดุลสหรัฐ

18 มี.ค. 69 | 07:51 น.
อัปเดตล่าสุด :18 มี.ค. 69 | 08:57 น.

ศ.ดร.จรัญ มะลูลีม ไทยมีโอกาสเจรจาให้อิหร่านเปิดเส้นทางเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซสำเร็จ แต่ต้องคำนึงถึงสมดุลสัมพันธ์สหรัฐ ไทยชั่งน้ำหนักเจรจาอิหร่าน เปิดทางเรือผ่านฮอร์มุซ

KEY

POINTS

  • ไทยมีโอกาสเจรจาให้อิหร่านเปิดเส้นทางเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้สำเร็จ โดยอาศัยความสัมพันธ์อันดีที่มีมายาวนานและไม่มีความขัดแย้งระหว่างกัน
  • ความสำเร็จของการเจรจาขึ้นอยู่กับข้อต่อรองที่ครอบคลุมหลายมิติ โดยเฉพาะความร่วมมือด้านการค้า เช่น ข้าวและสินค้าอาหารฮาลาลที่อิหร่านมีความต้องการสูง
  • ไทยต้องดำเนินนโยบายอย่างรอบคอบเพื่อรักษาสมดุลความสัมพันธ์กับสหรัฐฯ ซึ่งเป็นพันธมิตรสำคัญ หากต้องยอมรับเงื่อนไขของอิหร่าน เช่น การใช้เงินสกุลอื่นซื้อขายพลังงาน

ท่ามกลางความตึงเครียดในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ส่งผลต่อความปลอดภัยของเส้นทางขนส่งพลังงานผ่านช่องแคบฮอร์มุซ รัฐบาลไทยกำลังพิจารณาแนวทางเจรจาโดยตรงกับอิหร่าน เพื่อเปิดทางให้เรือสินค้าและเรือพลังงานสามารถผ่านได้อย่างต่อเนื่อง

ศ.ดร.จรัญ มะลูลีม หัวหน้าสาขาวิชาการระหว่างประเทศ คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และผู้เชี่ยวชาญด้านตะวันออกกลาง ให้สัมภาษณ์ว่า แนวคิดการเจรจาดังกล่าวถือเป็นทางเลือกที่เหมาะสม เนื่องจากไทยมีความสัมพันธ์กับอิหร่านมาอย่างยาวนาน และไม่เคยมีความขัดแย้งเชิงโครงสร้างระหว่างกัน

ดร.จรัญระบุว่า อิหร่านมีท่าทีชัดเจนในการจำกัดการผ่าน "ช่องแคบฮอร์มุซ" สำหรับประเทศที่เป็นพันธมิตรใกล้ชิดของสหรัฐอเมริกา แต่ในกรณีของไทย แม้อาจถูกมองว่าอยู่ในกลุ่มประเทศที่มีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับสหรัฐ แต่ไทยไม่ได้มีความขัดแย้งกับอิหร่าน และยังคงรักษาความสัมพันธ์ที่ดีมาอย่างต่อเนื่อง

ความสัมพันธ์ยาวนาน หนุนโอกาสเจรจา

ศ.ดร.จรัญ ชี้ว่า ความสัมพันธ์ไทย–อิหร่านมีรากฐานยาวนานตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา และสะท้อนผ่านความเชื่อมโยงทางประวัติศาสตร์และสังคม โดยมีคนไทยจำนวนไม่น้อยที่มีเชื้อสายอิหร่าน ส่งผลให้ทั้งสองประเทศมีความใกล้ชิดในระดับประชาชนควบคู่กับความสัมพันธ์ทางการทูต

แม้ในช่วงที่มีเหตุการณ์ทางการเมืองหรือประเด็นความมั่นคงระหว่างประเทศ ความร่วมมือก็ยังคงดำเนินต่อเนื่อง นอกจากนี้ยังมีปัจจัยสนับสนุน เช่น ชุมชนชาวมุสลิมไทย ความเชื่อมโยงทางศาสนาที่ยึดถือสำนักคิดชีอะห์ ซึ่งไปเรียนอยู่ในอิหร่านก็มีอยู่จำนวนมาก ซึ่งสะท้อนความใกล้ชิดในระดับสังคม

“หากพิจารณาในภาพรวม ไทยไม่ได้อยู่ในกลุ่มที่อิหร่านจะปฏิเสธโดยอัตโนมัติ การเจรจาจึงมีโอกาสประสบความสำเร็จ” ศ.ดร.จรัญ ระบุ

ด้วยปัจจัยดังกล่าว ศ.ดร.จรัญ เห็นว่า ไทยมีโอกาสได้รับการพิจารณาให้ผ่านช่องแคบฮอร์มุซ ผ่านการเจรจา เช่นเดียวกับประเทศอย่าง อินเดีย ปากีสถาน และ จีน ที่สามารถดำเนินการเจรจาและได้รับอนุญาตให้ผ่านในช่วงที่ผ่านมา

เงื่อนไขสำคัญอยู่ที่การต่อรอง

อย่างไรก็ตาม ดร.จรัญเตือนว่า การผ่านช่องแคบฮอร์มุซไม่ได้ขึ้นอยู่กับความสัมพันธ์เพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับเงื่อนไขการเจรจา ซึ่งอาจเกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ด้านการค้า พลังงาน หรือความร่วมมือในมิติอื่น ตัวอย่างจากกรณีของอินเดียและปากีสถาน ที่สามารถผ่านช่องแคบได้ในช่วงหลัง สะท้อนว่ามีการเจรจาและตกลงในหลายประเด็นก่อนหน้า

ดร.จรัญ มองว่า ไทยอาจต้องเพิ่มบทบาทด้านการค้าและความร่วมมือให้มากขึ้น ซึ่งปัจจุบันสินค้าจากไทย โดยเฉพาะสินค้าอาหารฮาลาล มีการส่งออกไปยังอิหร่านอย่างต่อเนื่องอยู่แล้ว ขณะเดียวกันอิหร่านยังถือเป็นหนึ่งในตลาดสำคัญของข้าวไทย โดยเฉพาะข้าวหอมมะลิ ซึ่งมีความต้องการสูงและถูกมองว่าเป็นสินค้าจำเป็น

“อิหร่านให้ความสำคัญกับการนำเข้าข้าวจากไทยอย่างมาก และมีการซื้ออย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด” ศ.ดร.จรัญ ระบุ

ดร.จรัญ ยังยกตัวอย่างกรณีของ อินเดีย ที่แม้เคยมีเรือถูกโจมตี แต่ในเวลาต่อมาก็สามารถเจรจาจนได้รับอนุญาตให้ผ่านช่องแคบได้พร้อมกับ ปากีสถาน ซึ่งสะท้อนว่า “การเจรจาที่ครอบคลุมหลายมิติ” เป็นกุญแจสำคัญสู่ความสำเร็จ

นอกจากนี้การดูแลพื้นที่ช่องแคบยังเกี่ยวข้องกับ กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลาม (IRGC) ซึ่งเป็นกลไกสำคัญด้านความมั่นคงของอิหร่าน ทำให้การเจรจาอาจต้องครอบคลุมทั้งระดับรัฐบาลและหน่วยงานด้านความมั่นคง

“เงินหยวน” กับแรงกระเพื่อมต่อสหรัฐ

หนึ่งในเงื่อนไขที่ถูกจับตาคือ การที่อิหร่านระบุว่า ต้องใช้สกุลเงินอื่น เช่น เงินหยวน ในการซื้อพลังงาน จึงจะสามารถผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้นั้น ดร.จรัญ มองว่า หากไทยจำเป็นต้องใช้เงื่อนไขดังกล่าว ก็ควรอธิบายต่อสหรัฐในฐานะพันธมิตรว่า เป็นความจำเป็นทางเศรษฐกิจเพื่อรักษาเสถียรภาพของประเทศ ซึ่งทุกประเทศย่อมต้องยึดผลประโยชน์ของชาติเป็นหลัก สหรัฐเองก็เข้าใจบริบทเรื่องพลังงานและเศรษฐกิจในภาวะวิกฤต

แนะจัดทีมเจรจาครอบคลุมทุกมิติ

สำหรับองค์ประกอบของคณะเจรจา ศ.ดร.จรัญ เสนอว่าควรมีตัวแทนจากหลายภาคส่วน ทั้งด้านการทูต เศรษฐกิจ พลังงาน และผู้ที่มีความเข้าใจบริบททางศาสนาและวัฒนธรรมของอิหร่าน เพื่อเพิ่มโอกาสในการเข้าถึงและสร้างความเชื่อมั่น

นอกจากนี้ ไทยยังสามารถใช้แต้มต่อด้านความร่วมมือทางเศรษฐกิจ เช่น การค้าข้าวและสินค้าอาหารฮาลาล ซึ่งอิหร่านมีความต้องการสูง มาเป็นส่วนหนึ่งของการเจรจา
ในภาพรวม ศ.ดร.จรัญ เห็นว่า การเจรจากับอิหร่านเป็นแนวทางที่มีความเป็นไปได้ และมีโอกาสประสบความสำเร็จจากพื้นฐานความสัมพันธ์ที่ดี แต่อย่างไรก็ตาม ไทยจำเป็นต้องดำเนินนโยบายอย่างรอบคอบ โดยเฉพาะการรักษาสมดุลความสัมพันธ์กับสหรัฐ ควบคู่ไปกับการปกป้องผลประโยชน์ด้านพลังงานและเศรษฐกิจของประเทศในระยะยาว