
ทส. ใช้กลไกอาเซียน ลดและควบคุมปัญหาการเผา - หมอกควันข้ามแดน
ทส. ใช้กลไกอาเซียน ลดและควบคุมปัญหาการเผา - หมอกควันข้ามแดน พบจุดความร้อนหนาแน่นในกัมพูชา (549 จุด) ลาว (1,150 จุด) และเมียนมา (4,435 จุด) 24 มี.ค. หารือร่วมกับสปปลาว หาแนวทางการลดจุดความร้อนอย่างยั่งยืน
KEY
POINTS
- ทส. ประสานงานผ่านสำนักเลขาธิการอาเซียนเพื่อขอความร่วมมือจากประเทศในอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขงในการควบคุมการเผาและปัญหาหมอกควันข้ามแดน
- พบจุดความร้อนจำนวนมากในประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะเมียนมา ลาว และกัมพูชา ซึ่งส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศในพื้นที่ภาคเหนือและภาคกลางของไทย
- ไทยใช้ช่องทางการสื่อสารระดับอธิบดีโดยตรงกับลาวและเมียนมา พร้อมแสดงความจำนงในการให้ความช่วยเหลือเพื่อแก้ไขปัญหาหมอกควัน
นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ติดตามการปฏิบัติงานศูนย์สื่อสารการแก้ไขปัญหามลพิษทางอากาศ (ศกพ.) กรมควบคุมมลพิษ รายงานสถานการณ์จุดความร้อนในประเทศ และ ในพื้นที่อนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง สั่งการให้ทุกหน่วยงานลดจุดความร้อนภายในประเทศอย่างเข้มข้นโดยเฉพาะพื้นที่ป่า และให้ประสานงานไปยังสำนักเลขาธิการอาเซียน ควบคุมการเผา และหมอกควันข้ามแดน พร้อมยินดีช่วยเหลือประเทศเพื่อนบ้าน เพื่อลดปัญหา ฝุ่น PM 2.5
นายสุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ เปิดเผยว่า สภาพอากาศแห้งและมีเมฆปกคลุมในพื้นที่ตอนเหนือของภูมิภาคอาเซียนในช่วงข้ามคืนที่ผ่านมา ( 18 มีนาคม 2569 ) ยกเว้นบางพื้นที่ที่มีฝนตกประปรายบริเวณตอนใต้ของอนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง และทางตอนเหนือของประเทศเมียนมา จากการตรวจสอบภาพถ่ายดาวเทียมในช่วงเวลาดังกล่าว พบจุดความร้อน (hotspots) กระจายตัวในพื้นที่อนุภูมิภาคลุ่มแม่น้ำโขง
โดยพบจุดความร้อนหนาแน่นในกัมพูชา (549 จุด) ลาว (1,150 จุด) และเมียนมา (4,435 จุด) ขณะเดียวกัน ยังตรวจพบหมอกควันข้ามแดนปกคลุมในบางพื้นที่ของประเทศเมียนมา บริเวณภาคเหนือและภาคกลางของประเทศไทย รวมถึงทางตอนเหนือของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อคุณภาพอากาศในบางพื้นที่ต่อไป
นายสุรินทร์ กล่าวว่า ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้มีหนังสือแจ้งไปยังสำนักเลขาธิการอาเซียนเพื่อให้ประสานประเทศในอนุภูมิภาคแม่โขง ตามกลไกอาเซียนและข้อตกลงอาเซียน เรื่อง มลพิษจากหมอกควันข้ามแดน เพื่อขอความร่วมมือในภาพรวมของประเทศในอนุภูมิภาคแม่โขงในการลดและควบคุมปัญหาการเผา และหมอกควันข้ามแดน และสั่งการให้อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ ใช้ Hot line ระดับอธิบดีของไทยลาว เมียนมา ประสานงานอย่างใกล้ชิดเพื่อแจ้งให้เพื่อนบ้านทราบสถานการณ์ และแสดงความห่วงกังวลของประเทศไทย
รวมทั้งแจ้งเจตนารมณ์ของประเทศไทยที่พร้อมให้ความช่วยเหลือประเทศเพื่อนบ้านในการลดหมอกควันข้ามแดนอย่างต่อเนื่อง โดยในวันที่ 24 มีนาคม 2569 อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ จะได้มีการหารือร่วมกับอธิบดีกรมสิ่งแวดล้อมของ สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว เพื่อหาแนวทางการลดจุดความร้อนอย่างยั่งยืนต่อไป






