thansettakij
thansettakij
‘เข็มเหล็ก’ เพิ่มคุ้มครอง 300 ล้านต่อผลิตภัณฑ์ เปิดนวัตกรรมติดตั้งใหม่ เร่งงานก่อสร้าง 30%

‘เข็มเหล็ก’ เพิ่มคุ้มครอง 300 ล้านต่อผลิตภัณฑ์ เปิดนวัตกรรมติดตั้งใหม่ เร่งงานก่อสร้าง 30%

19 มี.ค. 69 | 10:32 น.
อัปเดตล่าสุด :19 มี.ค. 69 | 10:33 น.

เข็มเหล็ก (KEMREX) ขยายวงเงินประกันความรับผิดต่อผลิตภัณฑ์สู่ 300 ล้านบาท ตอกย้ำมาตรฐานและความเชื่อมั่นด้วยสถิติ Zero Claimเปิดตัวรถติดตั้งเข็มเหล็ก “MDGT” เพิ่มความเร็ว-ความปลอดภัยหน้างาน ดันประสิทธิภาพก่อสร้างสูงสุด 30%

KEY

POINTS

  • บริษัท เข็มเหล็ก (KEMREX) เพิ่มวงเงินประกันความรับผิดต่อผลิตภัณฑ์เป็น 300 ล้านบาท เพื่อตอกย้ำมาตรฐานความปลอดภัยและสร้างความเชื่อมั่นในงานฐานราก
  • เปิดตัวนวัตกรรมรถติดตั้งเข็มเหล็กรุ่นใหม่ "MDGT" ที่ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพและความเร็วในการทำงานก่อสร้างได้สูงสุด 30%
  • การพัฒนานี้มีเป้าหมายเพื่อลดระยะเวลาและต้นทุนการก่อสร้าง พร้อมยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมฐานรากให้รองรับโครงการที่ซับซ้อนในอนาคต

บริษัท เข็มเหล็ก จำกัด (KEMREX) เดินหน้าตอกย้ำมาตรฐานความปลอดภัยในงานฐานราก ด้วยการขยายวงเงินประกันความรับผิดต่อผลิตภัณฑ์ (Product Liability Insurance) เป็น 300 ล้านบาท จากเดิม 100 ล้านบาท และ 200 ล้านบาท ตามลำดับ สะท้อนการยกระดับการบริหารความเสี่ยงและคุณภาพสินค้าอย่างต่อเนื่อง โดยยังคงรักษาสถิติไม่เคยเคลมความเสียหายจากผลิตภัณฑ์ (Zero Claim History)

นายประเสริฐ ธรรมมนุญกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (CEO) บริษัท เข็มเหล็ก จำกัด กล่าวว่า การเพิ่มวงเงินความคุ้มครองครั้งนี้เป็นการยืนยันถึงมาตรฐานการดำเนินงานของบริษัทที่ได้รับความเชื่อมั่นจากบริษัทประกันภัยระดับสากล พร้อมชี้ว่าธุรกิจฐานรากในปัจจุบันต้องให้ความสำคัญกับความปลอดภัยและความน่าเชื่อถือมากขึ้น โดยเฉพาะในโครงการก่อสร้างขนาดใหญ่ที่มีความเสี่ยงสูง ‘เข็มเหล็ก’ เพิ่มคุ้มครอง 300 ล้านต่อผลิตภัณฑ์ เปิดนวัตกรรมติดตั้งใหม่ เร่งงานก่อสร้าง 30%

ภายในงานยังมีการนำเสนอข้อมูลเชิงวิชาการเกี่ยวกับการทดสอบความแข็งแรงของระบบฐานราก โดยผู้เชี่ยวชาญด้านวิศวกรรม เพื่อยืนยันว่าผลิตภัณฑ์ผ่านมาตรฐานความปลอดภัย และมีการควบคุมคุณภาพตั้งแต่กระบวนการผลิตจนถึงการติดตั้ง ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของการลดความเสี่ยงในงานก่อสร้าง

ขณะเดียวกัน บริษัทได้เปิดตัว “MDGT” รถติดตั้งเข็มเหล็กรุ่นใหม่ที่พัฒนาร่วมกับผู้ผลิตรถเฉพาะทางในประเทศ ออกแบบให้เหมาะกับสภาพหน้างานไทย รองรับการทำงานที่รวดเร็วและปลอดภัยมากขึ้น โดยช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการติดตั้งได้สูงสุด 30% ลดระยะเวลาก่อสร้างและต้นทุนโดยรวม

นายประเสริฐ กล่าวเพิ่มเติมว่า การพัฒนานวัตกรรมไม่ได้จำกัดเฉพาะตัวผลิตภัณฑ์ แต่ครอบคลุมถึงเครื่องมือและกระบวนการติดตั้ง เพื่อยกระดับมาตรฐานงานฐานรากทั้งระบบ และสร้างความมั่นใจให้กับคู่ค้าและลูกค้าในทุกโครงการ

ทั้งนี้ การขยายวงเงินประกันควบคู่กับการพัฒนาเทคโนโลยีติดตั้ง สะท้อนทิศทางการแข่งขันของอุตสาหกรรมฐานรากที่มุ่งเน้นมาตรฐาน ความปลอดภัย และประสิทธิภาพ เพื่อรองรับโครงการก่อสร้างที่มีความซับซ้อนเพิ่มขึ้นในอนาคต