
'ซาบีดา' ดัน Unseen ไทยทรงดำสู้ระดับโลก ปั้นข้าวเม่าสร้างรายได้ชุมชนยั่งยืน
ซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รมว.วัฒนธรรม รุกนโยบาย Unseen Thai Thai เปิดงานประเพณีไทยทรงดำ จ.กาญจนบุรี ชูภูมิปัญญา "ตำข้าวเม่า" และแฟชั่นชุดพื้นถิ่น ยกระดับอัตลักษณ์ชุมชนสู่ Soft Power ส่งออกเวทีโลก มุ่งสร้างรายได้จริงให้คนรุ่นใหม่สืบสานสถาบันครอบครัวและเศรษฐกิจมั่นคง
KEY
POINTS
- นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รมว.วัฒนธรรม เปิดงานประเพณีชาวไทยทรงดำที่กาญจนบุรี ผลักดันวัฒนธรรมท้องถิ่นตามนโยบาย Unseen Thai Thai
- มีเป้าหมายเพื่อต่อยอดภูมิปัญญาการ "ตำข้าวเม่า" และวัฒนธรรมไทยทรงดำ เพื่อสร้างงานและสร้างรายได้ให้ชุมชนอย่างยั่งยืน
- ส่งเสริมการสร้างเครือข่ายชาวไทยทรงดำให้เข้มแข็ง เพื่อยกระดับและส่งออกอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมสู่เวทีระดับนานาชาติ
- เน้นการอนุรักษ์ภูมิปัญญาดั้งเดิม พร้อมจัดตั้งศูนย์การเรียนรู้เพื่อส่งต่อวัฒนธรรมให้คนรุ่นใหม่
นางสาวซาบีดา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม เป็นประธานเปิดงานประเพณีวิถีชีวิตชาวไทยทรงดำ : ข้าวใหม่ ปลามัน สืบสานตำข้าวเม่า ภูมิปัญญาเก่า ไทยทรงดำ ณ วัดสระบ้านกล้วย ตำบลรางหวาย อำเภอพนมทวน จังหวัดกาญจนบุรี
ซึ่งประเพณี ตำข้าวเม่าและวิถีชีวิตชาวไทยทรงดำ นับเป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมที่ส่งคุณค่า เป็นอีกหนึ่งสิ่งที่สอดคล้องกับนโนบาย Unseen Thai Thai ในการยกระดับชุมชนให้เป็นแหล่งเรียนรู้ทางวัฒนธรรม พร้อมสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้กับคนในชุมชน ซึ่งประเพณีพื้นบ้านนี้สะท้อนวิถีชีวิตและความสามัคคีของชาวไทยทรงดำ เป็นการแสดงออกถึงความกตัญญูต่อบรรพบุรุษอันเป็นรากฐานสำคัญของสังคมไทย
ซึ่งกระทรวงวัฒนธรรมดำเนินการขับเคลื่อนเศรษฐกิจวัฒนธรรมด้วยนโยบายไท ไทย สืบสานสร้างสรรค์นำวัฒนธรรมไทยสู่อนาคตอย่างยั่งยืน เปลี่ยนพลังวัฒนธรรมให้เป็นรายได้จริง โดยนำทุนทางวัฒนธรรมในท้องถิ่นที่ยังไม่เป็นที่รู้จักมาส่งเสริมและต่อยอดสร้างการมีส่วนร่วมของชุมชนเพื่อสังคมที่เข้มแข็งและสนับสนุนเศรษฐกิจวัฒนธรรมให้เติบโต
นางสาวซาบีดา ระบุว่า การจัดประเพณีวิถีชีวิตชาวไทยทรงดำ ไม่เพียงเป็นการสืบสานวัฒนธรรมให้คงอยู่เท่านั้น แต่ยังส่งเสริมการท่องเที่ยวเชิงวัฒนธรรมสร้างงานสร้างรายได้นำไปสู่การพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน จึงเป็นสิ่งที่ต้องช่วยกันส่งเสริมผลักดัน ไม่ใช่เพียงในจังหวัดกาญจนบุรี แต่ต้องให้พี่น้องชาวไทยได้รู้จักรับรู้รับทราบ
และการที่มีชาวไทยทรงดำ จากจังหวัดใกล้เคียง และจังหวัดอื่นๆในประเทศไทย มาร่วมงานครั้งนี้ด้วย เป็นการสร้างเครือข่ายที่มีความแน่นแฟ้น สามัคคี และที่สำคัญคือมีความเข้มแข็ง ซึ่งจะเป็นเรื่องง่ายในการส่งออกวัฒนธรรมอัตลักษณ์เหล่านี้ ไปสู่เวทีนานาชาติได้ จึงอยากให้ทุกคนร่วมกันส่งเสริมและรักษาอัตลักษณ์เหล่านี้ไว้ เพื่อจะส่งต่อให้คนรุ่นใหม่
และที่สำคัญภูมิปัญญาเก่าเราก็ไม่ทิ้ง ต้องเก็บรวบรวมข้อมูลเหล่านั้น เมื่อคนรุ่นใหม่ต้องการเรียนรู้ศึกษา จะได้มีแหล่งเรียนรู้ พร้อมขอบคุณทุกภาคส่วนที่ทำงานบูรณาการร่วมกันทำให้เกิดศูนย์การเรียนรู้ ขึ้น ซึ่งเป็นความร่วมมือที่น่าชื่นชม
สำหรับกิจกรรมในงานประเพณีวิถีชีวิตชาวไทยทรงดำ : ข้าวใหม่ ปลามัน สืบสานตำข้าวเม่า ภูมิปัญญาเก่า ไทยทรงดำ มีพิธีแปงขวัญ ร่วมกิจกรรมตำข้าวเม่า การสาธิตภูมิปัญญาไทยทรงดำ รำแคนไทยทรงดำ และการแสดงทางวัฒนธรรม รวมถึงการเดินแบบแฟชั่นโชว์ ชุดไทยทรงดำด้วย






