thansettakij
thansettakij
เช็กอาการ-การติดต่อ- กลุ่มเสี่ยงต้องเฝ้าระวัง 'อีสุกอีใส'

เช็กอาการ-การติดต่อ- กลุ่มเสี่ยงต้องเฝ้าระวัง 'อีสุกอีใส'

04 มี.ค. 2569 | 04:20 น.
อัปเดตล่าสุด :04 มี.ค. 2569 | 04:20 น.

ทำความเข้าใจ 'โรคอีสุกอีใส' อย่างถูกต้อง ชวนรู้อาการเบื้องต้น ใครบ้างที่เสี่ยงอาการหนัก พร้อมแนวทางดูแลตัวเองลดการแพร่กระจายเชื้อ สรุปครบที่นี่

KEY

POINTS

  • โรคอีสุกอีใส อาการเด่น คือ มีไข้และผื่นขึ้นตามร่างกาย ซึ่งจะพัฒนาจากผื่นแดงเป็นตุ่มน้ำใส ตุ่มหนอง และตกสะเก็ดในที่สุด
  • สามารถติดต่อได้ง่ายผ่านทางระบบทางเดินหายใจ เช่น การไอ จาม หรือการสัมผัสตุ่มน้ำของผู้ป่วยโดยตรง
  • กลุ่มเสี่ยงที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษคือผู้ที่ไม่เคยเป็นมาก่อน หญิงตั้งครรภ์ ผู้สูงอายุ และผู้มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง เนื่องจากมีความเสี่ยงเกิดภาวะแทรกซ้อนรุนแรง

หลังจากที่ คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ประกาศปรับการจัดการเรียนการสอน ระดับปริญญาตรีทุกวิชาที่ศูนย์รังสิต เป็นรูปแบบออนไลน์ เนื่องจากเกิดการระบาดของ อีสุกอีใส ในกลุ่มนักศึกษาของคณะบางส่วนที่ศูนย์รังสิตนั้น "ฐานเศรษฐกิจ" พาไปทบทวนรู้จักโรคอีสุกอีใส อาการที่สามารถสังเกตเห็นได้ รวมถึงแนวทางในการป้องกันตัวเองและคนใกล้ชิดกันมากยิ่งขึ้น 

อีสุกอีใส คือ อะไร

อีสุกอีใส (Chickenpox) เป็นโรคติดต่อที่เกิดจากไวรัสวาริเซลลาซอสเตอร์ (Varicella-Zoster Virus) เป็นโรคที่เกิดการติดเชื้อได้ง่ายสำหรับผู้ที่ไม่เคยเป็นโรคอีสุกอีใสหรือไม่เคยได้รับวัคซีนป้องกันโรคอีสุกอีใสมาก่อน

ปัจจุบันมีวัคซีนอีสุกอีใสที่ช่วยป้องกันเด็กจากการเป็นอีสุกอีใส โดย ศูนย์ควบคุมและป้องกันโรค ระบุว่า การฉีดวัคซีนอีสุกอีใสเป็นประจำและตามระยะเวลาที่กำหนดเป็นสิ่งที่จำเป็นในการป้องกันโรคอีสุกอีใส โรคติดต่อที่เกิดจากไวรัสวาริเซลลาซอสเตอร์

กลุ่มที่ต้องเฝ้าระวังเป็นพิเศษ 

  • คนที่ไม่เคยเป็นมาก่อน
  • หญิงตั้งครรภ์ 
  • ผู้สูงอายุ
  • คนที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ เพราะมีโอกาสเกิดภาวะแทรกซ้อน เช่น ปอดอักเสบ การติดเชื้อแบคทีเรียแทรกซ้อน หรือภาวะทางระบบประสาทได้มากกว่าเด็กที่สุขภาพแข็งแรง

อาการของ 'อีสุกอีใส' ที่พบ 

ระยะแรกขึ้นเป็นผื่นแดงราบ ต่อมาจะขึ้นเป็นตุ่มใส ตุ่มจะค่อยๆ อุ่นขึ้นคล้ายหนอง แล้วกระจายไปตามใบหน้า ลำตัว แผ่นหลังและช่องปาก อีก 2-3 วันต่อมาจะตกสะเก็ด อาจมีอาการเจ็บคอ

ในเด็กเล็กจะมีไข้ต่ำ อ่อนเพลียและเบื่ออาหารเล็กน้อย ในผู้ใหญ่จะมีไข้สูง ปวดเมื่อยตามลำตัวคล้ายหวัด ผื่นขึ้นพร้อมๆ กับวันที่เริ่มมีไข้ หรือหนึ่งวันหลังจากมีไข้ บางรายมีตุ่มขึ้นในช่องปาก ทำให้ปากและลิ้นเปื่อย

การติดต่อ 

  • การไอ จามหรือหายใจรดกัน
  • การสัมผัสกับผู้ที่เป็นโรค
  • การใช้ของร่วมกันกับผู้ที่เป็นโรค 

การรักษาโรคอีสุกอีใส 

ในรายที่เป็นไม่มาก อาจดูแลตนเองที่บ้านได้ หากมีไข้ให้รับประทานยาพาราเซตามอล ห้ามใช้ยาแอสไพริน เพราะจะทำให้เกิดอาการทางสมองและตับ ใช้ยาลดอาการคัน พักผ่อนและดื่มนํ้ามาก ๆ

กรณีที่มีไข้สูง มีผื่นขึ้นตามตัวมาก มีการติดเชื้อแทรกซ้อน มีอาการหอบ ชัก ซึม ต้องพบแพทย์

ในรายที่เป็นรุนแรง หรือผู้ป่วยมีภูมิคุ้มกันอ่อนแอ เช่น ผู้ที่เป็นโรคเอดส์ มะเร็งหรือมีโรคประจำตัว จะทำให้โรคอีสุกอีใสมีอาการรุนแรงได้มาก และเกิดการแพร่กระจายไปตามอวัยวะต่าง ๆ ต้องปรีกษาแพทย์เพื่อลดอาการรุนแรงของโรค