
สมช. พร้อมอพยพคนไทย หลายพันคน หนีสงครามตะวันออกกลางกลับประเทศ
นายกฯ ประชุมสมช. เตรียมแผนอพยพคนไทยกลับประเทศ หนีภัยสงครามในตะวันออกกลาง รับตอนนี้มีคนแจ้งความต้องการอยากกลับประเทศแล้วหลายพันคน ในหลายประเทศ ทั้งอิหร่าน UAE อิสราเอล คูเวต บาห์เรน กาตาร์
KEY
POINTS
- รัฐบาลและสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ประกาศความพร้อมในการอพยพคนไทยออกจากพื้นที่ขัดแย้งในตะวันออกกลาง โดยให้ความสำคัญกับความปลอดภัยเป็นอันดับแรก
- มีคนไทยแสดงความจำนงขอกลับประเทศแล้วจำนวนมาก โดยเฉพาะจากสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์กว่า 1,000 คน และจากอิหร่านอีกประมาณ 20 คน
- มีการเตรียมแผนการเดินทางกลับสำหรับแต่ละพื้นที่ เช่น การเดินทางทางบกจากอิหร่านไปยังตุรกี หรือการใช้เที่ยวบินพาณิชย์จากโอมานและซาอุดีอาระเบีย
- มีการประสานงานกับกองทัพอากาศเพื่อเตรียมความพร้อมส่งเครื่องบินไปรับ หากไม่สามารถใช้เที่ยวบินพาณิชย์ได้
วันที่ 2 มีนาคม 2569 นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.การต่างประเทศ แถลงภายหลังการประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ซึ่งมีนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรี และรมว.มหาดไทย เป็นประธานว่า ที่ประชุมได้รับทราบรายงานสถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลาง โดยท่าทีของไทยมีความห่วงใยสถานการณ์ที่เกิดขึ้น เพราะมีผลกระทบต่อสันติภาพความมั่นคงของภูมิภาคของโลก
“เราอยากให้มีการแก้ไขปัญหาโดยสันติวิถีโดยการเจรจาทางการพูดบนพื้นฐานของกฎหมายระหว่างประเทศ โดยเฉพาะอย่างยิ่งคือเรามีความห่วงใยความปลอดภัยของคนไทยที่อยู่ในภูมิภาคอยู่ในพื้นที่ โดยเฉพาะที่ประเทศอิหร่าน ตอนนี้มีคนไทยประมาณ 200 กว่าคน ทางสถานทูตมีการติดต่อกับชุมชนชาวไทยอย่างใกล้ชิด ให้ใช้ความระมัดระวังให้อยู่ในที่ปลอดภัย” นายสีหศักดิ์ ระบุ
นายสีหศักดิ์ กล่าวว่า นายกฯ ให้ความสำคัญเรื่องนี้ โดยในกรณีที่มีคนไทยอยากจะให้ทางรัฐบาลช่วยเหลือเดินทางกลับมาประเทศไทย รัฐบาลก็มีความพร้อม แต่ถ้าเป็นผู้ที่อยู่อิหร่าน คงต้องเดินทางทางบกทางรถยนต์มาชายแดนที่ตุรกีก่อน หลังจากนั้นจึงเดินทางโดยเครื่องบินได้ ล่าสุดได้รับรายงานว่ามีคนไทยที่แสดงความประสงค์ที่จะกลับประมาณ 20 คน
“ถ้าคนไทยกลุ่มนี้จะกลับจริงเราก็จะอำนวยความสะดวกให้เดินทางโดยรถยนต์ทางบกมาที่ชายแดนตุรกี จากนั้นจะมีศูนย์ปฏิบัติการที่ชายแดนนี้ เพื่ออำนวยความสะดวกในการเดินทางกลับ คือถ้าจำนวนไม่มาก ก็สามารถที่จะบริหารจัดการโดยใช้เครื่องบินพาณิชย์ได้ อันนี้ก็คือในส่วนของอิหร่าน ซึ่งเราติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด” นายสีหศักดิ์ กล่าว
ส่วนของอิสราเอลมีคนไทยอยู่ 65,000 คนโดยประมาณ คิดว่าสถานการณ์ตอนนี้คือทางอิสราเอลควบคุมสถานการณ์ได้ โดยสามารถสกัดกั้นขีปนาวุธที่ยิงมาที่อิสราเอลได้แล้ว และยังไม่มีคนไทยที่ได้รับผลกระทบ และก็ยังไม่มีคนไทยที่แสดงความประสงค์ที่อยากจะกลับ ซึ่งทางสถานทูตก็มีการประสานอย่างใกล้ชิดเช่นเดียวกัน
ทั้งนี้รัฐบาลอิสราเอลได้ให้ความสำคัญต่อแรงงานไทยและดูแลความปลอดภัยของแรงงานไทยอย่างดีน แต่ตอนนี้มีความกังวลในจุดอื่นอีกอย่างที่กรณีอย่างที่สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ บริเวณดูไบกับอะบูดาบี โดยเฉพาะที่ดูไบมีคนไทยอยู่จำนวนมาก แสดงความจำนงอยากจะกลับประมาณ 1,000 กว่าคน รัฐบาลคิดว่าจะสามารถประสานได้ เพราะที่โอมานสนามบินยังเปิดอยู่ และยังมีเที่ยวบินพาณิชย์ และจะช่วยอำนวยความสะดวกในเรื่องกระบวนการตรวจเข้าเมือง
“ในส่วนของ UAE ถ้าคนไทยจะกลับที่ UAE ที่โอมาน ยังมีสายการบินพาณิชย์บินอยู่ โดยจำนวน 1,000 กว่าคนเราคงบริหารจัดการได้ เพราะตอนนี้มี 2 สายการบิน ที่มีเที่ยวบินมาไทย”
อย่างไรก็ตามคนไทยในพื้นที่อื่น ๆ ที่มีการโจมตีโดยอิหร่านทั้งบาห์เรน กาตาร์ คูเวตนั้น จากการรายงานล่าสุดพบว่าที่บาห์เรนมีคนไทยสูงสุดประมาณ 6,500 คน รัฐบาลจะประสานให้ผู้ที่ต้องการเดินทางกลับตอนนี้ผ่านสถานทูตทุกแห่งในประเทศที่ได้รับผลกระทบติดต่อคนไทยว่าอยากจะกลับหรือไม่
โดยรมว.การต่างประเทศ ยอมรับว่า อย่างกรณีบาห์เรน กาตาร์ คูเวต จะประสานให้เขาสามารถเดินทางกลับโดยผ่านทางเมืองที่ใกล้ที่สุดในซาอุดิอาระเบีย ซึ่งล่าสุดสนามบินก็ยังเปิดอยู่ และมีบริการโดยสายการบินพาณิชย์
“กรณีอิหร่าน ถ้าเกิดมีคนไทยอยากจะกลับ 100 กว่าคน นอกจากเรื่องของการเดินทางทางบก เราอาจจะต้องมีการส่งเครื่องบินไปรับ วันนี้ก็มีการประสานกับทางกองทัพอากาศแล้ว เพราะฉะนั้นในทุกฉากทัศน์เรามีความพร้อมอยู่แล้ว และตอนในส่วนของถ้าญาติของคนไทยที่อยู่ในแถวนั้น ถ้ามีความห่วงใยทางกระทรวงการต่างประเทศเราก็มีศูนย์ตอบข้อมูลข่าวสารต่าง ๆ ประสานกับสถานทูต เพื่อให้ญาติพี่น้องมีความมั่นใจสบายใจ”

