thansettakij
thansettakij
กูรูชี้ศึกตะวันออกกลางจำกัดวง จับตาปิดช่องแคบฮอร์มุซชี้ชะตาน้ำมัน

กูรูชี้ศึกตะวันออกกลางจำกัดวง จับตาปิดช่องแคบฮอร์มุซชี้ชะตาน้ำมัน

02 มี.ค. 2569 | 05:21 น.
อัปเดตล่าสุด :02 มี.ค. 2569 | 05:22 น.

ความตึงเครียดอิสราเอล–อิหร่านดันน้ำมันพุ่ง 8% ทองคำบวก 2% ขณะ Dow Futures ลบ 1% โบรกประเมินความเสี่ยงจำกัด หาก 'ฮอร์มุซ' ไม่ถูกปิด ตลาดหุ้นมีโอกาสฟื้นหลังย่อเฉลี่ย 1.5–2% ชี้ PTTEP ได้อานิสงส์ราคาพลังงาน แนะใช้จังหวะผันผวนสะสมหุ้นพื้นฐานดี-ปันผลเด่น

KEY

POINTS

  • ผู้เชี่ยวชาญคาดการณ์ว่าความขัดแย้งในตะวันออกกลางจะไม่บานปลายและอยู่ในวงจำกัด เนื่องจากสหรัฐฯ กำลังจะมีการเลือกตั้ง
  • ราคาน้ำมันอาจไม่ปรับตัวขึ้นรุนแรงจากภาวะอุปทานส่วนเกินในตลาดโลกและการเพิ่มกำลังการผลิตของกลุ่มโอเปกพลัส
  • ปัจจัยสำคัญที่ต้องจับตาคือการปิดช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันราว 20% ของโลก หากถูกปิดจะทำให้อุปทานขาดแคลนและราคาน้ำมันจะพุ่งสูงขึ้น

นายวทัญ จิตต์สมนึก ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์กลยุทธ์ บริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยกับ 'ฐานเศรษฐกิจ' ว่า สถานการณ์ระหว่างอิสราเอล - สหรัฐฯ มีสัญญาณมาตั้งแต่ 27 ก.พ. จากการเจรจากันระหว่างตัวแทนสหรัฐฯและอิหร่านที่จบลงโดยไม่มีข้อสรุป

และในวันที่ 28 ก.พ. ทาง อิสราเอล ก็ได้เปิดฉากโจมตีอิหร่านฝั่งอิหร่านก็ได้ตอบโต้กลับไปยังหลายๆจุดที่เป็นฐานทัพของสหรัฐฯ และล่าสุดอิหร่านได้แต่งตั้งผู้นำคนใหม่ขึ้นมาแทนคนเก่าอย่าง 'อยาตอลเลาะห์ อาลี คาเมเนอี' ที่เสียชีวิตจากปฏิบัติการโจมตีทางอากาศ

แม้อาจไม่สามารถประเมินได้ว่าผลกระทบจะใช้ระยะเวลาเพียงใด แต่ก็เชื่อว่าจะไม่ได้บานปลายสาเหตุเนื่องจากสหรัฐฯ กำลังเข้าใกล้ช่วงเลือกตั้งกลางเทอม หากยังคงปล่อยให้สงครามยืดเยื้อราคาน้ำมันมีโอกาสปรับขึ้นกดดันต้นทุนสินค้า

แต่หากถามว่าราคาน้ำมันจะปรับขึ้นแรงไหมนั้น เชื่อว่าจะไม่ได้ปรับแรงมากเนื่องจากน้ำมันโลกปัจจุบันเป็นอุปทานส่วนเกินผสานกับ OPEC+

ล่าสุดในวันอาทิตย์ (1 มี.ค. 69) อาศัยช่วงเวลาสงครามเพิ่งกำลังการผลิต 2.03 แสนบาร์เรล / วัน แต่อย่างไรก็ตามแนะจับตาต่อทิศทางช่องแคบ HORMUZ หากมีการปิดจริงจะเร่งการขาดแคลนอุปทานทำให้มีโอกาสน้ำมันขยับขึ้น

เพราะช่องทาง HORMUZ เป็นเส้นทางในการขนส่งน้ำมันต่อวันราว 20% ของอุปทานโลก หากไปดูสถิติในช่วงที่ผ่านมาสำหรับการเกิดสงครามพบว่าหลังเกิดสงคราม 1 วันตลาดหุ้นปรับลงเฉลี่ย 1.5-2% และหลังจากนั้นมักฟื้นตัว

ทั้งนี้ เช้าวันนี้ (2 มี.ค. 69) ดัชนี Dow Future -1% ทองคำ +1.98% และ น้ำมันดิบ BRT +8.7%

สำหรับผลกระทบประเมินว่าจะดีกับหุ้นพลังงานต้นน้ำอย่าง PTTEP แต่จะกดดันกับหุ้นที่มีน้ำมันและแก๊สธรรมชาติเป็นต้นทุนอย่างโรงไฟฟ้า สายการบิน แต่ในเชิงเศรษฐกิจไทยอาจมีผลจำกัดเพราะรัฐมนตรีพลังงานได้ยืนยันว่าไทยมีน้ำมันใช้อีก 60 วัน

อีกทั้งยังมีการขอความร่วมมือไม่ให้ส่งออกน้ำมัน โดยการส่งออกสินค้าของไทยจะหลักๆ จะไปอยู่ที่สหรัฐฯ จีน ญี่ปุ่น แต่การท่องเที่ยวอาจกระทบกับนักท่องเที่ยวฝั่งยุโรปจากน่านฟ้าที่อาจปิดและเดินทางยากมากขึ้น

โดยรวมแล้วมองปัจจัยสงครามเป็นเพียงระยะหนึ่งเชื่อว่าไม่นานแต่แนะจับตาโดยเฉพาะช่องแคบ HORMUZ หากไม่ได้มีการปิดช่องดังกล่าวและไม่ได้มีประเทศอื่นเข้ามาร่วมประเมินผลกระทบจำกัด

อย่างไรก็ตาม กลยุทธ์การลงทุนนั้น แนะนำว่าจากการปรับตัวลงของตลาดหุ้นไทยอาจเป็นโอกาส โดยเฉพาะหุ้นที่พื้นฐานดีและกำลังจะจ่ายปันผล อย่าง ธนาคารพาณิชย์ และกลุ่มสื่อสาร