

KEY
POINTS
นายสุรินทร์ วรกิจธำรง อธิบดีกรมควบคุมมลพิษ เปิดเผยว่า นายสุชาติ ชมกลิ่น รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม และ ดร.รวีวรรณ ภูริเดช ปลัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้สั่งการให้กรมควบคุมมลพิษ (คพ.) และกรมทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง (ทช.)
เร่งติดตามตรวจสอบ และบังคับใช้กฎหมายอย่างเฉียบขาดกับ บริษัท ไดนามิค กรุ๊ป โปรดักส์ จำกัด ผู้รับจ้างดำเนินโครงการปรับปรุงภูมิทัศน์ชายหาดจอมเทียน ซึ่งปล่อยน้ำสีดำจำนวนมาก ลงสู่ทะเลบริเวณ ชายหาดจอมเทียน เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี โดยเป็นน้ำเสียสะสมในระบบท่อระบายน้ำ ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการปฏิบัติงาน คนงานจึงได้สูบน้ำดังกล่าวระบายลงทะเลโดยตรง
นายสุรินทร์ กล่าวว่า การกระทำดังกล่าวปรากฏหลักฐาน ว่ามีบุคคลลักลอบปล่อยทิ้งสิ่งปฏิกูล ของเสีย น้ำเสียลงสู่ทะเลบริเวณหาดจอมเทียน เมืองพัทยา จังหวัดชลบุรี ซึ่งพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่คุ้มครองสิ่งแวดล้อม ทำให้ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรง การกระทำดังกล่าวมีความผิดตามมาตรา 44 และมาตรา 45 ประกอบกับมาตรา 100 แห่งพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535
ฐานฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนดในประกาศของรัฐมนตรีตามมาตรา 45 นอกจากนี้ ยังอาจเข้าข่ายความผิดฐานเท ทิ้ง หรือทำด้วยประการใด ๆ ให้สิ่งปฏิกูลใด ๆ ลงทะเลภายในน่านน้ำไทย อันจะเป็นเหตุให้สกปรก ตามพระราชบัญญัติการเดินเรือในน่านน้ำไทย พระพุทธศักราช 2456 และความผิดฐานทิ้งสิ่งปฏิกูลงบนที่สาธารณะ และทิ้งสิ่งปฏิกูล น้ำโสโครกหรือสิ่งอื่นใดลงในทางน้ำ ตามพระราชบัญญัติรักษาความสะอาดและความเป็นระเบียบเรียบร้อยของบ้านเมือง พ.ศ. 2535 และที่แก้ไขเพิ่มเติม
นายสุรินทร์ กล่าวว่า ตนได้มอบหมายกองกฎหมาย ของกรมควบคุมมลพิษ เข้าแจ้งความ ร้องทุกข์ กล่าวโทษต่อพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรเมืองพัทยา เพื่อดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดฐานลักลอบปล่อยทิ้ง สิ่งปฏิกูล ของเสีย น้ำเสีย ลงสู่ทะเล บริเวณหาดจอมเทียน ทำให้ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรง
โดยให้ดำเนินคดีกับผู้กระทำความผิดจนกว่าคดีจะถึงที่สุดและจากการติดตามสถานการณ์คุณภาพน้ำในพื้นที่ดังกล่าว ในพารามิเตอร์พื้นฐานคุณภาพน้ำอยู่ในช่วงปกติ ส่วนพารามิเตอร์อื่นๆ ได้แก่ กลุ่มแบคทีเรีย ปิโตรเลียมไฮโดรคาร์บอน สารอาหาร รวมทั้งโลหะหนัก กำลังรอผลจากห้องปฏิบัติการ
ทั้งนี้ คพ. และ ทช.จะติดตามคุณภาพสิ่งแวดล้อมและการแก้ไขปัญหาอย่างต่อเนื่อง หากการกระทำดังกล่าวทำให้ทรัพยากรธรรมชาติหรือสาธารณสมบัติของแผ่นดินได้รับความเสียหาย ผู้กระทำผิดมีหน้าที่ชดใช้ค่าเสียหายให้แก่รัฐ ตามมูลค่าทั้งหมดของทรัพยากรธรรมชาติ ที่ถูกทำลาย สูญหาย หรือเสียหายไป ตามพระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ. 2535 นายสุรินทร์ กล่าว