

KEY
POINTS
ศูนย์ข้อมูลคุณภาพอากาศกรุงเทพมหานคร รายงานสถานการณ์ฝุ่นละอองขนาดไม่เกิน 2.5 ไมครอน (PM2.5) ประจำวันเสาร์ที่ 31 มกราคม 2569 เวลา 07.00 น. พบว่า ค่าเฉลี่ย 24 ชั่วโมงของฝุ่น PM2.5 ในพื้นที่กรุงเทพฯ อยู่ในช่วง 33.8–58.2 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร (มคก./ลบ.ม.) สูงเกินค่ามาตรฐานที่กำหนดไว้ไม่เกิน 37.5 มคก./ลบ.ม.
จากการตรวจวัดพบว่า พื้นที่กรุงเทพมหานครจำนวน 64 จุด อยู่ในระดับคุณภาพอากาศ “สีส้ม” ซึ่งหมายถึงเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ โดยจุดที่มีค่าฝุ่นสูงสุด ได้แก่ เขตบางรัก บริเวณข้างป้อมตำรวจหน้าลานบางรักเลิฟลี่ พลาซ่า วัดได้ 58.2 มคก./ลบ.ม. รองลงมา คือ เขตลาดกระบัง ด้านหน้าโรงพยาบาลนคราภิบาล 55.9 มคก./ลบ.ม. และเขตประเวศ ด้านหน้าศูนย์การค้าซีคอนสแควร์ 55.5 มคก./ลบ.ม.
พื้นที่อื่น ๆ ที่พบค่าฝุ่นเกินมาตรฐานกระจายตัวครอบคลุมแทบทุกโซนของกรุงเทพฯ ทั้งชั้นใน ชั้นกลาง และชานเมือง อาทิ เขตตลิ่งชัน ราชเทวี บางคอแหลม สัมพันธวงศ์ หลักสี่ พระนคร บางพลัด คลองเตย บางซื่อ วังทองหลาง บึงกุ่ม หนองจอก สายไหม คลองสามวา จตุจักร ปทุมวัน บางนา พระโขนง พญาไท ดอนเมือง สาทร วัฒนา และอีกหลายพื้นที่
ภาพรวมดัชนีคุณภาพอากาศ (AQI) ของสถานีตรวจวัดในสังกัดกรุงเทพมหานคร ส่วนใหญ่อยู่ในระดับเริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ สอดคล้องกับสถานการณ์ฝุ่นที่ยังคงสูงกว่าค่ามาตรฐาน แม้บางพื้นที่จะเริ่มมีแนวโน้มปรับตัวดีขึ้นเล็กน้อย
ขณะเดียวกัน กรมอุตุนิยมวิทยา ระบุว่า สภาพอากาศในพื้นที่กรุงเทพฯ และปริมณฑล ช่วงเช้ามีอากาศเย็นและหมอกบาง อุณหภูมิจะสูงขึ้นเล็กน้อยในระหว่างวัน โดยปัจจัยทางอุตุนิยมวิทยาช่วงวันที่ 31 มกราคม – 3 กุมภาพันธ์ 2569 คาดว่าการระบายอากาศจะอยู่ในเกณฑ์ “อ่อนถึงดี” ชั้นบรรยากาศใกล้ผิวพื้นมีลักษณะเปิดสลับปิด และได้รับอิทธิพลจากลมใต้ที่พัดจากอ่าวไทย ส่งผลให้การสะสมของฝุ่นละอองมีแนวโน้มลดลง
ในด้านปัจจัยจากการเผาไหม้ ศูนย์ข้อมูลคุณภาพอากาศกรุงเทพมหานคร ระบุว่า จากการตรวจสอบข้อมูลจุดความร้อน (hotspot) ผ่านดาวเทียมขององค์การนาซา (NASA) ไม่พบจุดความร้อนผิดปกติในพื้นที่กรุงเทพฯ ซึ่งสะท้อนว่าปัจจัยฝุ่นในช่วงนี้ไม่ได้มาจากการเผาในพื้นที่โดยตรง
อย่างไรก็ตาม สำนักสิ่งแวดล้อม กรุงเทพมหานคร ได้ประสานทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้เพิ่มความเข้มงวดในการดำเนินมาตรการตามแผนปฏิบัติการแก้ไขปัญหาฝุ่น PM2.5 เพื่อบรรเทาความรุนแรงของสถานการณ์ และลดผลกระทบต่อสุขภาพของประชาชน พร้อมขอความร่วมมือจากทุกภาคส่วนให้มีส่วนร่วมในการลดแหล่งกำเนิดฝุ่น
สำหรับคำแนะนำด้านสุขภาพ ในช่วงที่คุณภาพอากาศอยู่ในระดับสีส้ม ประชาชนทั่วไปควรสวมหน้ากากป้องกัน PM2.5 ทุกครั้งที่ออกนอกอาคาร ลดระยะเวลาการทำกิจกรรมกลางแจ้ง โดยเฉพาะกิจกรรมที่ใช้แรงมาก และสังเกตอาการผิดปกติ เช่น ไอ หายใจลำบาก หรือระคายเคืองตา ส่วนกลุ่มเสี่ยง ได้แก่ เด็ก ผู้สูงอายุ และผู้ป่วยโรคทางเดินหายใจ ควรหลีกเลี่ยงกิจกรรมกลางแจ้ง และปฏิบัติตามคำแนะนำแพทย์อย่างเคร่งครัด
กรุงเทพมหานครยังเชิญชวนประชาชนร่วมลดฝุ่นผ่านแนวทาง “5 วิธีลดฝุ่น คุณก็ทำได้” ได้แก่ ทำความสะอาดบ้านด้วยการเช็ดฝุ่น งดเผาขยะและงดจุดธูป ปลูกต้นไม้ช่วยดูดซับมลพิษ ใช้ระบบขนส่งสาธารณะ และดับเครื่องยนต์เมื่อจอดรถ พร้อมตรวจสภาพรถไม่ให้มีควันดำเกินมาตรฐาน
ทั้งนี้ ประชาชนสามารถติดตามข้อมูลคุณภาพอากาศแบบเรียลไทม์ก่อนออกจากบ้าน ผ่านแอปพลิเคชัน AirBKK เว็บไซต์ airbkk.com และช่องทางของกรุงเทพมหานคร รวมถึงแจ้งเบาะแสแหล่งกำเนิดมลพิษผ่านระบบ Traffy Fondue