

In Brief
วันที่ 29 มกราคม 2569 ค้งสุดท้ายการเลือกตั้ง 2569 นโยบายแต่ละพรรคที่ชูขึ้นมาเพื่อเอาใจประชาชนนอกจากเรื่องเศรษฐกิจปากท้องแล้ว หนึ่งในนั้นคือนโยบายแก้ฝุ่น PM2.5 ที่ประชาชนต่างให้ความสนใจมากขึ้น จากสถานการณ์ฝุ่น PM 2.5 วานนี้ (28 ม.ค.2569) สถานการณ์ฝุ่นละออง PM2.5 ที่ปรับตัวสูงขึ้นจนอยู่ในระดับสีแดงในพื้นที่กรุงเทพฯ ฝั่งตะวันออก 3-4 เขต และปทุมธานี
สาเหตุหลักมาจากการเผาชีวมวลทางการเกษตรในจังหวัดพื้นที่ปริมณฑลและจังหวัดที่อยู่เหนือลม ประกอบกับสภาพอากาศที่ปิดในช่วงกลางคืนต่อเนื่องถึงช่วงเช้า ทำให้ฝุ่นละอองสะสมในพื้นที่กรุงเทพมหานคร
จากข้อมูลภาพถ่ายดาวเทียมและการประเมินร่วมกับผู้เชี่ยวชาญ พบการเผาเศษวัสดุทางการเกษตร เช่น ฟางข้าวและซากพืช ในพื้นที่ขนาดใหญ่ โดยมีพื้นที่เผาสะสมเริ่มต้นประมาณ 13,000 ไร่ และเพิ่มขึ้นเกือบ 20,000 ไร่ภายในช่วงเวลาสั้น ๆ
โดยกรุงเทพมหานคร ขอความร่วมมือ Work From Home (WFH) ในวันที่ 29–30 ม.ค.569 เนื่องจากคาดการณ์ว่าค่าฝุ่น PM2.5 จะอยู่ในระดับสีส้ม เริ่มมีผลกระทบต่อสุขภาพ ครอบคลุมมากกว่า 35 เขต
พรรคการเมืองต่างๆ เสนอนโยบายที่มุ่งแก้ไขปัญหาฝุ่น PM 2.5 โดยเน้นการใช้มาตรการยั่งยืนและการร่วมมือระหว่างประเทศ ทั้งพรรคเพื่อไทยผลักดัน พ.ร.บ.อากาศสะอาด, พรรคภูมิใจไทยมุ่งใช้รถไฟฟ้าและพลังงานสะอาด, พรรคประชาชนเสนอการสร้างศูนย์บัญชาการมลพิษทางอากาศ, และพรรคประชาธิปัตย์ใช้เทคโนโลยีตรวจวัดเพื่อควบคุมแหล่งกำเนิดมลพิษ
พรรคเพื่อไทย
เสนอการจัดการฝุ่นเป็นสิทธิมนุษยชนขั้นพื้นฐาน และผลักดันให้มีการใช้ พ.ร.บ.อากาศสะอาดเพื่อการควบคุมคุณภาพอากาศที่ยั่งยืน การแก้ปัญหาฝุ่นในระยะสั้นจะเน้นการแจ้งเตือนค่าฝุ่นล่วงหน้าและให้การอพยพกลุ่มเสี่ยงไปยังพื้นที่ปลอดภัย พร้อมเเจกหน้ากากอนามัยให้กลุ่มเปราะบาง รวมถึงสั่งหยุดโรงเรียนเพื่อป้องกันความเสี่ยง
ส่วนในระยะกลางประสานกรมชลประทานให้ปล่อยน้ำเข้านาหลังฤดูเก็บเกี่ยวเพื่อเปลี่ยนตอข้าวให้เป็นปุ๋ยสำหรับอ้อยจะประสานโรงงานน้ำตาลให้ลงทุนตัดอ้อยไถกลบแทนการเผา เน้นการปลูกต้นไม้เพื่อดักจับฝุ่น จูงใจให้คนหันมาใช้ รถพลังงานสะอาดด้วยมาตรการทางภาษี
ระยะยาว ต้องมีการบังคับใช้ พ.ร.บ.อากาศสะอาดฯ ให้ท้องถิ่นมีบทบาท เจรจากับประเทศเพื่อนบ้านเพื่อจัดการฝุ่นข้ามพรมแดน
เชื่อว่าการลดแหล่งกำเนิดฝุ่นจากการใช้พลังงานและการเดินทางในชีวิตประจำวันจะให้ผลยั่งยืนมากกว่าการแก้ปัญหาเฉพาะหน้า
แผนสำคัญของพรรคคือการเปลี่ยนขนส่งสาธารณะให้เป็นรถไฟฟ้า (EV) พร้อมตั้งเป้าหมายเปลี่ยนรถเมล์ทั้งหมดภายใน 3 ปี จูงใจให้ประชาชนหันมาใช้ขนส่งสาธารณะมากขึ้น แทนรถส่วนบุคคล
นอกจากนี้ยังมีสนับสนุนการใช้พลังงานสะอาดในครัวเรือนผ่านโครงการติดตั้งโซลาร์เซลล์ฟรีให้ประชาชนเพื่อช่วยลดค่าใช้จ่ายไฟฟ้า พร้อมระบบเครดิตพลังงานจากการขายไฟฟ้าส่วนเกินให้รัฐ เพื่อนำไปใช้กับค่าไฟหรือยานพาหนะไฟฟ้าในระยะยาว
พรรคประชาชน
เสนอการจัดตั้งศูนย์บัญชาการมลพิษทางอากาศเพื่อให้การควบคุมทุกกระทรวงมีประสิทธิภาพมากขึ้น ใช้เทคโนโลยีและฐานข้อมูลในการจัดการปัญหาไฟป่าและการเผาไหม้ ปลดล็อกท้องถิ่นจัดการไฟป่าพร้อมงบประมาณ ใช้ดาวเทียมคาดการณ์พื้นที่เสี่ยง สนับสนุนเครื่องจักรไถกลบ แปรรูปเศษวัสดุเป็นรายได้
ผลักดันฝุ่นข้ามแดนสู่เวทีโลก ยกระดับมลพิษอากาศเป็นวาระความมั่นคงทางสุขภาพ ลดมลพิษทางอากาศจากรถยนต์ จำกัดเขตมลพิษต่ำ กำหนดอายุรถเก่า ปลุกขนส่งสาธารณะด้วยตั๋วร่วม
พรรคเสนอการผลักดันให้ผู้ก่อมลพิษรับผิดชอบค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพและสังคม ใช้มาตรการการเงินปรับพฤติกรรมการปล่อยฝุ่นจากต้นตอ ผลักดันกฎหมาย PRTR บังคับโรงงานรายงานและเปิดเผยปริมาณการปล่อยมลพิษ
พรรคประชาธิปัตย์
เน้นการใช้ข้อมูลวิทยาศาสตร์ในการตรวจจับมลพิษและการออกมาตรการที่เหมาะสม โดยเสนอให้มีการติดตั้ง Super Sensor ทั่วประเทศเพื่อให้ข้อมูลเชิงลึกเกี่ยวกับมลพิษ และใช้ข้อมูลนี้ในการกำหนดมาตรการควบคุมแหล่งกำเนิดฝุ่น อีกทั้งยังมีนโยบายในการหยุดนำเข้าผลิตผลการเกษตรจากการเผาไหม้ในประเทศเพื่อนบ้าน
ใช้นโยบายการค้าเป็นเครื่องมือกดดันให้การผลิตสินค้าเกษตรต้องไม่สร้างมลพิษ ส่งสัญญาณชัดว่าคุณภาพอากาศของประชาชนเป็นเรื่องที่ต่อรองไม่ได้
ข่าวที่เกี่ยวข้อง