

KEY
POINTS
27 ม.ค.69 เกิดเหตุไฟไหม้ทุ่งนาเป็นวงกว้างในพื้นที่ ต.ท่าเรือ อ.ปากพลี จ.นครนายก เพลิงโหมหนักหวิดลามเข้าบ้านเรือนประชาชน ด้านผู้ว่าราชการจังหวัดลงพื้นที่บัญชาการเหตุการณ์ด้วยตนเอง กำชับตำรวจ สภ.ปากพลี ต้องจับมือเผามาลงโทษให้ได้ เนื่องจากซ้ำเติมสถานการณ์ฝุ่นPM2.5 ที่เพิ่มสูงขึ้นซึ่งมีผลต่อสุภาพประชาชนในพื้นที่และลุกลามถึงพื้นที่ใกล้เคียงโดยเฉพาะกรุงเทพมหานคร
ล่าสุดสำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) จังหวัดนครนายก ได้ประสานขอความร่วมมือจากทุก อบต. ในจังหวัด พร้อมด้วยกู้ภัยร่วมกตัญญู และเจ้าหน้าที่จากกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช ระดมกำลังพลและรถน้ำเข้าสกัดเพลิง ณ จุดรวมพลศาลาวัดลำบัวลอย เนื่องจากเพลิงได้ขยายวงกว้างอย่างรวดเร็วและเริ่มเข้าใกล้ชุมชน เจ้าหน้าที่ต้องวางแผนจัดเวรยามเฝ้าระวังตลอดทั้งคืนเพื่อทำแนวกันไฟ
นายชานน วาสิกศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครนายก เปิดเผยภายหลังการประชุมวางแผนว่า เหตุการณ์นี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เชื่อว่ามีการเตรียมการหรือวางแผนเผามาก่อนล่วงหน้า โดยระบุว่าเป็นพฤติกรรมของคนบางกลุ่มที่ "เห็นแก่ตัว" เผานาและตอซังข้าวโดยไม่คำนึงถึงส่วนรวม
"การเผาครั้งนี้ไม่ได้ก่อให้เกิดประโยชน์ใดๆ เลย นอกจากสร้างความเดือดร้อนให้เด็ก ผู้สูงอายุ และชาวบ้านที่ต้องสูดดมควันพิษ ผมกำชับให้ ผกก.สภ.ปากพลี เร่งสืบหาตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษตามกฎหมายให้ถึงที่สุด" ผู้ว่าฯ นครนายก กล่าว
ขณะนี้เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมเพลิงให้อยู่ในวงจำกัดได้แล้ว แต่ยังคงต้องฉีดน้ำหล่อเลี้ยงในจุดเสี่ยง และขอความร่วมมือชาวบ้านในพื้นที่ช่วยกันสอดส่องดูแล หากพบเห็นความเคลื่อนไหวที่ผิดปกติหรือการลักลอบเผา ให้แจ้งเจ้าหน้าที่ทันที