‘ไทยสมายล์บัส’ เพิ่มความถี่เดินรถ –บุกภูธร ดันกำไรโตต่อเนื่อง

25 ม.ค. 2569 | 09:41 น.
อัปเดตล่าสุด :25 ม.ค. 2569 | 09:46 น.

“ไทยสมายล์บัส” เดินหน้าปี 2569 เพิ่มความถี่เดินรถ  รุกตลาดภูธรกระจายสัดส่วนรายได้ ตั้งเป้าขยายฐานผู้โดยสารมากกว่า 4.5 แสนคนต่อวัน หวังสร้างกำไรเป็นปีแรก 200 ล้านบาท

KEY

POINTS

  • ไทยสมายล์บัส (TSB) มีแผนเพิ่มจำนวนรถที่ให้บริการเป็น 2,000 คันในปี 2569 เพื่อเพิ่มความถี่ในการเดินรถและรองรับผู้โดยสารที่มากขึ้น
  • ขยายธุรกิจไปยังต่างจังหวัด โดยให้บริการรถขนส่งประจำจังหวัดร่วมกับ อบจ. เชียงใหม่ น่าน และลำพูน รวมถึงรุกงานบริหารจัดการเดินรถให้องค์กรต่างๆ
  • ปรับโครงสร้างรายได้เพื่อสร้างการเติบโตที่ยั่งยืน โดยลดการพึ่งพาค่าโดยสารและเพิ่มสัดส่วนรายได้จากงานจ้างเหมาบริการ (B2B/B2G) และโฆษณา

 

 

ภาพรวมการดำเนินธุรกิจในปี 2568 ที่ผ่านมา แม้ บริษัท ไทย สมายล์ บัส (TSB) จะได้รับผลกระทบจากหลายปัจจัยแต่ในไตรมาส 4 ผลการดำเนินงาน EBITDA พลิกกลับมาเป็นบวกได้เป็นครั้งแรก โดยปัจจุบันมีรถให้บริการ 2,350 คัน รวมรถหมุนเวียน ซึ่งใช้งานให้บริการต่อวันราว 1,600 คัน จำนวนผู้โดยสารเฉลี่ย 3.5 แสนคนต่อวัน และแตะระดับ 3.7 - 4 แสนคนในวันธรรมดา

 

โดยปี 2569 TSB มีแผนปรับจำนวนเพิ่มขึ้นเป็น 2,000 คัน เพื่อเพิ่มความถี่ให้บริการผู้โดยสารได้มากยิ่งขึ้นขณะเดียวกันก็ยอมรับว่า TSB ได้รับผลกระทบจากนโยบายรัฐพอสมควร อาทิ การใช้นโยบายอุดหนุนราคาขนส่งมวลชนประเภทอื่นๆ ทำให้จำนวนผู้โดยสารลดลง, การยื่นขอปรับปรุงใบอนุญาตเส้นทางที่ยังล่าช้า

ปัจจุบันอยู่ในขั้นตอนสุดท้ายจำนวน 16 เส้นทาง เพื่อเน้นการเชื่อมต่อ (Feeder) ปรับเส้นทางให้เหมาะสมกับการเดินทางของผู้โดยสารที่เปลี่ยนแปลงไป ระหว่างย่านที่อยู่อาศัยพร้อมกับการเชื่อมต่อกับระบบรางให้เกิดความเป็นโครงข่ายที่สะดวกขึ้นสำหรับประชาชน 

นางสาวกุลพรภัสร์ วงศ์มาจารภิญญา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทย สมายล์ บัส (TSB) เปิดเผยว่า ปี 2569 เป้าหมายของ TSB ไม่ได้เป็นเพียงผู้ให้บริการเดินรถ แต่กำลังก้าวสู่การเป็น Tech Company ด้านขนส่งที่ขับเคลื่อนด้วยความยั่งยืน (Sustainability) ทุกมิติ โดยมีหัวใจสำคัญคือแนวคิด IDG หรือ Inner Development Goals "เป้าหมายการพัฒนาภายใน" คือ "Mindset" พฤติกรรมการขับรถ การให้บริการ และความรับผิดชอบต่อสังคม ให้กัปตันเมล์ไทยภูมิใจในอาชีพ อยากออกไปให้บริการด้วยรอยยิ้มเหมือนที่คนไทย ชื่นชมประเทศญี่ปุ่น ดังนั้นอาชีพกัปตันเมล์ของไทย จะได้รับเกียรติและคุณค่าเช่นเดียวกัน

ไทยสมายล์บัส

เมื่อคุณภาพของคนให้บริการดีขึ้น ขณะเดียวกันก็ใช้ เทคโนโลยี เข้ามาสร้างการเดินทางที่สะดวกสบาย ด้วยแอปพลิเคชัน TSB Go Plus+ เวอร์ชันใหม่ ที่จะเปิดตัวในเดือน มี.ค.นี้ ซึ่งจะมีความแม่นยำกว่าเดิม เพิ่มฟังก์ชันใหม่ สร้างประสบการณ์ที่ผู้ใช้ขนส่งสาธารณะจะสามารถบริหารจัดการการเดินทางได้สะดวกมากยิ่งขึ้น พร้อมระบบ Loyalty Program นำระบบสะสมแต้มรักษ์โลกเข้ามาใช้ ให้ผู้โดยสารสามารถนำสิทธิประโยชน์ไปใช้กับพาร์ทเนอร์อื่นๆ สร้างความคุ้มค่ามากกว่าแค่การเดินทาง 

ด้านการขยายฐานธุรกิจ B2B และ B2G เป็นอีกก้าวสำคัญของ TSB ที่กำลังปรับโครงสร้างรายได้ให้มั่นคงขึ้น ลดการพึ่งพาค่าโดยสารเพียงอย่างเดียว ซึ่งมีความผันผวนตามนโยบายรัฐ โดยรุกงานบริหารจัดการเดินรถให้องค์กรต่าง ๆ อาทิ สถาบันการศึกษา ที่เราสามารถคว้างานบริการรถ Shuttle ของ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ และมหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา พร้อมกับขยายงาน ต่างจังหวัด รถขนส่งประจำจังหวัดกับ อบจ. ต่างๆ เช่น เชียงใหม่, น่าน และลำพูน 

โดยสัดส่วนเป้าหมายสัดส่วนรายได้ปี 2569 พอร์ตของ TSB จะแบ่งเป็นตั๋วโดยสาร 80%, งานจ้างเหมาบริการ (B2B/B2G) 12% และโฆษณา 8% ภายใต้ฐานรายได้และจำนวนผู้โดยสารที่มากขึ้นในระดับ 4.5 แสนคนต่อวัน เพื่อให้ธุรกิจสามารถเติบโตได้อย่างยั่งยืน

ทั้งนี้ TSB มองว่าอุปสรรคสำคัญที่ทำให้ขนส่งมวลชนไทยยังไม่ไปถึงจุดสูงสุด คือ ต้นทุนที่สวนทางกับราคาค่าโดยสาร จึงอยากส่งสารถึงรัฐบาลใหม่ใน 3 ประเด็น การแข่งขันที่เป็นธรรม TSB ไม่เคยมองว่าขนส่งมวลชนทุกบริษัท ทุกประเภท เป็นคู่แข่ง เพราะต้องการเป็นโครงการเดินทาง ให้พี่น้องประชาชนได้เดินทางต่อกันอย่างมีประสิทธิภาพ แต่ขณะเดียวกันรัฐต้องดูแลให้เกิดการแข่งขันที่เสมอภาค โดยเฉพาะประเด็นเรื่องการอุดหนุนงบประมาณจากภาษี (Subsidy) ที่อาจทำให้เกิดความเหลื่อมล้ำด้านราคา เพราะเมื่อใดเกิดความต่างด้านราคา แต่ไร้ซึ่งคุณภาพการให้บริการ ปัญหาต่างๆ จะตามมามากขึ้น

ในฐานะผู้ประกอบการขนส่งสาธารณะ จึงหวังเห็นการลดภาระต้นทุน เสนอให้รัฐพิจารณาลดภาษีพลังงาน หรือ ค่าธรรมเนียม พรบ. สำหรับผู้ประกอบการขนส่งสาธารณะ เพื่อให้มีงบประมาณไปพัฒนาคุณภาพรถได้โดยไม่ต้องขึ้นค่าโดยสาร และสุดท้ายคือ การจัดการรถผิดกฎหมาย เร่งจัดการปราบปรามรถเถื่อนหรือรถที่ไม่ได้มาตรฐานความปลอดภัย ซึ่งตัดราคาผู้ประกอบการที่เข้าระบบอย่างถูกต้อง