
เช็กพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม น้ำล้นตลิ่ง สถานการณ์น้ำประจำวันที่ 6 พ.ย.68
ปภ.แจ้งเตือนพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วม น้ำหลาก น้ำล้นตลิ่ง พร้อมอัปเดตสถานการณ์น้ำในเขื่อน -ลุ่มน้ำหลักประจำวันที่ 6 พ.ย.68
กรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย แจ้งเตือนพื้นที่เสี่ยงน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำท่วมขังในระยะสั้น ,น้ำล้นตลิ่ง และน้ำท่วมขัง ,น้ำทะเลหนุนสูงบริเวณปากแม่น้ำและพื้นที่ราบลุ่มชายฝั่งและคลื่นลมแรง ประจำวันที่ 6 พฤศจิกายน 2568 โดยประกอบไปด้วย
น้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก และน้ำท่วมขังในระยะสั้น
- จ.พังงา และภูเก็ต
น้ำล้นตลิ่ง และน้ำท่วมขัง
- จ.สุโขทัย พิษณุโลก พิจิตร นครสวรรค์ อุทัยธานี สุพรรณบุรี ชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา นครปฐม ปทุมธานี และนนทบุรี
น้ำทะเลหนุนสูงบริเวณปากแม่น้ำและพื้นที่ราบลุ่มชายฝั่ง
- จ.ฉะเชิงเทรา ชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด เพชรบุรี ประจวบคีรีขันธ์ สมุทรสาคร สมุทรสงคราม สมุทรปราการ กรุงเทพมหานคร ชุมพร สุราษฎร์ธานี นครศรีธรรมราช สงขลา ปัตตานี นราธิวาส ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล
คลื่นลมแรง
- จ.ระนอง พังงา ภูเก็ต กระบี่ ตรัง และสตูล
ขณะที่สถานการณ์น้ำในประเทศไทยวันนี้ 6 พ.ย.68 กรมชลประทาน รายงานสถานการณ์น้ำใน 4 เขื่อนหลักลุ่มเจ้าพระยา โดยข้อมูลล่าสุดในช่วงเช้าของวันนี้ 6 พ.ย.68 เขื่อนภูมิพล และเขื่อนสิริกิติ์ มีปริมาณน้ำในอ่าง 98 % และ 97 % ตามลำดับ ส่วนเขื่อนแควน้อยฯ ปริมาณน้ำในอ่างเต็มความจุ 101 % ส่วนเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ปริมาณน้ำในอ่างเต็มความจุ 104 %
- เขื่อนภูมิพล ความจุ 13,462 ปริมาณปัจจุบัน 13,177 หรือ 98 % รับน้ำได้อีก 285 ล้าน ลบ.ม.
- เขื่อนสิริกิติ์ ความจุ 9,510 ปริมาณปัจจุบัน 9,256 หรือ 97 % รับน้ำได้อีก 254 ล้าน ลบ.ม.
- เขื่อนแควน้อยฯ ความจุ 939 ปริมาณปัจจุบัน 947 หรือ 101 % รับน้ำได้อีก 0
- เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ความจุ 960 ปริมาณปัจจุบัน 994 หรือ 104 % รับน้ำได้อีก 0
ทั้งนี้กรมชลประทาน แจ้งว่า เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ จะทยอยปรับเพิ่มการระบายน้ำเป็น 450 ลบ.ม./วินาที จากเดิมระบายน้ำในอัตรา 350 ลบ.ม./วินาที หรือประมาณ 30 ล้าน ลบ.ม./วัน โดยจะเริ่มทยอยปรับเพิ่มการระบายแบบขั้นบันไดตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ซึ่งจะส่งผลให้ปริมาณน้ำในแม่น้ำป่าสักเพิ่มขึ้นจากเดิมอีกประมาณ 1.50 – 1.80 เมตร โดยระดับน้ำที่เพิ่มสูงขึ้น ยังคงอยู่ในระดับตลิ่งและไม่ส่งผลกระทบต่อชุมชน รวมทั้งเส้นทางสัญจร
อย่างไรก็ตาม หากปริมาณน้ำทางตอนบนเพิ่มสูงขึ้น และมีความจำเป็นต้องปรับเพิ่มการระบาย จะแจ้งให้ทราบเป็นระยะต่อไป จึงขอให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยง เฝ้าระวังและติดตามสถานการณ์น้ำและสภาพอากาศ จากหน่วยงานราชการอย่างใกล้ชิด หากต้องการความช่วยเหลือสามารถติดต่อไปยังโครงการชลประทานใกล้บ้าน หรือโทร1460 สายด่วนกรมชลประทาน
ส่วนสถานการณ์น้ำเจ้าพระยาเช้าวันนี้ 6 พ.ย.68 เวลา 06.00 น.
สถานี C.2 อ.เมือง จ.นครสวรรค์
- ปริมาณน้ำไหลผ่าน 2,988 ลบ.ม./วินาที
- ระดับน้ำ 24.79 ม. (ต่ำกว่าตลิ่ง 87 ซ.ม.)
- แนวโน้มเพิ่มขึ้น
สถานี C.13 เขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท
- ปริมาณน้ำไหลผ่าน 2,700 ลบ.ม./วินาที
- ระดับน้ำเหนือเขื่อน 17.07 ม.
- ระดับน้ำท้ายเขื่อน 16.31 ม. (ต่ำกว่าตลิ่ง 3 ซ.ม.)
- แนวโน้มเพิ่มขึ้น
กรมชลประทาน ได้บริหารจัดการน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยา ด้วยการหน่วงน้ำไว้ด้านเหนือ พร้อมรับน้ำเข้าระบบชลประทานทั้ง 2 ฝั่ง ตามศักยภาพของคลอง เพื่อลดผลกระทบให้ได้มากที่สุด ทั้งนี้หากระดับน้ำทางตอนบนเพิ่มสูงขึ้น และส่งผลให้มีปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มมากขึ้น จะแจ้งให้ทราบเป็นระยะต่อไป
ด้านสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ได้อัปเดตสถานการณ์น้ำรายลุ่มน้ำ ประจำวันที่ 6 พ.ย. 68 โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี้
ที่มาข้อมูล-ภาพ
- กรมชลประทาน
- สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ

