
อัปเดตสถานการณ์น้ำในเขื่อน ภาพรวมน้ำในไทยปี 68 เทียบปี 54
อัปเดตสถานการณ์น้ำในไทยวันนี้ 5 พ.ย.68 เช็กปริมาณการกักเก็บน้ำ -การระบายน้ำล่าสุดของ 4 เขื่อนใหญ่ พร้อมเปรียบเทียบปี 68 กับปี 54 แตกต่างกันอย่างไรบ้าง
จากสถานการณ์ฝนที่ตกลงมาในช่วงนี้ และก่อนหน้านี้ ประกอบกับพายุลูกใหม่ คัลแมกี แม้ไม่ได้เข้าประเทศไทยโดยตรงแต่ส่งผลกระทบทำให้เกิดฝนตกหนัก ฝนตกต่อเนื่องในหลายพื้นที่ในช่วงวันที่ 7-9 พฤศจิกายน 2568 ประกอบกับข้อมูลสถานการณ์น้ำใน 4 เขื่อนหลักมีทั้งเต็มความจุ และใกล้เต็มความจุ จากเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้หลายคนเกิดความกังวลใจว่าน้ำจะท่วมเหมือนเช่นปี 2554 หรือไม่ วันนี้ "ฐานเศรษฐกิจ"จึงได้รวบรวมอัปเดตข้อมูลสถานการณ์น้ำประจำวัน พร้อมทั้งข้อมูลเปรียบเทียบสถานการณ์ของปี 2568 เทียบกับปี 2554 มานำเสนอดังต่อไปนี้
อัปเดตสถานการณ์น้ำ แผนผังการระบายน้ำ ประจำวันที่ 5 พ.ย.68
กรมชลประทาน รายงานสถานการณ์น้ำใน 4 เขื่อนหลักลุ่มเจ้าพระยา โดยข้อมูลล่าสุดในช่วงเช้าของวันนี้ 5 พ.ย.68 เขื่อนภูมิพล และเขื่อนสิริกิติ์ มีปริมาณน้ำในอ่าง 97 % ส่วนเขื่อนแควน้อยฯ ปริมาณน้ำในอ่างเต็มความจุ 101 % ส่วนเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ปริมาณน้ำในอ่างเต็มความจุ 104 %
- เขื่อนภูมิพล ความจุ 13,462 ปริมาณปัจจุบัน 13,112 หรือ 97 % รับน้ำได้อีก 350 ล้าน ลบ.ม.
- เขื่อนสิริกิติ์ ความจุ 9,510 ปริมาณปัจจุบัน 9,256 หรือ 97 % รับน้ำได้อีก 254 ล้าน ลบ.ม. เขื่อนแควน้อยฯ ความจุ 939 ปริมาณปัจจุบัน 948 หรือ 101 % รับน้ำได้อีก 0
- เขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ ความจุ 960 ปริมาณปัจจุบัน 994 หรือ 104 % รับน้ำได้อีก 0
ขณะที่สถานการณ์น้ำเจ้าพระยา และ เขื่อนเจ้าพระยา กรมชลประทาน ได้รายงานว่าจะมีการปรับเพิ่มการระบายน้ำท้ายเขื่อนเจ้าพระยาตั้งแต่เวลา 22.00 น.จากอัตรา 2,600 ลบ.ม./วิ เป็นอัตรา 2,700 ลบ.ม./วิ ภายในเวลา 04.00 น. ของวันพรุ่งนี้(6 พ.ย.68) และคงอัตราดังกล่าวต่อเนื่อง ทั้งนี้หากระดับน้ำทางตอนบนเพิ่มสูงขึ้น และส่งผลให้มีปริมาณน้ำไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยาเพิ่มมากขึ้น จะแจ้งให้ทราบเป็นระยะต่อไป
ข้อมูลสถานการณ์น้ำเจ้าพระยา เมื่อเวลา 20.00 น.
สถานี C.2 อ.เมือง จ.นครสวรรค์
- ปริมาณน้ำไหลผ่าน 2,965 ลบ.ม./วินาที
- ระดับน้ำ 24.79 ม. (ต่ำกว่าตลิ่ง 91 ซ.ม.)
- แนวโน้มเพิ่มขึ้น
สถานี C.13 เขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท
- ปริมาณน้ำไหลผ่าน 2,600 ลบ.ม./วินาที
- ระดับน้ำเหนือเขื่อน 17.21 ม.
- ระดับน้ำท้ายเขื่อน 16.13 ม. (ต่ำกว่าตลิ่ง 21 ซ.ม.)
- แนวโน้มเพิ่มขึ้น
สทนช.เทียบสถานการณ์น้ำปี 54 เทียบปี 68
สำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ หรือ สทนช. ได้เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับสถานการณ์น้ำล่าสุด โดยระบุว่าในปี 2568 มีพายุที่่ส่งผลกระทบต่อไทยแล้ว 6 ลูก (ลูกที่ 7 พายุคัลแมกี กรมอุตุฯเพิ่งออกประกาศเตือนว่าจะกระทบ 7-9 พ.ย.68) ส่วนปริมาณฝนเฉลี่ยทั้งประเทศ ตั้งแต่ ม.ค.- 3พ.ย.1,600 มม. มากกว่าค่าปกติ 8 % โดยปริมาณในอยู่ในเกณฑ์ปกติ ทั่วทุกภาคมีฝนตกแผ่กระจายตามภาคต่างๆกับมีฝนตกหนักถึงหนักมากในบางพื้นที่
ส่วนในปี 2554 มีพายุที่กระทบต่อไทย 5 ลูก ได้แก่ พายุไหหม่า ,พายุนกเตน ,พายุไห่ถาง,พายุเนสาด และพายุนาลแก โดยปริมาณฝนสะสมในตอนนั้น เนื่องจากฤดูฝนเริ่มเร็วกว่าปกติ และมีฝนตกต่อเนื่องโดยไม่มีภาวะฝนทิ้งช่วง ปริมาณฝนเฉลี่ยทั้งปีมากกว่าค่าปกติ 24% และมีค่ามากที่สุดในคาบ 61 ปี นับจากปี 2494 ขณะที่การรองรับน้ำของ 4 เขื่อนหลัก ได้แก่ เขื่อนภูมิพล เขื่อนสิริกิติ์ ,เขื่อนแควน้อย และ เขื่อนป่าสักฯ รองรับน้ำ 83 ล้านลบ.ม.
จากสถานการณ์ที่เกิดขึ้น นายไพฑูรย์ เก่งการช่าง รองเลขาธิการสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ หรือ สทนช. ได้ออกมาโพสต์ข้อความ โดยมีเนื้อหาใจความระบุว่า "น้ำจะท่วมไหม เหตุการณ์มันล่อแหลมมาก จะคล้ายปี 54 ไหม กรุงเทพจะรอดไหม เมื่อไหร่น้ำจะลด ท้ายน้ำจมมานานแล้ว หลากหลายคำถามที่พรั่งพรูมาช่วงนี้ "
- เขื่อนภูมิพล ความจุเกือบเท่าเขื่อนสิริกิติ์ ไล่กวดตามหลังมาติดๆ เกือบ 97 % เหลือช่องว่างรองรับน้ำได้ 681 ล้านลบ.ม. ( เขื่อนภูมิพล เหลือ 427 ล้าน ลบ.ม. เขื่อนสิริกิติ์ 254 ล้าน ลบ.ม. )
- เขื่อนเจ้าพระยา ระบายน้ำที่ 2,400 ลบ.ม. ต่อวินาที คาดว่าจะมีน้ำสูงสุด ที่นครสวรรค์ ประมาณ 3,000 ลบ.ม.ต่อวินาที น้ำจากสะแกกรัง อุทัยธานี เกือบ 250 ลบ.ม.ต่อวินาที ที่เหลือผันน้ำออกซ้าย~ขวา ประมาณ 500 ลบ.ม. ต่อวินาที
- คาดการณ์ การระบายน้ำที่เขื่อนเจ้าพระยา น่าจะอยู่ในช่วง 2,500 ~2,600 ลบ.ม.ต่อวินาที น้ำจากเขื่อนภูมิพล ที่จะเพิ่ม เป็น 20~25~30 ล้านลบ.ม. ต่อวัน เป็นขั้นบันได เพื่อให้น้ำที่ไหลมาจากกำแพงเพชร บ้านตาก ไหลออกไปก่อน แล้วน้ำจากเขื่อนภูมิพลค่อยตามไล่หลังมา น้ำจากสุโขทัย จะตามมาต่อท้ายน้ำจากเขื่อนภูมิพล ทำให้ยอดน้ำสูงสุด ไม่พุ่งพรวดจนทำให้ต้องเร่งระบายน้ำด้านท้ายเขื่อนเจ้าพระยามากเกินไป ส่วนเขื่อนสิริกิติ์ ยังคงที่ในการระบายไม่เพิ่ม ไม่ลด เพื่อความปลอดภัย
- เขื่อนป่าสักเร่งพร่องมาด้านท้าย แต่ไม่มาก เพื่อให้มีช่องว่างรองรับ ‘’คัลแมกี ‘’กทม. และปริมณฑล ยังสามารถรองรับน้ำด้านท้ายเขื่อนเจ้าพระยา ที่ระบายลงมาได้แน่นอน ไม่เกิน 2,500 ลบ.ม.ต่อวินาทีแน่นอน แม้น้ำทะเลหนุนสูง
- ท่าจีน ช่วงนี้หนักหน่อย ทั้งน้ำในพื้นที่และน้ำที่มาจากเจ้าพระยา คลองรังสิต กำลังเร่งสูบน้ำออก กทม.สูบน้ำทุกวัน แจ้งวัฒนะ จุดปัญหา ฝนตกทุกเย็น ยังสูบระบายได้ต่อเนื่อง แต่ควรหลีกเลี่ยงในช่วงฝนตก เพราะระบายน้ำยาก
- คัลแมกี ส่งผลให้มีฝนตกหนักในพื้นที่ภาคอีสาน ตะวันออก และภาคกลาง ตอนบน เหนือตอนล่าง จะไม่ส่งผลถึงเขื่อนภูมิพลและเขื่อนสิริกิติ์ มากนัก แต่ก็ไม่ประมาท จึงต้องเพิ่มการระบายน้ำ
- สรุปได้ว่า เราน่าจะผ่านปีนี้ไปได้แน่นอน ท่วมในบางพื้นที่ รักษาพื้นที่ส่วนใหญ่ไว้ได้ เร่งดูแล ฟื้นฟู ผู้ได้รับผลกระทบให้เร็ว วางแผนระยะยาวให้ได้ ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศรุนแรง เหวี่ยงขึ้นทุกวัน
ที่มาข้อมูล-ภาพ
- กรมชลประทาน
- Kai Kengkarnchang

