
ปิดด่านชายแดนไทย-กัมพูชา "ไทย หรือ กัมพูชา" ใคร ได้ -ใครเสียมากกว่ากัน
ปิดด่านชายแดนไทย-กัมพูชา "ไทยหรือ กัมพูชา"ใครได้ เปรียบ เสียเปรียบ มากกว่ากัน ขณะไทยได้ดุลการค้ากัมพูชา ปี67 มูลค่า 280,532ล้านบาท
หลังท่าทีของ "ฮุนเซน" ประกาศปิดด่านพรมแดนฝั่งกัมพูชาทั้งหมดและห้ามเฉพาะสินค้าเกษตรนำเข้าไปขายในกัมพูชา รวมถึงการยกระดับอพยพแรงงานกลับประเทศแต่ต่อมาได้ออกมาแก้ข่าวว่าไม่เป็นความจริง เป็นเพียงห้ามเฉพาะสินค้าเกษตรเท่านั้น
อย่างไรก็ตามความตึงเครียดชายแดนไทย-กัมพูชาเริ่มรุนแรงขึ้น สะท้อนจากสัญญาณ การยกระดับของกองกำลังบูรพา ออกคำสั่งคุมเข้มจุดผ่านแดนจังหวัดสระแก้ว เมื่อวันที่17 มิถุนายน2568ที่ผ่านมาว่า ห้ามคนไทยข้ามไปทำงานสถานบริการ บ่อนกาสิโนในปอยเปต บริเวณด่านถาวรบ้านคลองลึก
ซึ่งเป็นหนึ่งมาตรการบีบท่อน้ำเลี้ยงของ"คนตระกูลฮุน" สร้างความสั่นสะเทือนไม่น้อย และหากเกิดสถานการณ์ความรุนแรงมองว่าการยก ระดับตัดน้ำตัดไฟปิดด่านถาวรย่อมเริ่มต้นขึ้น หลังมีความพยายามนำ4พื้นที่ข้อพิพาทขึ้นศาลโลก
โดยไม่นำเข้าสู่การเจรจาในคณะกรรมาธิการเขตแดนร่วม (Joint Boundary Commission: JBC) ไทย – กัมพูชา มากไปกว่านั้น ยังแถลงการผลการเจรจา JBC ว่า ทั้งสองฝ่ายยอมรับแผนที่มาตราส่วน 1:200,000ของกัมพูชา
เพื่อนำมาปักปันเขตแดนในขณะกระทรวงต่างประเทศออกมาตอบโต้ว่าไม่มีพูดถึงมาตรส่วน 1:200,000 ดังกล่าวและไทยยังคงยึดมาตรส่วน1:50,000ของไทยซึ่งเป็นมาตราส่วนสากลที่ทั่วโลกยอมรับ และหากยังยืนยันแน่นอนว่าอาจนำไปสู่การสู้รบเพราะต่างฝ่ายต่างไม่ยอมกันโยเฉพาะทหารไทยที่ไม่ยอมเสียอธิปไตยแม้แต่ตารางนิ้วเดียว
อย่างไรก็ตาม มีคำถาม หลายฝ่าย วิเคราะห์ว่า หากปิดด่านพรมแดน ระหว่างกันขึ้นจริง ผลกระทบฝ่ายไหนจะมากกว่ากัน โดยมองว่า ไทยเป็นฝ่ายได้เปรียบแม้จะเกิดการสู้รบ รวมถึง การค้าชายโดยรวมที่ไทยเกินดุลกัมพูชา สะท้อนจาก ปี2567ไทยเกินดุลจากการค้าโดยรวมสูงถึง 280,532ล้านบาท
ดังนั้นหากเกิดการปิดด่าน ตามที่กัมพูชาขู่ หรือหากมีสถานการณ์ที่ไม่คาดฝัน ประเมินว่า ฝ่ายใดจะได้หรือเสียมากกว่ากัน จำเป็นต้องพิจารณาหลายปัจจัยทั้งเศรษฐกิจ สังคม การเมือง และความมั่นคง โดยสรุปได้เป็นหัวข้อหลัก ๆ ดังนี้
ด้านเศรษฐกิจ
ไทยได้เปรียบ
- ลดการลักลอบนำเข้าสินค้าหนีภาษีหรือผิดกฎหมาย เช่น ยาเสพติด หรือไม้พะยูง
- ลดแรงกดดันจากแรงงานผิดกฎหมายบางส่วน
ความเสียเปรียบ
- ขาดแรงงานราคาถูกจากกัมพูชา (โดยเฉพาะในภาคเกษตรกรรม ก่อสร้าง และอุตสาหกรรมบางประเภท)
- การค้าชายแดนหยุดชะงัก สูญเสียรายได้จากการส่งออกสินค้าสู่กัมพูชา
- ผู้ประกอบการตามแนวชายแดนเสียรายได้จากนักท่องเที่ยวกัมพูชาและการค้าปลีก
กัมพูชา
ความได้เปรียบ
- ลดการไหลออกของแรงงาน อาจกระตุ้นเศรษฐกิจในประเทศให้มีการพัฒนาเพื่อรองรับแรงงานในระยะยาว
ลดการพึ่งพาสินค้าไทย อาจเกิดการพัฒนาผลิตภัณฑ์ภายใน
ความเสียเปรียบ
- สูญเสียรายได้จากแรงงานที่ไปทำงานในไทย (มีรายได้ส่งกลับประเทศจำนวนมาก)
- ขาดแคลนสินค้าหลายประเภทที่นำเข้าจากไทย (ของใช้จำเป็น อาหาร ยา)
- ผู้คนในพื้นที่ชายแดนได้รับผลกระทบโดยตรง เพราะต้องพึ่งพาไทยในการค้าขายและบริการ
- สรุปด้านเศรษฐกิจ
กัมพูชาเสียมากกว่าไทย เนื่องจากเศรษฐกิจภายในยังพึ่งพาไทยสูงทั้งในเรื่องแรงงาน รายได้จากการค้าชายแดน และสินค้าอุปโภคบริโภค
ด้านสังคม
ความได้เปรียบของไทย
- ปัญหาแรงงานผิดกฎหมายลดลง
- แต่แรงงานขาดแคลนอาจทำให้ค่าจ้างสูงขึ้นในบางอุตสาหกรรม
ความเสียเปรียบของกัมพูชา
- แรงงานตกงานจำนวนมาก
- ปัญหาสังคม เช่น การว่างงานสูงขึ้น ความยากจนเพิ่มขึ้นในชุมชนชายแดน
โดยสรุปด้านสังคม กัมพูชาเป็นฝ่ายเสียเปรียบ เนื่องจากมีแรงงานจำนวนมากที่พึ่งพางานจากฝั่งไทย
ด้านการเมือง / ความมั่นคง
ความได้เปรียบของไทย
- ลดความเสี่ยงด้านความมั่นคงจากแรงงานผิดกฎหมาย
- แต่ถ้าเป็นการปิดด่านโดยฝ่ายเดียว อาจสร้างความตึงเครียดในความสัมพันธ์
ผลกระทบกัมพูชา
- อาจเกิดแรงกดดันทางการเมืองจากประชาชนที่ขาดรายได้
- เสี่ยงต่อการก่อม็อบ หรือความไม่สงบในประเทศ
สรุปด้านการเมือง
กัมพูชาได้รับผลกระทบมากกว่า แต่ก็ขึ้นกับบริบทการเมืองในขณะนั้น
การท่องเที่ยวและการค้าชายแดน
ข้อเสียเปรียบของไทย
- ขาดนักท่องเที่ยวจากกัมพูชา และนักเสี่ยงโชคที่เข้ามาในฝั่งอรัญประเทศ
ข้อเสียเปรียบของกัมพูชา
- ขาดนักท่องเที่ยวไทยที่เดินทางไปปอยเปตและเสียมราฐ
- ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการพนัน และบริการนักท่องเที่ยวจะได้รับผลกระทบ
โดยสรุป หากปิดด่านพรมแดน ไทย-กัมพูชา ฝ่ายที่เสียเปรียบมากกว่าคือ "กัมพูชา" เนื่องจากพึ่งพาเศรษฐกิจไทยทั้งในด้านแรงงาน การค้าชายแดน และสินค้าอุปโภคบริโภคค่อนข้างมาก






