thansettakij
thansettakij
"โอมิครอน" อาการแบบไหนมากสุด แพร่เชื้อเร็วแค่ไหน ป้องกันอย่างไร เช็กเลย

"โอมิครอน" อาการแบบไหนมากสุด แพร่เชื้อเร็วแค่ไหน ป้องกันอย่างไร เช็กเลย

โอมิครอน อาการแบบไหนมากสุด แพร่เชื้อเร็วแค่ไหน ป้องกันอย่างไร เช็กเลย หมอเฉลิมชัยแนะปีใหม่ต้องระมัดระวัง เฉลิมฉลองทางสายกลาง ในกลุ่มคนให้มีจำนวนน้อยที่สุดเท่าที่ทำได้

รายงานข่าวระบุว่า น.พ.เฉลิมชัย บุญยะลีพรรณ (หมอเฉลิมชัย) รองประธานกรรมาธิการการสาธารณสุข วุฒิสภา โพสต์ blockdit ส่วนตัว "ร้อยแปดพันเก้ากับหมอเฉลิมชัย" โดยมีข้อความว่า
ไทยพบ Omicron รวม 514 ราย เพิ่ม 2 เท่า ทุก 3 วัน จาก 97 ราย เป็น 514 ราย ภายใน 6 วัน เป็นไปตามสถิติของต่างประเทศ
วันที่ 27 ธ.ค. 2564  ศบค.ได้แจ้งยอดผู้ติดโควิดไวรัสสายพันธุ์ Omicron (โอมิครอน) ว่ามียอดสะสมรวม  514 รา ยใน 10 จังหวัด
โดย 2/3 เป็นผู้ที่เดินทางมาจากต่างประเทศ และ 1/3 เป็นผู้ติดเชื้อจากการสัมผัสกันเองภายในประเทศ
โดย 10 จังหวัดนั้นประกอบด้วยกาฬสินธุ์ อุดรธานี ขอนแก่น มหาสารคาม สุรินทร์ กรุงเทพฯ ปทุมธานี อยุธยา ปัตตานี และลำพูน
โดยคลัสเตอร์ใหญ่สุด เป็นคลัสเตอร์ที่เริ่มต้นจากคู่สามีภรรยาที่เดินทางมาจากประเทศเบลเยียม และไปทานอาหารที่จังหวัดกาฬสินธุ์
 

จนถึงปัจจุบัน คลัสเตอร์นี้มีผู้ติดโควิดรวมแล้วทั้งสิ้น 125 ราย รวมทั้งนักดนตรี พนักงานในร้านอาหาร ตลอดจนลูกค้าที่เข้ามาใช้บริการในร้านอาหาร
สิ่งที่น่าสนใจคือ อัตราการระบาดหรือจำนวนผู้ติดเชื้อที่เพิ่มขึ้น มีข้อมูลจากต่างประเทศโดยเฉพาะในประเทศอังกฤษและสหรัฐอเมริกาว่า
เมื่อ Omicron เริ่มติดกันเองภายในประเทศแล้ว จะมีอัตราการติดเชื้อเพิ่มเป็น 2 เท่า ทุก 3 วัน
เมื่อมาตรวจสอบตัวเลขของประเทศไทยดู 
จะพบว่า
วันที่ 20 ธันวาคม 2564 
มีผู้ติดเชื้อ 97 ราย
วันที่ 23 ธันวาคม 2564 
มีผู้ติดเชื้อ 205 ราย
เพิ่มขึ้น 2.1 เท่า ภายใน 3 วัน

โอมิครอนติดเชื้อเพิ่ม 2 เท่าทุก 3 วัน

และในวันที่ 26 ธันวาคม
ผู้ติดเชื้อเพิ่มขึ้นเป็น 514 ราย
เพิ่มขึ้นจากวันที่ 23 ธันวาคม
อีก 2.5 เท่า
ซึ่งเป็นตัวเลขที่ไม่แตกต่าง จากที่พบในต่างประเทศ

จึงพอที่จะสรุปได้ว่า ไวรัส Omicron มีความสามารถในการแพร่ระบาดที่รวดเร็วกว้างขวางมาก ขณะนี้แพร่ไปแล้ว 106 ประเทศ
โดยมีอัตราการติดเชื้อที่เพิ่มขึ้นเป็น 2 เท่า ทุก 3 วัน และมีระยะฟักตัวที่สั้นลงเหลือประมาณ 3.25 วัน
ประเด็นที่สำคัญก็คือ ผู้ที่ติดเชื้อส่วนใหญ่ ซึ่งเป็นคนหนุ่มสาวและได้รับวัคซีนแล้ว (ข้อมูลในต่างประเทศ) พบว่ามีอาการน้อยกว่าการติดเชื้อเดลตา
ทำให้ความจำเป็นที่จะต้องนอนรักษาตัวในโรงพยาบาลค่อนข้างน้อย
แต่อย่างไรก็ตาม ถ้ามีผู้ติดเชื้อเป็นจำนวนมาก แม้ความรุนแรงจะน้อย อัตราการเสียชีวิตจะน้อย  ก็อาจจะเป็นภาระอย่างมากกับโรงพยาบาลในระบบสุขภาพได้ในที่สุด
สำหรับอาการเด่นของไวรัส Omicron ประกอบด้วย
ไอ 54% 
เจ็บคอ 37% 
ไข้ตัวร้อน 29% 
ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ 15% 
น้ำมูก 12% 
ปวดศีรษะ 10% 
หายใจลำบาก 5% 
ได้กลิ่นลดลง 2% 
(ข้อมูลเบื้องต้นจาก 41 ราย)
กระทรวงสาธารณสุขจึงได้ออกประกาศเตือนภัยด้านสาธารณสุขเป็นระดับที่ 3 ในจำนวน 5 ระดับด้วยกัน
เพื่อเป็นการสร้างความตระหนัก และเตรียมพร้อม ในการรับมือไวรัส Omicron
ซึ่งแพร่ระบาดกว้างขวางรวดเร็ว แต่อาการไม่ค่อยรุนแรงมากนัก
การใส่หน้ากากอนามัยในทุกสถานที่เท่าที่สามารถจะทำได้ การหลีกเลี่ยงที่แออัดระบายอากาศไม่ดีและมีคนเป็นจำนวนมาก

ฉีดวัคซีนเข็ม 3 ลดอาการป่วยรุนแรงจากโอมิครอนได้
ยังคงเป็นมาตรการสำคัญที่สุด สามารถรับมือโควิดโดยเฉพาะไวรัส Omicron ได้อย่างดี
และการฉีดวัคซีนกระตุ้นเข็ม 3 ก็จะช่วยลดอาการป่วยที่รุนแรง ตลอดจนอัตราการเสียชีวิตลงได้
ในช่วงเทศกาลเฉลิมฉลองปีใหม่นี้ ทุกคนก็คงอยู่ในบรรยากาศที่อยากพบปะญาติพี่น้องหรือเพื่อนฝูง และมีการสังสรรค์รับประทานอาหารร่วมกัน ร้องเพลง เล่นเกม หรือแลกเปลี่ยนของขวัญกัน
ก็คงจะต้องระมัดระวัง โดยเฉลิมฉลองทางสายกลาง โดยฉลองในกลุ่มคนให้มีจำนวนน้อยที่สุดเท่าที่ทำได้ เฉพาะญาติพี่น้องหรือเพื่อนสนิทจริงๆ
และพยายามใส่หน้ากากตลอดเวลา ในจังหวะที่ต้องทานอาหาร ก็อาจจะต้องอยู่ห่างกัน
ทุกคนจึงควรร่วมมือร่วมใจในบทบาทหน้าที่ ที่ต่างคนต่างสามารถทำได้ เพื่อทำให้การระบาดโควิดระลอกที่ 4 จากไวรัสสายพันธุ์ Omicron มีผลกระทบทางลบให้น้อยที่สุดเท่าที่จะสามารถทำได้ หลังปีใหม่จะได้ไม่ต้องมากังวล ว่าตนเองจะไปรับเชื้อโรคมาในการเฉลิมฉลองหรือไม่