
ออกพรรษา 64 รวมกิจกรรมเทศกาลงานประเพณีทั่วไทย เช็คเลย
วันออกพรรษา 2564 วันขึ้น 15 ค่ำเดือน 11 ตรงกับวันที่ 21 ตุลาคม 2564 รวมเทศกาลงานประเพณีทั่วไทย ชาวพุทธตรวจสอบกิจกรรมทั้งหมดที่นี่
วันออกพรรษา 2564 หรือวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 ในปีนี้ตรงกับวันที่ 21 ตุลาคม 2564 ถือเป็นวันสำคัญทางศาสนาอีกหนึ่งวัน โดยเป็นวันสิ้นสุดการจำพรรษา และเป็นวันมหาปวารณาของพระสงฆ์ ทรงมีพุทธานุญาตให้พระภิกษุทำการปวารณา ว่ากล่าวตักเตือนซึ่งกันและกันเพื่อความเจริญของพระธรรมวินัยและความผาสุขในการอยู่ร่วมกัน
สำหรับกิจกรรมประเพณีสำคัญในวันออกพรรษา ในแต่ละท้องถิ่นแต่ละจังหวัดมีความแตกต่างกัน แต่ถือได้ว่าวันออกพรรษาเป็นวันที่มีกิจกรรมประเพณีเทศกาลหลายอย่างดังนั้นวันนี้"ฐานเศรษฐกิจ"จึงได้รวบรวมข้อมูลจากวารสารวัฒนธรรม กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม มานำเสนอดังต่อไปนี้
ตักบาตรเทโวโรหณะ
- ตักบาตรเทโวโรหณะ โดยวัดต่างๆ จะนิมนต์พระภิกษุสงฆ์ขึ้นไปพำนักบนที่สูงของวัดก่อน แล้วเมื่อถึงเวลามงคลฤกษ์จึงค่อยนิมนต์ให้เดินเรียงแถวลงมาจากที่สูงให้ประชาชนทั้งหลายได้มองเห็นและตั้งใจใส่บาตรกันทางเบื้องล่างเลียนแบบภาพการเสด็จลงจากดาวดึงส์ของพระพุทธองค์
ประเพณีถวายกฐิน
- ประเพณีถวายกฐิน หรือทอดกฐิน เป็นประเพณีที่สำคัญยิ่งของพุทธศาสนิกชนอีกอย่างหนึ่ง จัดขึ้นทั้งฝ่ายเจ้านายคือ การพระราชพิธีถวายผ้าพระกฐินขององค์พระมหากษัตริย์ไปจนการทอดกฐินของประชาชนคนธรรมดา โดยจะนิยมทำกันตั้งแต่วันแรม 1ค่ำเดือน 11 ไปจนถึงกลางเดือน 12 (วันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 12 - วันลอยกระทง)
ประเพณีเทศน์มหาชาติเวสสันดรชาดก
- ประเพณีเทศน์มหาชาติเวสสันดรชาดก หรือ การเทศน์มหาชาติ คือการจัดให้มีธรรมเทศนาเรื่องเวสสันดรชาดก อันเป็นพระชาติสุดท้ายขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ซึ่งได้ทรงบำเพ็ญบารมีธรรมครบทั้ง 10 บารมี จึงเป็น มหาชาติ คือชาติที่ยิ่งใหญ่
- ดังนั้นงานบุญพิธีจึงยิ่งใหญ่ตามกันไปด้วย อุบาสก อุบาสิกา มัคทายกวัดนิยมร่วมกันจัดให้มีขึ้นเป็นพิเศษ ส่วนมากจะตั้งใจจัดให้เป็นการหาทุนทรัพย์เข้าวัดครั้งสำคัญ แต่จะมียกเว้นไม่เหมือนใครอยู่ในภาคอีสาน ซึ่งถือเป็นหนึ่งในฮีตสิบสองต้องปฏิบัติ จะนิยมทำกันในเดือน 4 เรียกว่า “งานบุญผะเหวด” ซึ่งเป็นช่วงที่เสร็จถัดไปจากการทำบุญคูนลาน หรือบุญเอาข้าวเข้ายุ้ง นั้นเอง
ประเพณีทอดผ้าป่า
- ประเพณีทอดผ้าป่า การทอดผ้าป่า เป็นประเพณีและเป็นมรดกตกทอดมาแต่สมัยพุทธกาลเมื่อครั้งที่องค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้าไม่ทรงอนุญาตให้ภิกษุรับผ้าจากคฤหัสถ์ ให้ใช้แต่ผ้าบังสุกุล (ผ้าเปื้อนฝุ่น) เท่านั้น สำหรับฤดูของการทอดผ้าป่า จริงๆ แล้วก็ไม่ได้มีการกำหนดกฏเกณฑ์ใดๆ สุดแต่ชาวบ้านจะศรัทธาเลื่อมใส ส่วนใหญ่มักจะทำในระยะจวนจะออกพรรษาหรือช่วงออกพรรษาแล้ว อีกอย่างหนึ่งก็จะนิยมทำรวมกันกับขบวนกฐิน คือ เมื่อทอดกฐิน เสร็จแล้ว ก็ทอดผ้าป่าหรือทอดไปตามรายทางที่ไปทอดกฐินนับเป็นหลายสิบวัดรวมๆ กันทีเดียวก็ได้
ปอยเหลินสิบเอ็ด และออกหว่า จ.แม่ฮ่องสอน
- ปอยเหลินสิบเอ็ด หรือ ปอยเดือนสิบเอ็ด เป็นงานประเพณีเดียวของประเทศไทยที่มีช่วงระยะเวลาการจัดงานยาวที่สุดคือ ตลอด 1 เดือนเต็ม จัดขึ้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน โดยมีขบวนแห่จองพารา หรือ ปราสาทกระดาษที่ตกแต่งอย่างสวยงาม ซึ่งจะแห่กันในช่วงกลางคืน และมีการฟ้อนรูปสัตว์ โต หรือ จามรี นกกิงกาหล่า หรือ กินรี กินรา กาเบ้อ หรือผีเสื้อ ไปพร้อมกับขบวนแห่
- ส่วน“ออกหว่า” หมายถึง การออกจากฤดูฝน เป็นงานประเพณีออกพรรษาตามความเชื่อเฉพาะของชาวอำเภอแม่สะเรียงโดยงานจะเน้นที่ “การตักบาตรตีสี่” บริเวณหน้าบ้านของตนเอง ตลอดทั้ง 3 วันเทศกาล และจะตักบาตรอาหารสดในวันแรก เนื่องจากชาวอำเภอแม่สะเรียงเชื่อว่า การตักบาตรที่หน้าบ้านของตนเองจะเป็นสิริมงคลต่อบ้านและคนในครอบครัว นอกจากนั้นยังมีการจัดทำโคมและซุ้มราชวัติตกแต่งบ้านเรือน ตลอดจนมีขบวนแห่เทียนเหง หรือเทียนพันเล่ม ซึ่งประกอบด้วยขบวนแห่ต้นโคม เครื่องไทยทาน และการแสดงศิลปะรำฟ้อนต่างๆ เพื่อร่วมเฉลิมฉลองการกลับจากสวรรค์ขององค์สัมมาสัมพุทธเจ้าเช่นเดียวกัน
ประเพณีไหลเรือไฟ จังหวัดนครพนม
- ประเพณีไหลเรือไฟ จังหวัดนครพนม เป็นพิธีกรรมทางพุทธศาสนา จัดในวันขึ้น 15 ค่ำ เดือน 11 คือ วันออกพรรษา เป็นประเพณีโบราณของชาวอีสาน โดยเฉพาะผู้อยู่อาศัยในแถบลุ่มแม่น้ำโขง โดยมาจากคติความเชื่อว่า เป็นการลอยเครื่องสักการะไปกับเรือไฟเพื่อบูชารอยพระพุทธบาท ที่ริมฝั่งแม่น้ำนัมมทานที ในชมพูทวีปไกลโพ้น
บั้งไฟพญานาค
- บั้งไฟพญานาค ไม่ใช่ทั้งเรือไฟและผาสาด หากแต่เป็นดวงไฟสว่าง ซึ่งพวยพุ่งขึ้นจากลำแม่น้ำโขงพุ่งตรงดิ่งขึ้นสู่ท้องฟ้า ในเขตจังหวัดริมแม่น้ำโขงไล่เรียงตั้งแต่เมืองเลย หนองคาย บึงกาฬ นครพนม มุกดาหาร อำนาจเจริญ จนถึงอุบลราชธานี และจะมีกำหนดพุ่งขึ้นไปอย่างแน่นอนในโอกาสเทศกาลออกพรรษา 15 ค่ำเดือน 11 พอดี
ประเพณีแห่ปราสาทผึ้ง จังหวัดสกลนคร
- มีการสร้างปราสาทจากขี้ผึ้งขึ้นอย่างสวยงามและยิ่งใหญ่ ด้วยจุดมุ่งหมายให้เป็นปราสาทเพื่อรับเสด็จการกลับมาขององค์พระสัมมาสัมพุทธเจ้า ถือเป็นประเพณีงานบุญสำคัญและเป็นเอกลักษณ์ของจังหวัดสกลนคร
ที่มาข้อมูล :วารสารวัฒนธรรม กรมส่งเสริมวัฒนธรรม






