
สภาพอากาศวันนี้ - 16 ต.ค.ไทยฝนเพิ่ม เสี่ยงน้ำท่วม น้ำป่าไหลหลาก
กรมอุตุนิยมวิทยา เผยสภาพอากาศวันนี้ - 16 ต.ค.มรสุมพาดผ่าน ทั่วไทยฝนเพิ่มกับมีฝนตกหนักบางแห่ง ย้ำพื้นที่เสี่ยงระวังอันตรายจากฝนสะสม อาจเกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ด้านภาคใต้คลื่นลมแรง เรือเล็กงดออกจากฝั่ง
กรมอุตุนิยมวิทยา รายงานสภาพอากาศวันนี้ -17 ต.ค. 64 (พยากรณ์อากาศ 7 วันข้างหน้า) โดยระหว่างวันที่ 11 -16 ตุลาคม ร่องมรสุมพาดผ่านบริเวณภาคเหนือตอนล่าง ภาคกลาง ภาคตะวันออก และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้กำลังแรงพัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทย
ทำให้บริเวณดังกล่าวมีฝนเพิ่มขึ้นและมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่งบริเวณภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้
สำหรับคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนมีกำลังแรง โดยมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณอ่าวไทยตอนล่างคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร และบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร
หลังจากนั้น บริเวณความกดอากาศสูงจากประเทศจีนจะแผ่ลงมาปกคลุมภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทำให้ภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือมีฝนน้อย ในขณะที่ร่องมรสุมจะเลื่อนลงไปพาดผ่านภาคกลางตอนล่าง ภาคใต้ตอนบน และภาคตะวันออก ทำให้บริเวณดังกล่าวยังคงมีฝนฟ้าคะนองเกิดขึ้น
สำหรับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้ที่พัดปกคลุมทะเลอันดามันและประเทศไทยมีกำลังอ่อนลง ทำให้ภาคใต้ฝั่งตะวันตกมีฝนลดลง ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยมีกำลังอ่อนลง
อนึ่ง พายุโซนร้อนกำลังแรง “คมปาซุ” บริเวณด้านตะวันออกของประเทศฟิลิปปินส์ มีแนวโน้มเคลื่อนตัวลงสู่ทะเลจีนใต้ และเคลื่อนเข้าใกล้เกาะไหหลำในช่วงวันที่ 12-13 ต.ค. 64
ข้อควรระวัง ในช่วงวันที่ 11-16 ต.ค. 64 ขอให้ประชาชนบริเวณพื้นที่เสี่ยงภัยของภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลางรวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ภาคตะวันออก และภาคใต้ ระวังอันตรายจากฝนตกหนักและฝนที่ตกสะสม ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมฉับพลันและน้ำป่าไหลหลากในระยะนี้ไว้ด้วย สำหรับชาวเรือบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยควรเพิ่มความระมัดระวังในการเดินเรือ ควรหลีกเลี่ยงบริเวณที่มีฝนฟ้าคะนอง สำหรับเรือเล็กบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยตอนบนควรงดจากฝั่ง
ภาคเหนือ
- มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40-70 ของพื้นที่ ตลอดช่วง และมีฝนตกหนักบางแห่ง โดยในช่วงวันที่ 11-12 ต.ค. 64 มีฝนตกหนักมากบางแห่ง
- อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศาเซลเซียส
- อุณหภูมิสูงสุด 28-35 องศาเซลเซียส
- ลมแปรปรวน ความเร็ว 5-15กม./ชม.
ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
- มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60-70 ของพื้นที่ ตลอดช่วง และมีฝนตกหนักบางแห่ง
- โดยในช่วงวันที่ 11 และ 14-15 ต.ค. 64 มีฝนตกหนักมากบางแห่ง
- อุณหภูมิต่ำสุด 21-24 องศาเซลเซียส
- อุณหภูมิสูงสุด 28-32 องศาเซลเซียส
- ลมแปรปรวน ความเร็ว 10-20 กม./ชม.
ภาคกลาง
- มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60-70 ของพื้นที่ ตลอดช่วง และมีฝนตกหนักบางแห่ง โดยในช่วงวันที่ 11-12 ต.ค. 64 มีฝนตกหนักมาก
- อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส
- อุณหภูมิสูงสุด 30-35 องศาเซลเซียส
- ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.
ภาคตะวันออก
- มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60-70 ของพื้นที่ ตลอดช่วง และมีฝนตกหนักถึงหนักมากบางแห่ง
วันที่ 11-16 ต.ค. 64
- ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-40 กม./ชม.
- ทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร
วันที่ 17 ต.ค. 64
- ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม.
- ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร
- อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส
- อุณหภูมิสูงสุด 30-34 องศาเซลเซียส
ภาคใต้ (ฝั่งตะวันออก)
- มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ ตลอดช่วง และมีฝนตกหนักบางแห่ง
วันที่ 11-16 ต.ค. 64
- ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-35 กม./ชม.
- ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 2 เมตร
วันที่ 17 ต.ค. 64
- ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-30 กม./ชม.
- ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูง 1-2 เมตร
- อุณหภูมิต่ำสุด 23-26 องศาเซลเซียส
- อุณหภูมิสูงสุด 29-34 องศาเซลเซียส
ภาคใต้ (ฝั่งตะวันตก)
- มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ ตลอดช่วง และมีฝนตกหนักบางแห่ง
วันที่ 11-16 ต.ค. 64
- ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 20-40 กม./ชม.
- ทะเลมีคลื่นสูง 2-3 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงมากกว่า 3 เมตร
วันที่ 17 ต.ค. 64
- ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 15-35 กม./ชม.
- ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร
- อุณหภูมิต่ำสุด 19-25 องศาเซลเซียส
- อุณหภูมิสูงสุด 26-32 องศาเซลเซียส
กรุงเทพมหานครและปริมณฑล
- มีฝนฟ้าคะนอง ร้อยละ 60-70 ของพื้นที่ ตลอดช่วง และมีฝนตกหนักบางแห่ง
- อุณหภูมิต่ำสุด 24-26 องศาเซลเซียส
- อุณหภูมิสูงสุด 31-34 องศาเซลเซียส
- ลมตะวันตกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-20 กม./ชม.






