
บัตรสวัสดิการแห่งรัฐค่าไฟฟ้า กฟภ.ลดค่าไฟจำนวน 315 บาทถึงวันไหน เช็คที่นี่
บัตรสวัสดิการแห่งรัฐค่าไฟฟ้า กฟภ. ลดค่าไฟจำนวน 315 บาท ให้กับผู้ถือบัตรจำนวน 13.5 ล้านรายถึงวันไหน เช็คที่นี่
จากกรณีที่ คณะรัฐมนตรี หรือ ครม. ได้อนุมัติขยายส่วนลดใช้ค่าไฟ ให้กับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐค่าไฟฟ้า จากเดิม 100 บาท ขยายเป็นเดือนละ 315 บาท รวมทั้งสิ้น 12 เดือน โดยเริ่มเดือนแรก คือ ตุลาคม 2564
สำหรับรายละเอียดลดค่าไฟดังนี้
ระยะเวลาดำเนินงาน
- ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2564 ถึงเดือนกันยายน 2565 (ระยะเวลา 12 เดือน)
ค่าไฟฟ้า
- กลุ่มเป้าหมาย : ประมาณ 1.9 ล้านครัวเรือน (1 ครัวเรือนใช้ได้เพียง 1 สิทธิ เท่านั้น)
- กรณีค่าไฟฟ้า ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 50 หน่วยต่อเดือนติดต่อกันเป็นระยะเวลา 3 เดือน ให้ใช้สิทธิค่าไฟฟ้าฟรีตามมาตรการที่มีอยู่ในปัจจุบัน แต่หากใช้ไฟฟ้าเกิน 50 หน่วยต่อเดือน ให้ใช้สิทธิตามมาตรการนี้ในวงเงิน 315 บาทต่อครัวเรือนต่อเดือน กรณีที่ใช้เกินวงเงินที่กำหนด ผู้มีบัตรฯ เป็นผู้รับภาระค่าไฟฟ้าทั้งหมด
ความคืบหน้าล่าสุด การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค หรือ กฟภ. เปิดเผยว่า ตามที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบการขยายระยะเวลามาตรการบรรเทาภาระ ค่าไฟฟ้าและค่าน้ำประปาให้แก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เพื่อบรรเทาภาระค่าใช้จ่าย ด้านสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐาน อย่างต่อเนื่อง และครอบคลุมผู้มีบัตรฯ ให้สามารถได้รับประโยชน์จากมาตรการบรรเทาภาระค่าไฟฟ้าและค่าน้ำประปา เป็นระยะเวลา 12 เดือน ตั้งแต่ค่าไฟฟ้า เดือนตุลาคม 2564 ถึง เดือนกันยายน 2565
การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค หรือ กฟภ. (PEA) มีมาตรการช่วยเหลือผู้ใช้ไฟฟ้าเพื่อบรรเทาค่าใช้จ่ายแก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ 315 บาทต่อครัวเรือนต่อเดือน (1 ครัวเรือนใช้ได้เพียง 1 สิทธิ)กรณีใช้เกินวงเงินที่กำหนด ผู้มีบัตรฯ เป็นผู้รับภาระค่าไฟฟ้าทั้งหมด และหากใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 50 หน่วยต่อเดือน ติดต่อกันเป็นระยะเวลา 3 เดือน ให้ใช้สิทธิค่าไฟฟ้าฟรีตามมาตรการที่มีอยู่ในปัจจุบัน
ขั้นตอนการใช้สิทธิบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
1. ลงทะเบียนเพื่อขอใช้สิทธิผ่านช่องทางต่างๆ (เพียงครั้งเดียว) ของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค
2. ชำระเงินตามที่ระบุในใบแจ้งค่าไฟฟ้า 1 สิทธิ ต่อครัวเรือน ต่อบิลเดือน
3. ค่าไฟฟ้าที่ท่านชำระจะได้รับเงินคืนเข้าบัตรสวัสดิการแห่งรัฐในเดือนถัดไป
หากมีข้อสงสัยติดต่อสอบถาม
บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ที่หมายเลข 02-109-2345
กรมบัญชีกลาง ติดต่อที่หมายเลข 02-270-6400.
ที่มา: การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค





