
4 ข้อควรพิจารณาในที่ทำงานเพื่อรับมือโควิด-19
หมอธีระเผย 4 ข้อที่สถานที่ทำงานควรพิจารณาดำเนินการในสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19
รายงานข่าวระบุว่า รศ.นพ.ธีระ วรธนารัตน์ (หมอธีระ) คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก "Thira Woratanarat (ป๊ามี้คีน)" โดยมีข้อความว่า
10 มิถุนายน 2564
สิ่งที่สถานที่ทำงานต่างๆ ควรพิจารณาดำเนินการในสถานการณ์ปัจจุบัน
หนึ่ง การปรับระบบงานที่เน้นให้เกิดความปลอดภัย ลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อหรือแพร่เชื้อ โดยมีระบบคัดกรองประวัติและอาการก่อนเข้ามาปฏิบัติงาน, ลดจำนวนคนมาทำงานในที่เดียวกัน, ใส่หน้ากากขณะปฏิบัติงาน 100%, ประชุมออนไลน์, และรักษาความสะอาดบริเวณที่ทำงานอย่างสม่ำเสมอและเคร่งครัด นอกจากนี้ หากวิเคราะห์ระบบการทำงานของตนเองว่ามีจุดใด กระบวนการใด สถานที่ใดที่เสี่ยงบ้าง แล้วหาทางปรับเพื่อลดความเสี่ยงในการติดเชื้อหรือแพร่เชื้อ ก็จะส่งผลดีต่อกิจการในระยะยาว ไม่ว่าจะระลอกนี้หรือระลอกต่อๆ ไปในอนาคต
สอง เร่งจัดหาวัคซีนต่างๆ ที่ดี มีประสิทธิภาพ และปลอดภัย หลากหลาย ให้แก่ทุกคนได้อย่างเพียงพอ แต่ยังต้องเคารพสิทธิในการตัดสินใจของแต่ละคน บอกกล่าวเล่าแจ้งถึงสรรพคุณ ผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น ทั้งนี้ต้องตระหนักถึงความเหมาะสมกับแต่ละกลุ่มเป้าหมาย เพราะแต่ละชนิดมีคุณสมบัติที่แตกต่างกันไป ข้อมูลวิชาการที่สนับสนุนก็มีความแตกต่างกันไปเช่นกัน เช่น ความเหมาะสมสำหรับเด็ก ผู้ใหญ่ ผู้สูงวัย สตรีมีครรภ์ ฯลฯ
ยามที่เกิดการระบาดรุนแรง ฉีดวัคซีนย่อมดีแน่นอน และจะดีที่สุด หากเลือกคัดสรรสิ่งที่ดีและเหมาะสมกับแต่ละคนโดยใช้ความรู้ที่ถูกต้องชัดเจนตรวจสอบได้
สาม จัดบริการการตรวจคัดกรองโรคสำหรับบุคลากรในที่ทำงาน ตามความสมัครใจ และตามความจำเป็น เช่น การพัฒนาระบบตรวจน้ำลายแบบกลุ่มเป็นระยะ หรือทำสัญญากับสถานพยาบาลหรือสถานบริการตรวจคัดกรองโรค เพื่อให้บุคลากรสามารถเข้าถึงบริการได้อย่างรวดเร็วในยามที่มีประวัติเสี่ยงหรืออาการผิดปกติ ทั้งนี้ไม่ใช่เป็นการบังคับตรวจ หรือแกมบังคับให้ตรวจโดยตั้งเงื่อนไขต่างๆ โดยอาจสุ่มเสี่ยงต่อการละเมิดสิทธิมนุษยชนหรือการปฏิบัติไม่เป็นธรรมได้ ดังนั้นจึงต้องระวังให้ดี
สี่ ระลึกไว้เสมอว่า การใส่หน้ากาก ล้างมือบ่อยๆ อยู่ห่างๆ คนอื่นนั้นเป็นหัวใจสำคัญมากในการป้องกันโรคติดต่อ เพราะติดโรคได้มักมาจากการพบปะกันใกล้ชิด แออัด อยู่กันนาน และบ่อยครั้ง โดยไม่ได้ระวังตัว และวัคซีนโควิดที่โลกเรามีอยู่นั้น ส่วนใหญ่ป้องกันอาการรุนแรงและลดโอกาสเสียชีวิต และหลายชนิดก็ยังไม่มีข้อมูลที่จะป้องกันการติดเชื้อได้ และประสิทธิภาพต่อสายพันธุ์ต่างๆ ก็มีข้อมูลที่แตกต่างกัน
สุขอนามัยส่วนบุคคลที่กล่าวข้างต้นจึงสำคัญมาก และไม่สามารถละทิ้งได้โดยเด็ดขาด
สู้ศึกด้วยสติ และปัญญา ใช้ความรู้ที่ถูกต้อง ตรวจสอบได้ ในการพิจารณาตัดสินใจตามเหตุและผล ลดละเลี่ยงการใช้อารมณ์หรือกิเลสเป็นตัวนำ
เป็นกำลังใจให้ทุกคน
ด้วยรักและห่วงใย
ทั้งนี้ "ฐานเศรษฐกิจ" ได้รวบรวมตัวเลขสถานการณ์ผู้ติดเชื้อโควิด-19 (Covid-19) ในประเทศไทยล่าสุดจากศูนย์ข้อมูล COVID-19 กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข พบว่า
มีผู้ติดเชื้อเพิ่ม 2,310 ราย
สะสมระลอกที่สาม 158,675 ราย
สะสมทั้งหมด 187,538 ราย
หายป่วยกลับบ้านได้ 3,035 ราย
หายป่วยสะสม 111,861 ราย
เสียชีวิตเพิ่ม 43 ราย
สะสมระลอกที่สาม 1,281 ราย
สะสมทั้งหมด 1,375 ราย
ข่าวที่เกี่ยวข้อง :
- ยาอะไรกินได้-ไม่ได้ก่อนและหลังฉีดวัคซีนโควิด เช็กที่นี่
- ฉีดวัคซีนโควิด 2 วันเกือบ 9 แสนราย "หมอเฉลิมชัย" ชี้ระลอสามยังมีผู้ติดเชื้อเพิ่ม
- เตียงผู้ป่วยไอซียูแน่น "หมอธีระะวัฒน์"ชี้หากไม่ฉีดวัคซีน 2 เข็มครอบคลุม 70-90%
- ยัน "AstraZeneca" เข็ม 1 กับ 2 ห่างกัน 16 สัปดาห์ได้ "หมอยง" ชี้ไม่มีผลมากกับโควิดสายพันธุ์อังกฤษ-อินเดีย
- 7 ข้ออย่าหาทำกับโควิด-19 "หมอธีระวัฒน์" ชี้แม้ฉีด 3 เข็มเจอไวรัสกลายพันธุ์ก็เข้า รพ.ได้






